วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคล็ดลับความสวยของสาวเอเชีย

เคล็ดลับความสวยของสาวเอเชีย

เคล็ดลับความสวยของสาวเอเชีย

     สาวเอเชียสวยใสไม่แพ้ชาติใดในโลก จริงๆ แล้วสาวเอเชียได้เปรียบตรงที่มีผิวละเอียดและสีเรียบเสมอกันกว่า สาวตะวันตก ดังนั้น อย่าได้แคร์ว่าฝรั่งจะมีโครงหน้าที่คมสวยกว่าเรา เพราะต่างคนต่างก็มีดี โดยเฉพาะเคล็ดลับความสวยของแต่ละประเทศในเอเชียนี้มีเยอะแยะมากมาย ถ้าอยากรู้ว่าประเทศไหนมีเคล็ดลับอะไร ไปดูกันเลย
JAPAN
กินสิ่งไหนก็ได้สิ่งนั้น
     ขั้นตอนแรกเพื่อความสวยก็ต้องดูว่าเราใส่อะไรเข้าไปในร่างกายบ้าง สังเกตได้ว่าอาหารญี่ปุ่นจะดูเฮลตี้สุดๆ และมาเป็นเซ็ตเล็กๆ สาวญี่ปุ่นจะไม่กินพวกอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสักเท่าไหร่ ขนาดน้ำชาในตู้กดน้ำก็ยังหวานน้อยกว่าชาเขียวสำเร็จรูปบ้านเราถึงสองเท่า และสิ่งที่สาวๆ กินเยอะที่สุดคือปลาที่มีโอเมก้า-3 รวมไปถึงการกินอาหารเสริมอย่างคอลลาเจนอีกด้วย

อย่าได้หยุดดื่มชาเขียว
     มีผลการวิจัยออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าชาเขียวมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ต้านผิวอักเสบ แล้วยังมีแอนตี้ออกซิแดนต์ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง คนญี่ปุ่นจึงพยายามผสมใบชาเขียวลงในทุกอย่างทั้งเค้กและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ยังมีความนิยมในการนำยอดใบชาเขียวหรือมัทฉะมาผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพราะเชื่อว่าในปริมาณที่เท่ากันมัทฉะมีแอนตี้ออกซิแดนต์สูงกว่าชาเขียวปกติถึง 10 เท่าเลยทีเดียว 

อย่ากลัวที่จะใช้ออยล์
     สาวๆ ญี่ปุ่นไม่เคยกลัวที่จะใช้ออยล์ เขาบอกว่าออยล์เป็นที่มีมาเนิ่นนาน ทั้งใช้บำรุงอย่างล้ำลึกและล้างเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเหล่าเกอิชาที่จะใช้น้ำมันดอกคาเมเลียแทนน้ำ และการใช้ออยล์ยังเป็นทริกที่ขึ้นชื่อในเรื่องการต่อต้านริ้วรอยและช่วยฟื้นบำรุง นอกจากนี้ ในตำราสมัยก่อนยังใช้ออยล์บำรุงเส้นผมด้วย

นวดผิวไล่ริ้วรอย
    เคล็ดลับที่ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ของคนญี่ปุ่นคือการนวดผิวเพื่อกระตุ้นและกระชับผิวให้ดูเต่งตึง โดยทาผลิตภัณฑ์บำรุงแล้วนวดคลึงบริเวณที่มีริ้วรอยหรือเริ่มมีริ้วรอย นอกจากนี้ การนวดยังทำให้เลือดสูบฉีดเพื่อช่วยให้เซลล์ผิวของเราฟื้นฟู ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าแข็งแรงขึ้น และริ้วรอยดูจางลงด้วย
KOREA
มาส์กหน้าเป็นว่าเล่น
    เคล็ดลับของสาวเกาหลีคือการมาส์กหน้า สังเกตได้จากร้านขายเครื่องสำอางที่มักจะมีแผ่นมาส์กหน้าขายเยอะแยะทั้งแพงและถูก หลังล้างหน้าเสร็จ ก็มาส์กหน้าทิ้งไว้สัก 10 นาที (ห้ามทิ้งไว้ข้ามคืนนะ) จากนั้น เอาแผ่นมาส์กออกแล้วค่อยๆ นวดให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิว พร้อมที่จะลงครีมหรือเซรั่มบำรุงอื่นๆ ได้ต่อ แต่นอกจากช่วงเวลาก่อนนอนแล้ว เวลาไหนก็สามารถมาส์กได้นะ นอกจากนี้ ยังมีมาส์กเฉพาะจุดอย่างมาส์กใต้ตาหรือปากมาให้ได้ใช้อีกด้วย

