วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561

ทริคแต่งหน้าให้ติดทน แบบไม่หลุด สำหรับมือใหม่

คนที่แต่งหน้าออกข้างนอกเป็นประจำคงเคยเจอกับปัญหาพอเจออากาศร้อนๆ เหงื่อออกระหว่างวัน เมคอัพก็หลุดเละเลอะไปหมด แถมบางคนพอเหงื่อออกเมคอัพก็เปลี่ยนสีทำให้ผิวดูหมองลงอีกด้วย วันนี้สดสวยเลยมาแนะนำเคล็ดลับล็อกเมคอัพให้อยู่หมัด ลองมาดูเคล็ดลับกันค่ะว่าถ้าแต่งหน้าแล้วเหงื่อออกระหว่างวันจะทำวิธีไหนได้บ้าง
how-to-lock-make-up

ซับด้วยกระดาษทิชชู

เน้นว่าซับออกนะคะ ซับเหงื่อออกไม่ใช่ซับเมคอัพออก เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเลือกกระดาษทิชชูที่หนานุ่มงานดี แล้วค่อย ๆ ซับเอาเหงื่อที่ทำให้เมคอัพเลือนออก ไม่ว่าจะเหงื่อออกมาเป็นหยดๆ จนหน้าเปียกชุ่ม หรือแค่ซึมๆ จำไว้เลยว่าห้ามปาด ห้ามถู แล้วผิวก็จะสบายขึ้นค่ะ

สเปรย์น้ำแร่

บางครั้งเวลาเหงื่อออกก็ชอบเกิดปฏิกิริยากับเครื่องสำอางทำให้เมคอัพเปลี่ยนสีดูหน้าหมองๆ ลง ถ้าอยากแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลองใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดพรมเบาๆ ทิ้งไว้สักพัก แล้วก็ใช้ทิชชูซับออกค่ะ หลังจากทำแล้วจะเหมือนเติมออกซิเจนให้ผิวไปในตัว

เติมเมคอัพ

หลังจากทำตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็อดใจรอให้ผิวหน้าแห้งสนิทก่อน แล้วก็ลงมือเติมเครื่องสำอางทัชอัพลงไปอีกครั้งได้เลยค่ะ เติมเฉพาะจุดที่เลือนก็ได้ เช่นบริเวณหน้าผาก ทีโซน ส่วนใหญ่แล้วบริเวณนี้มักจะถูกเหงื่อและความมันดึงเมคอัพออกไป แตะแป้งลงไปปัดให้พอเนียนๆ แล้วก็ปัดบลัชออนนิดๆ เติมลิปสติกเบาๆ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ

ทำแบบนี้ถือว่าง่ายมากเลยเนอะ แบบนี้เหงื่อออกเมื่อไหร่เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเมคอัพหลุดแล้วล่ะค่ะ 
Cr.http://www.healthandtrend.com/beauty/beauty-tips/how-to-lock-make-up

มั่นใจ! หน้าสดก็ไม่แคร์ เพราะเรามีเคล็ดลับนี้

เคยบ้างไหม ไม่อยากแต่งหน้า เบื่อการแต่งหน้า อยากจะเผยหน้าสดไปไหนต่อไหนแบบไม่แยแสใคร แต่ในความเป็นจริงก็เกิดความกังวล เพราะเราไม่ได้สดแล้วสวยอย่างที่คิด วันนี้สดสวยเลยนำเคล็ดลับการดูแลผิวมาฝาก เพื่อที่สาวๆ จะปล่อยหน้าสดไปไหนต่อไหนได้อย่างสบายใจแบบไม่ต้องพึ่งเมคอัพไงล่ะ มาดูเลยดีกว่าค่ะ
%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%94

ล้างและสครับผิวหน้าเป็นประจำ

สำคัญจริงๆ นะเรื่องการทำความสะอาดผิว อันดับแรกต้องล้างหน้าให้สะอาดหมดจด พร้อมกับการสครับผิวหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก และเผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่ม มีสุขภาพดี

