วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558
เปลี่ยนจากหน้าแย่ๆ มาเป็นสาวหน้าใส
มาเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวหน้าใสกันเถอะ แค่เพียงใส่ใจผลิตภัณฑ์และการดูแลผิวพรรณให้มากขึ้น ก็ทำให้เรามีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นได้
ใช้คลีนเซอร์ล้างเครื่องสำอาง
กลับบ้านควรรีบล้างหน้า ใช้คลีนเซอร์เช็ดล้างเครื่องสำอางออกให้หมดจด และล้างด้วยโฟมตามอีกครั้งเพื่อใบหน้าที่สะอาดมั่นใจ
เลือกโฟมที่มีค่า PH เป็นกลาง
อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำร้ายผิวหน้า
ใช้สครับหรือมาส์กหน้าบ้าง
ใช้สครับขัดผิวบ้างแต่ไม่ใช่ทุกวันนะคะ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ มาส์กหน้าเพื่อบำรุงให้ผิวหน้าชุ่มชื่น
เลิกแกะ เลิกเกา สัมผัสบ่อยๆ
ในระหว่างวัน พยายามใช้มือกับใบหน้าให้น้อยที่สุด เพราะมืออาจนำสิ่งสกปรกไปติดใบหน้า
รีบบำรุงผิวหลังล้างหน้า
หลังล้างหน้ามาหมาดๆ ควรรีบทาครีม เพราะผิวช่วงนี้ดูดซึมได้ดี
ใส่ใจกับฉลากให้มากขึ้น
เลือกส่วนผสมของครีมบำรุงให้เข้าสภาพผิว ผิวมันไม่ควรเลือกที่ผสมน้ำมัน หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อผิวจะได้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน
รับประทานผักและผลไม้
รู้กันดีกว่าผักและผลไม้ ช่วยบำรุงผิว ให้ผิวมีสุขภาพดี ชุ่มชื้น กากใยช่วยทำให้ร่างกายขับของเสีย
ออกกำลังกายบ้าง
การออกกำลังกายทำให้เลือดสูบฉีด ผิวพรรณมีน้ำมีนวล มีสุขภาพผิวดี
Cr.http://women.thaiza.com/เปลี่ยนจากหน้าแย่ๆ-มาเป็นสาวหน้าใส/317083/
พฤติกรรมเสี่ยงสิว จุดด่างดำ
สาวๆ ที่ไม่อยากให้สิวมาเยือนบนใบหน้า ก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดสิว
1. แต่งหน้านานเกิน8 ชม. ผิวไม่ได้หายใจ อึดอัดจากรองพื้น ผิวที่มันเยิ้ม
2. ไม่ขับถ่ายทุกวัน ท้องผูก สะสมของเสียไว้ในร่างกาย
3. การเติมแป้งระหว่างวัน เพราะในพัพอาจมีเชื้อโรคสะสม
4. กลับบ้านไม่ล้างหน้าทันที หรือนอนเลยโดยไม่ล้างหน้า ทั้งเครื่องสำอาง ผสมกับฝุ่น มลภาวะ สิ่งสกปรกที่สะสมมาทั้งวัน
5. ล้างหน้าไม่สะอาดจริงๆ ยังมีสิ่งสกปรกตกค้าง คราบเครื่องสำอาง ครีมกันแดด
6. นั่งแคะแกะเกา ยิ่งทำให้สิวลุกลาม
7. ระหว่างวันชอบจับหน้าบ่อยๆ ทั้งวันมือของเราจับอะไรมาบ้าง ทั้งฝุ่นเชื้อโรค แล้วก็มาสัมผัสกับใบหน้า
8. ใช้เครื่องสำอาง ครีม ไม่เหมาะกับผิว เช่นผิวมันแต่ไปใช้อะไรที่มันเยิ้ม เพิ่มโอกาสในการเพิ่มสิว
Cr.http://women.thaiza.com/พฤติกรรมเสี่ยงสิว-จุดด่างดำ/317082/
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558
สับปะรดดีต่อสุภาพสตรีและผู้ป่วย
สับปะรดดีต่อสุภาพสตรีและผู้ป่วย
สับปะรดนอกจากจะหวานอร่อยแล้ว สับปะรดยังดีต่อสุขภาพ ประโยชน์ของสับปะรดดีต่อสุขภาพ สตรีและผู้ป่วยอีกด้วย
สำหรับสุภาพสตรีที่มีอาการปวดประจำเดือน อาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร หรือผู้ป่วยอาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เก๊าท์ หากรับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการต่างๆเหล่านี้ได้ รวมไปถึงสมานแผลให้ทุเลาได้เร็วขึ้นด้วย
วิธีรับประทานสับปะรดให้ถูกต้อง
สำหรับการรับประทานที่ถูกวิธีนะ ให้ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียงเป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้วยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และเอ็มไซม์บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลังรับประทานคะ
ข้อแนะนำของสับปะรด
ถึงแม้ว่าสับปะรด จะเป็นผลไม้ที่เยี่ยมยอดเลยก็ว่าได้สำหรับเรา แต่หากรับประทานในปริมาณมากๆ อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ ควรรับประทานสับปะรด ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และผักผลไม้อื่นๆด้วย อย่าลืมบอกต่อเคล็ดลับดีๆให้เพื่อนๆต่อได้นะ
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558
รวมสูตรสครับเปลี่ยน “ริมฝีปากดำคล้ำ” ให้สวยอมชมพู !!