ผลักน้ำลงผิว
    คนเกาหลีมีความเชื่อเรื่องการเติมน้ำให้ร่างกาย เพราะจะมีผลต่อความชุ่มชื้นของผิวอย่างมาก ดังนั้น ทุกเช้าสาวเกาหลีจะตื่นขึ้นมาและดื่มน้ำแก้วใหญ่หนึ่งแก้ว พร้อมฉีดพ่นน้ำเย็นใส่ใบหน้าประมาณ 2-3 นาทีจนฉ่ำไปหมด แถมยังเน้นอาหารไม่เค็มเพื่อหลีกเลี่ยงโซเดียมซึ่งเป็นตัวการดูดน้ำออกจากร่างกาย 

ใช้เกือบ 20 ตัว
    มีผลการสำรวจในเกาหลีใต้ค้นพบว่า ผลิตภัณฑ์ของเกาหลีทุกวันนี้ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยคุณสมบัติเด่นในการให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิวจึงมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยผลการสำรวจพบว่าสาวเกาหลีหนึ่งคนจะใช้ผลิตภัณฑ์ความงามประมาณ 20 ตัวในหนึ่งวัน

THAILAND
สมุนไพรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
    ไม่ว่าจะเป็นขมิ้น อัญชัน มะกรูด สารพัดอย่างที่เป็นสมุนไพร สาวไทยก็เอามาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ความงามได้หมด โดยมีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายแล้ว ลองแอบถามคุณย่าคุณยายดูว่าท่านมีสูตรความงามอะไรบ้างแล้วคุณอาจจะได้เคล็ดลับความงามแบบไทยๆ มาใช้อีกเพียบ

ผงพิเศษตราร่มชูชีพผสมมะนาว
    สมัยก่อนเคล็ดลับความสวยของสาวไทยมักจะเริ่มจากลองผิดลองถูก หนึ่งในนั้นคือการใช้ผงพิเศษตราร่มชูชีพผสมมะนาวแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิว จะทำให้หน้าดูใสไม่แพ้สาวแดนกิมจิเลยล่ะ 

น้ำมันมะพร้าว
    ถึงแม้คนไทยจะไม่ได้เป็นคนคิดค้น แต่ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำมันมะพร้าวที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ และสาวๆ ชาวไทยส่วนใหญ่ก็มักจะรู้ถึงข้อดีของการใช้น้ำมันมะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นการกินเพื่อช่วยดีท็อกซ์ หมักผมให้กลับมาดูสวยเงางาม และยังมีประโยชน์อีกมากมาย ใครที่ยังไม่มีน้ำมันมะพร้าวอยู่ที่บ้าน รีบไปหาซื้อมาเก็บไว้ได้เลย

MYANMAR
ทานาคาที่มาของความสวย
    ‘ผิวพม่า นัยน์ตาแขก’คำกล่าวนี้บอกเราได้ว่าผิวของสาวพม่านั้นสวยไม่เป็นรองใครเคล็ดลับของพวกเธอคือการไม่แต่งหน้าเยอะ พร้อมบำรุงด้วยธรรมชาติอย่างแป้งทานาคา ซึ่งจริงๆ แล้วคือไม้ทานาคามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงมาก นอกจากนี้ ทานาคายังช่วยป้องกันการเกิดสิวด้วยคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียและช่วยลดผดผื่นคัน ลดการเกิดจุดด่างดำและฝ้า และยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวี มีประโยชน์เยอะแบบนี้สาวพม่าถึงได้มีผิวสวยใสไร้สิวไงล่ะ


CHINA
น้ำซาวข้าวเพื่อผิวสวย
    ปกติสาวๆ จะซื้อโทนเนอร์มาในราคาค่อนข้างแพง แต่สำหรับสาวจีนในสมัยก่อนจะใช้น้ำซาวข้าวทำความสะอาดหน้าแทนโทนเนอร์ เริ่มจากนำข้าวมาแช่น้ำไว้สักพักจนน้ำกลายเป็นสีขาว จากนั้น เก็บไว้ในขวดแล้วแช่ตู้เย็นได้ 3-4 วัน ส่วนเวลาใช้ก็ให้นำสำลีมาชุบแล้วเช็ดแทนโทนเนอร์เพื่อเผยผิวให้ดูสวยกระจ่างใส