บำรุงผิว

ขั้นตอนต่อไปก็คือการทาครีมบำรุงผิวหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ชั้นผิว หรืออาจเลือกครีมไวท์เทนนิ่งเพิ่อเพิ่มความขาวกระจ่างใส หรือมาส์กหน้าด้วยสูตรต่าง ๆ จากธรรมชาติก็ได้ เน้นส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส เช่น มะขามเปียก มะนาว ฯลฯ เพื่อช่วยลดสิว ริ้วรอย และยังช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วยค่ะ

กำจัดสิวเสี้ยน

หน้าสดทั้งทีใบหน้าก็ต้องเรียบเนียนไร้สิวกวนใจ โดยเฉพาะสิวเสี้ยน สิวหัวดำจุดเล็ก ๆ บนจมูก แถมยังทำให้หน้าขรุขระอีกต่างหาก อาจใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนที่มีขายทั่วไป หรือใช้สูตรธรรมชาติอย่างไข่ขาว ทาบาง ๆ รอจนแห้งแล้วลอกออก ก็ช่วยกำจัดสิวเสี้ยนได้เช่นกันค่ะ

กำจัดรอยคล้ำใต้ตา

ผิวสวยแต่ตาคล้ำก็ไม่ไหวนะ ทางที่ดีควรหาวิธีลดรอยคล้ำใต้ตา ด้วยการทาครีมบำรุง พร้อมทั้งดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็จะช่วยลดรอยคล้ำและลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ค่ะ

ริมฝีปากต้องสวย

อาจจะมองว่าไม่เกี่ยวแต่มันเกี่ยวนะคะ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้แต่งหน้า แต่ถ้ามีริมฝีปากที่อมชมพูก็จะช่วยทำให้ใบหน้าของสาว ๆ ดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้น ดังนั้นจึงควรหมั่นบำรุงริมฝีปาก พร้อมกับสครับริมฝีปากเป็นประจำ มันจะทำให้หน้าสดเราดูดีขึ้นค่ะ

ถ้าดูแลผิวแบบนี้ได้เป็นประจำทุกวัน ผิวของเราจะสวยเปล่งปลั่งแบบไม่ต้องง้อเมคอัพเลย จะสดแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าค่า
Cr.http://www.healthandtrend.com/beauty/skin/มั่นใจ-หน้าสด

สเปรย์น้ำแร่ คุณค่าระหว่างวันที่ขาดไม่ได้

รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้เขาพกพาสเปรย์น้ำแร่ติดตัวกันแล้วนะ ยิ่งไปกว่านั้นรู้ไหมว่านอกจากสเปรย์น้ำแร่จะทำให้ผิวสวยแล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายเลยล่ะค่ะ ลองมาดูกันเลยว่าสเปรย์น้ำแร่ดีต่อความงามของเราอย่างไรบ้าง
สเปรย์น้ำแร่ คือการเอาน้ำแร่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ จากธรรมชาติแล้วแต่บริเวณแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ชนิดนั้นมาบรรจุขวด  อาจมีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิว
mineral-spray

เพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้า

ใครที่ต้องออกไปทำงานกลางแจ้ง หรือต้องเผชิญกับแดดทั้งวันจนมีปัญหากับผิวหน้า ก็สามารถฉีดสเปรย์น้ำแร่ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ และแร่ธาตุต่าง ๆ ในน้ำแร่ จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ที่เป็นสาเหตุของการมีริ้วรอยได้อีกด้วยค่ะ

เครื่องสำอางติดทน

ประโยชน์ของสเปรย์น้ำแร่ แน่นอนว่าเป็นเรื่องให้ความชุ่มชื้นกับผิวเป็นอันดับแรก และเมื่อมีการแต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนใบหน้า ก็จะทำให้เครื่องสำอางเหล่านั้นอยู่ติดทนทานมากกว่าเดิม

กระชับรูขุมขน

เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกว่าหน้ามันมาก ๆ เราสามารถหยิบสเปรย์น้ำแร่มาพ่นระหว่างวันได้เลย จะทำให้กระชับรูขุมขนและกำจัดสิ่งสกปรกที่ไหลออกมาจากรูขุมขนได้เลย