สาว ๆ จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาริมฝีปากดำคล้ำ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจจะเกิดมาจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ จนบั่นทอนความงามของใบหน้าและทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง จึงทำให้เจ้าตัวจ้องมองหาวิธีแก้ไขให้กลับมาสวยอีกครั้ง วันนี้เรามีสูตรเด็ดเคล็ดลับสครับริมฝีปากที่ช่วยแก้ปัญริมฝีปากดำคล้ำให้กลับมาสวยอมชมพูและเนียนนุ่มมาฝากกัน
1. แปรงสีฟัน รู้หรือไม่? ว่าของใช้ใกล้ตัวอย่างแปรงสีฟันนี่แหละที่สามารถช่วยให้เรากลับมามีริมฝีปากสีชมพูได้ การขัดริมฝีปากเบาๆด้วยแปรงสีฟัน เนื่องจากวิธีนี้จะช่วยขจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วทำให้ปากดูอมชมพูมากขึ้นนั่นเอง
2. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + น้ำมันอัลมอนด์ ½ ช้อนชา เมื่อได้แล้วก็ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาสครับที่ริมฝีปากเบาๆ ต่อมาล้างออกด้วยน้ำอุ่น การบำรุงด้วยลิปมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของคุณ
3. น้ำผึ้ง + น้ำตาล + วาสลีน ใช้สัดส่วนเท่า ๆ กันอย่างละ ½ ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาสครับที่ริมฝีปากเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ต่อมาล้างออกด้วยน้ำอุ่น
4. น้ำมะนาว + น้ำนม + น้ำตาล ใช้อย่างละ ½ ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาสครับที่ริมฝีปากเบาๆ ประมาณ 5 นาที ต่อมาล้างออกด้วยน้ำอุ่น
5. สตรอเบอร์รี่ + วาสลีน นำเอาเอาสตรอเบอร์รี่ลูกสุกๆมาปั่นให้ได้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นผสมด้วยวาสลีนประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ พยายามคนให้เข้ากัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทาที่ริมฝีปาก ขอบอกว่าสูตรนี้สามารถนำมาใช้แทนลิปปาล์มได้เลยนะ!!
Cr. kaijeaw
วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558
คุณค่าของผลไม้ ที่ช่วยให้ผิวสวยใส
การรับประทานผลไม้เป็นประจำ ทำให้ร่างกายและผิวพรรณได้รับสารอาหารและวิตามิน ผลไม้บางชนิดยังมีสรรพคุณที่แตกต่างสามารถนำมาพอกหน้า เพื่อแก้ไขและบำรุงผิวได้ดี
กล้วย
อุดมไปด้วยวิตามิน A และ C ช่วยให้ผิวสดใส กระชับ เต่งตึง
ฝรั่งวิตามินซีในฝรั่งช่วยให้ใบหน้าที่หมองคล้ำกลับมาสดใสได้
มะม่วงสุกมะม่วงมีวิตามิน A และ C ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ใบหน้าเกลี้ยงเกลา
มะละกอช่วยป้องกันการอักเสบ กำจัดสิ่งสกปรกจากผิว จุดด่างดำจะดูลดเลือน
แตงโมทำให้ผิวสดชื่น ชุ่มชื้น
ส้มมีวิตามินซีสูง ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น กระชับผิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
#ครีมกำจัดไฝขี้แมลงวันกระติ่งเนื้อbylilyshop43
Cr.http://women.thaiza.com/คุณค่าของผลไม้-ที่ช่วยให้ผิวสวยใส/318377/
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ไฝ VS ขี้แมลงวัน มีความแตกต่างกันอย่างไร?
"ไฝ" และ"ขี้แมลงวัน" มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ Melanocyte (ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยมีหน้าที่ใน การสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งปริมาณและขนาดของเมลานิน จะเป็นตัวกำหนดสีผิวของคนเรา ว่าจะมีผิวขาว ผิวคล้ำ มากน้อยเพียงใด ) แล้วเกิดเป็นเนื้องอกจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เมลาโนไซท์ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน ส่วน
"ขี้แมลงวัน" จะเป็นตุ่มราบสีดำ และอยู่ตื้นกว่าไฝ โดยทั่วๆ ไป ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีการเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างช้าๆ ซึ่งมักจะสังเกตได้ในช่วงวัยรุ่น หรือตั้งครรภ์ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในบริเวณทั่วตัวพร้อมๆ กัน
จากการติดตามแล้วพบว่า ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ที่เรียกว่า Melanoma ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ในคนไทยพบได้น้อย ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่แรกเริ่ม จึงมีความจำเป็น และแก้ไขได้ทันท่วงที
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ใช้รองพื้นผสมกันแดดอย่างเดียวเลยได้ไหม?
สาวๆ บางคนเลือกลดขั้นตอนในการแต่งหน้า เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารกันแดดตัวเดียว แล้วลงแป้งเลย ก็ตัวแป้งก็ผสมสารกันแดดด้วยนี่นา แล้วจะต้องใช้ครีมอีกทำไมให้หลายขั้นตอน
ถ้าชีวิตประจำวันไม่ได้ออกกลางแจ้ง โดนแดดแรงๆ การแต่งหน้าแค่นั้นก็คงพอ แต่ถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดทั้งวัน นั่งในออฟฟิศเจอกับแสงจากคอม แสงจากไฟ สารกันแดดที่ผสมนั้นอาจทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ อาจทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ขึ้นฝ้า กระได้
พวกผลิตภัณฑ์รองพื้นที่ผสมสารกันแดด อาจพ่วงมาด้วยค่า SPF+++ ด้วยส่วนผสมบางอย่างในสูตรให้มีผลในการป้องกันแสงแดดเท่านั้น แต่อาจทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ เพราะส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือสารให้สี จุดประสงค์คือเพื่อปกปิดร่องรอยต่างๆ ทำให้หน้าเรียบเนียน หากประสงค์จะป้องกันแสงแดด เพื่อความมั่นใจควรเพิ่มขั้นตอนในการทาครีมกันแดดโดยเฉพาะจะดีกว่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