ช่วยลดปัญหาสิวอักเสบ

สเปรย์น้ำแร่ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ค่ะ อาจจะต้องดูแบรนด์ที่มีแร่ธาตุบางอย่างที่จะช่วยลดการอักเสบของสิวลง ซึ่งมันจะช่วยต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวด้วยค่ะ

ประโยชน์ของสเปรย์น้ำแร่น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า หาสเปรย์น้ำแร่มาพกติดตัวกันไว้ดีกว่าค่ะ
Cr.http://www.healthandtrend.com/beauty/skin/mineral-spray

4 อาหาร นักโภชนาการแนะนำเพิ่มในมื้ออาหารช่วยลดน้ำหนักได้ผล

Julie Upton นักโภชนาการจาก Appetite For Health ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่เพื่อนๆ ควรเพิ่มลงไปในมื้ออาหารเพื่อเป็นการเริ่มต้นดูแลสุขภาพและลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ ใครกำลังลดน้ำหนักอยู่ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างที่ควรเพิ่มเข้าไปในมื้อเพื่อให้การลดน้ำหนักง่ายขึ้นค่ะ

1.ไข่

4-nutritionists-recommend-adding-in-meals-to-help-lose-weight-2
ไข่เป็นอาหารที่สามารถป้องกันโรคเรื้อรังได้ มีสารอาหารที่จำเป็นกว่า 10 ชนิดรวมทั้งธาตุเหล็กธาตุเหล็กวิตามินดีสังกะสีและ lutein มีโปรตีนคุณภาพสูงมากถึง 6 กรัม มีวิตามิน D ธรรมชาติ ช่วยลดภาวะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
ยิ่งไปกว่านั้นการศึกษาหลายชิ้นยังแสดงให้เห็นว่าการทานอาหารเช้าที่อุดมด้วยโปรตีน (20 ถึง 25 กรัมของโปรตีน) เมื่อเทียบกับมื้ออาหารมื้อแรกที่อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตจะช่วยให้เพื่อนๆ อิ่มนานขึ้น ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะไม่กินมากเกินไปในตอนกลางวัน ในความเป็นจริงการศึกษาแปดสัปดาห์หนึ่งพบว่า ผู้กินไข่ลดน้ำหนักลง 65% เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานอาหารเช้าที่มีคาร์โบไฮเดรตที่มีแคลอรี่เหมือนกัน การศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าไข่ช่วยยับยั้ง ghrelin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากด้วยนะ

2.ถั่ว

4-nutritionists-recommend-adding-in-meals-to-help-lose-weight-4
เส้นใยจากพืชช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ และก็ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยเหมือนกันนะ ถั่วเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของเส้นใยและโปรตีน เรียกว่าทูอินวันเต็มรูปแบบ
ปัจจุบันมีการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ใน Journal of Human Nutrition and Dietetics พบว่า คนที่มีน้ำหนักเกินกินถั่วสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 4.5 กิโลกรัมใน 16 สัปดาห์ ทั้งระดับคอเลสเตอรอลในเลือดก็ดีขึ้นด้วย แบบนี้แล้วมื้อเช้าของเพื่อนๆ น่าจะลองเพิ่มถั่วเข้าไปดูนะ

3.พิซตาชิโอ

4-nutritionists-recommend-adding-in-meals-to-help-lose-weight-3
นี่ก็ถั่วเหมือนกัน ส่วนตัวสดสวยชอบมากเพราะอร่อยดี แต่นอกจากความอร่อยแล้วนั้นเจ้าพิซตาชิโอยังเป็นถั่วที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุดอีกด้วย โดย FDA เองยังได้รับรองว่าการกินพิซตาชิโอวันละ 1.5 ออนซ์ เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลต่ำ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ แถมยังมีแคลอรี่ต่ำให้ไฟเบอร์และโปรตีนสูง ใช้กินเป็นของว่างแทนขนมอย่างอื่น ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

4.แซลมอน

4-nutritionists-recommend-adding-in-meals-to-help-lose-weight-1
แน่นอนว่าในทะเลมีปลามากมาย แต่ปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในนักว่ายน้ำที่มีสุขภาพดีที่สุดในโลก เป็นโปรตีนลีนที่เต็มไปด้วยไขมัน omega-3 ซึ่งช่วยป้องกันการอักเสบและช่วยปกป้องกระดูกด้วย การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ในอาหารลดแคลอรี่ผู้ที่กินปลาแซลมอน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดน้ำหนักโดยเฉลี่ย 5 กิโลกรัมและมีสัญญาณดีขึ้นสำหรับอาการอักเสบ เปลี่ยนจากหมู เบคอน มาเป็นแซลมอน รับรองเลยว่าหุ่นดีขึ้นแน่นอน

แค่เลือกวัตถุดิบให้เป็น ปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย เพียงไม่กี่ข้อเหล่านี้ก็ช่วยให้เพื่อนๆ ไปถึงเป้าหมายได้เป็นอย่างดีแล้วล่ะค่ะ เริ่ม!
Cr.http://www.healthandtrend.com/slimming/slim-food/4-nutritionists-recommend-adding-in-meals-to-help-lose-weight

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ล้างหน้าผิดชีวิตพังเพราะสิวผุด หยุดเถอะ!

เวลาแต่งหน้าไม่เคยยั่น แต่ทำไมเวลาล้างเราถึงขี้เกียจได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้เนอะ เครื่องสำอางเดี๋ยวนี้มักจะมีแต่ประเภทติดทนยาวนาน ล้างไม่หลุดอยู่เต็มไปหมดซะด้วย เราก็เลยหาตัวช่วยในการล้างเครื่องสำอางให้หลุดออกแบบง่าย ๆ แต่แน่ใจไหมล่ะว่าวิธีการที่เราทำมันถูกแล้วจริง ๆ สิ่งนี้เป็นทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้เราทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีขึ้น และควรหยุดพฤติกรรมผิด ๆ กันดีกว่าค่ะ
how-to-wash-face-for-healthy-skin

ถูอย่างรุนแรง

บางครั้งก็รำเครื่องสำอางที่มันติดแน่นนานเหลือเกิน จนเผลอกระทำรุนแรงกับผิวหน้ามากเกินไป แต่ใจเย็นนะคะ เราต้องถนอมนางหน่อย เพราะไม่เช่นกันยางชิงแก่ริ้วรอยเกิดจะเสียหาย เราแค่ต้องเลือกตัวช่วยในการล้างให้ถูกประเภท ถ้าถูกแล้วก็แทบจะไม่ต้องออกแรงเลยค่ะ

เลือกเมคอัพรีมูฟเวอร์

พวกรีมูฟเวอร์เหล่านี้มีหลายประเภทนะคะ ทั้งแบบน้ำมัน เจล ครีม ถ้าใครผิวแห้งอาจจะเหมาะกับน้ำมันได้ แต่ถ้าผิวมันไม่ควรเด็ดขาดเพราะเดี๋ยวจะยิ่งทำให้ผิวมันมากขึ้น เลือกเป็นแบบเจลทดทนก็ดีค่ะ

คลีนเซอร์ต้องมา

ล้างด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์แล้วไม่ใช่จบนะคะ เราแค่ขจัดสิ่งที่เป็นคราบฝังลึกออกไปได้เท่านั้น แต่ยังคงต้องมีในส่วนของคลีนเซอร์มาช่วยทำความสะอาดผิวอยู่ เพราะฉะนั้นล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์หรือโฟมตบท้ายด้วยค่ะ

รีมูฟเวอร์แผ่น

มันก็สะดวกดี แต่ไม่ได้หมายความว่าขั้นตอนเดียวแล้วล้างน้ำสะอาดได้เลยนะคะ ยังคงต้องมีคลีนเซอร์ตัวอื่น ๆ ช่วยชำระเอาสิ่งสกปรกออกไปอยู่ดี เครื่องสำอางฟังลึกขนาดนั้น เอาออกไม่ง่ายหรอกค่ะ


เห็นไหมล่ะว่าบางอย่างเราก็มองข้ามไปจนอาจก่อให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบเพราะล้างหน้าไม่สะอาดได้ เพราะฉะนั้นหยุดพฤติกรรมแบบนี้แล้วมาล้างหน้าให้ถูกวิธีกันดีกว่าค่ะ
Cr.http://www.healthandtrend.com/beauty/skin-trouble/how-to-wash-face-for-healthy-skin

3 ฮอร์โมนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก

คุณพอจะทราบใช่หรือไม่ว่าการลดน้ำหนักนั้นไม่ใช้เรื่องที่ง่ายดายเลยยิ่งหากอายุมากขึ้นการลดน้ำหนักก็จะยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้นและหากกรณีนั้นเป็นผู้หญิงแน่นอนว่าใครก็ตามที่เข้าใกล้ช่วงหมดประจำเดือน (ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 45 ปีขึ้นไป) อาจเกิดอาการประมาณว่าร้อนวูบ มีอาการแบบเหงื่อออกในช่วงกลางคืนได้ง่ายและฮอร์โมนที่สำคัญมากที่อาจกลายเป็นตัวเข้าไปทำลายฝันแสนหวานของสาว ๆ มีด้วยกันหลายฮอร์โมน มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีฮอร์โมนอะไรบ้าง
3-major-hormones-related-to-weight-loss2

1.ฮอร์โมนเอสโตรเจน 

ฮอร์โมนนี้เป็นฮอร์โมนที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ฮอร์โมนเพศหญิง”  การที่คนเรานั้นมีน้ำหนักตัวมากเกินกว่าเกณฑ์มักจะมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงมาจากตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งฮอร์โมนนี้จะเกิดขึ้นที่บริเวณรังไข่และคอยทำหน้าที่ในการกักเก็บปริมาณไขมันได้เช่นกันยิ่งหากคุณมีฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยเท่าใดไขมันก็จะยิ่งไปสะสมตามส่วนของสะโพก ส่วนของต้นขาได้มากยิ่งขึ้น

2.ฮอร์โมนคอร์ติซอล 

หรือฮอร์โมนความโกรธนั้นในเรื่องของระดับความเครียดนั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้พร้อมกับการกระจายพวกไขมันที่อยู่ในหน้าท้อง ระดับของคอร์ติซอลนั้นจะยิ่งเพิ่มได้หากมีความเครียดเกิดขึ้น  เมื่อเครียดก็ยิ่งอยากทานอาหารมากขึ้นไปอีก นั่นจึงทำให้หลายครั้งเราพบว่าใครก็ตามที่มีโรคเครียดมักจะมีระดับของอินซูลินเพิ่มมากกว่าทั่วไป เมื่อเครียดก็เลยยิ่งลดน้ำหนักได้ยากเหลือเกิน นอกจากนี้ตัวฮอร์โมนตัวนี้ยังส่งผลทำให้ระดับของอินซูลินค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นซึ่งนั่นก็เลยเป็นเหตุที่ทำให้น้ำตาลที่อยู่ในเลือดลดต่ำลง เมื่อลดต่ำก็เลยส่งผลทำให้รู้สึกหิวมากขึ้นอีก

3.ฮอร์โมนเลปติน 

หรือฮอร์โมนเกี่ยวกับความอิ่ม ฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นมาโดยเซลล์ไขมันที่อยู่ภายในร่างกาย สำหรับเป้าหมายแรกก็คืออยู่ที่ส่วนของสมองโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนของไฮโปทาลามัส ตัวเลปตินั้นจะทำการเลือกส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อแจ้งว่าขณะนี้ร่างกายกำลังมีปริมาณของไขมันสะสมที่เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องทานอีกนั่นก็เพื่อทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญแคลอรีให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสม อยู่ในอัตราที่ปกติ

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็ควรใส่ใจกับฮอร์โมนเหล่านี้ให้มากขึ้น เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมานั่นเอง
Cr.http://www.healthandtrend.com/slimming/diet/3-major-hormones-related-to-weight-loss

ผลการศึกษาเผย 28-32 ปี คือช่วงอายุดีสุดที่จะแต่งงาน

ในบทความนี้เฮียอาจจะขอนอกเรื่องของสุขภาพสักเล็กน้อย แต่เฮียเห็นว่าน่าสนใจเลยอยากบอกกล่าวให้เพื่อนๆ ได้ลองอ่านกันดู สำหรับเรื่องของ

“การแต่งงาน”

ถ้าให้เราลองมองเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน หลายคนอาจเจอสภาพที่ว่า เราโสด เพื่อนก็ยังโสด คนใกล้ตัวมีแต่คนโสด อย่างตัวเฮียเองในกลุ่มเพื่อนก็มีเพื่อนที่แต่งงานแล้วไปแค่ 3 ใน 10 เท่านั้นครับ แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนคงเคยสงสัยว่า เอ… แล้วช่วงอายุขนาดไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับการเลิกโสดแล้วมีครอบครัวสักที บทความนี้เฮียมีคำตอบมาฝากกันครับ
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าเราควรแต่งงานระหว่างอายุ 28 ถึง 32 ปีหากไม่ต้องการหย่าร้างในห้าปีแรก

ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ? แล้วถ้าตอนนี้ฉันเกินแล้วล่ะ?

perfect-age-to-get-married
อย่าเพิ่งตีโพยตีพายครับ เพราะมันแค่เรื่องของสถิติเท่านั้น จากการศึกษาและการวิเคราะห์โดย Nicholas H. Wolfinger นักสังคมวิทยาที่ University of Utah และเผยแพร่โดยสถาบัน Pro-marriage สำหรับการศึกษาครอบครัว แสดงให้เห็นว่าคนที่แต่งงานระหว่าง 28 และ 32 จะมีโอกาสหย่าร้างน้อยในช่วงปีต่อๆ มาของชีวิตแต่งงาน
คุณ Wolfinger ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากช่วงปี 2006-2010 และ 2011-2013 จาก National Survey of Family Growth เขาพบว่า
อัตราการหย่าร้างในช่วงอายุ 20 ตอนปลาย ถึง 30 ปีตอนต้นนั้นมีน้อย แต่กลับพบการหย่าร้างที่มากขึ้นหลังช่วงอายยุ 32 ปี ซึ่งมีมากกว่า 5% เลยทีเดียว
marrage-age-divorce-risk-as-of-2011-13-0-order
ที่มาภาพ: Replicating the Goldilocks Theory of Marriage and Divorce
ซึ่งก็มีหลายเหตุผลนะที่ช่วงอายุดังกล่าวจะเป็นช่วงอายุที่ดีในการเริ่มต้นความสัมพันธ์อันยาวนาน หรือการใช้ชีวิตแต่งงานกับใครสักคน เพราะว่าในช่วงอายุนี้มีวุฒิภาวะมากพอที่จะเข้าใจว่าอะไรดีต่อความสัมพันธ์ และมักไม่รักโดยไม่ใช้เหตุผล ในกลุ่มอายุนี้จะมีตัวเลือกที่ดีมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งยังมีฐานะที่พอต่อการสนับสนุนความสัมพันธ์เช่นเดียวกัน
แต่ทั้งหมดนั้นก็อย่างที่เฮียได้บอกไปครับว่ามันเป็นเพียงสถิติเท่านั้น ไม่มีตัวบ่งชี้แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วอายุเท่าไหร่จึงจะแต่งงานแล้วผลลัพธ์ออกมาดี มีความสัมพันธ์ที่ดี สิ่งสำคัญอยู่ที่คนสองคนหมั่นเติมใจให้กันต่อไปได้นานแค่ไหนครับ
ใกล้จะวาเลนไทน์แล้ว ขอให้ความรักคุ้มครองเพื่อนๆ ชาว HealthandTrend.com ทุกคนนะครับ :)
Cr.http://www.healthandtrend.com/healthy/healthy-tips/perfect-age-to-get-married