ฉลาดใช้สมุนไพร
   คนจีนถือเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่มีหัวด้านการทำธุรกิจ และที่ไม่แพ้กันคือมีความรู้ด้านการใช้สมุนไพร ไม่เว้นแม้กระทั่งการใช้สมุนไพรเพื่อความงาม โดยสาวจีนเป็นที่กล่าวขานกันว่ามีผิวสวยที่สุดชาติหนึ่งในโลก สาวจีนชอบใช้สมุนไพร 3 ชนิดในการบำรุงผิวคือ Bei Qi (กันเฉ่า), Huang Qi (หวงฉี) และ Goji (โกจิ) อย่างแรกรู้จักกันดีว่าช่วยให้ผิวขาวใสและทำความสะอาดผิว หวงฉีช่วยฟื้นฟูผิวเหนื่อยล้าและดูมีอายุ ส่วนโกจิซึ่งปัจจุบันมีผสมอยู่ในครีมบำรุงทั่วโลก เชื่อว่ามีแอนตี้ออกซิแดนต์ช่วยชะลอความแก่


VIETNAM
กาแฟดําดีท็อกซ์
    กาแฟเป็นผลิตภัณฑ์ฮอตฮิตอันดับหนึ่งของเวียดนาม การกินกาแฟดำทุกวันนอกจากจะช่วยในเรื่องของสุขภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ นอกจากนี้ กากกาแฟยังสามารถเอามาทำเป็นสครับขัดผิว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชวนสัมผัสได้อีกด้วย

ขาวไว้ก่อน
    ไม่ต่างจากสาวไทย สาวเวียดนามก็มีความเชื่อว่าผิวขาวคือความงดงาม พวกเธอจึงใส่เสื้อผ้าคลุมตั้งแต่ต้นคอจรดปลายเท้า เรียกว่าชุด Ao Dai พร้อมใส่หมวกปีกกว้างและถุงมือ แม้จะอยู่ในสภาพอากาศเกือบ 40 องศาก็ตาม! แถมพวกเธอยังนิยมใช้ครีมกันแดดแบรนด์ดีๆ ที่อิมพอร์ตจากเมืองนอกด้วย 

มาส์กหน้าหวานๆ
    ในชุมชนดั้งเดิมอย่างฮอยอันยังพบว่ามีการใช้ผลไม้หลายชนิดอย่างมะละกอ มะเขือเทศ แตงโม และกล้วย บดผสมกับนมและน้ำผึ้ง เพื่อนำมามาส์กหน้าด้วย
Cr.http://women.sanook.com/43189/

ชมหุ่นฟิตเปรี๊ยะซิกแพคแน่นปั๊กของนางเอก ‘ชมพู่ อารยา’ สวยเฟิร์มของจริง!!

คราวก่อนเรานำเสนอเรื่องราวและหุ่นสุดแซ่บของพิธีกรสาว ‘กาละแมร์  พัชรศรี’ ไปแล้ว   จะขาดนางเอกสาวตัวแม่แก๊งเดียวกันอย่าง ‘ชมพู่  อารยา’  ได้ยังไง   ซึ่งวิถีเฮลท์ตี้ของสาวชมก็ไม่ต่างกับสาวแมร์ค่ะ  นั่นคือ อีทคลีนสุดๆ+ออกกำลังกายสม่ำเสมอ   ร่างของเธอจะเป๊ะเวอร์ขนาดไหนมาชม

aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMjE0NTI4MV8xNTU1MzAzMDkxMzU3MDAxXzE0NzEwNTk0NF9uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMjE0MjU0OV83MzQ2NzA2NjAwMTA3ODBfNzAzMzM1OTMxX24uanBnaHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMjE0MjI3MF80NDk1NDk5NjUyNDY0NzBfMTg0ODU5NzIxN19uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMjEzOTgxOV85MTMxOTc1MDg3MjgzMjdfMTM0NDA3NzE2MV9uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMjA3MDk4OV8xMDE1ODM3MTMxNzgwMzcyXzE1MTA0NzUyMThfbi5qcGc=aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMjA3MDY2OF80MTI5OTkyODIyMjgzNDZfMTMyMDkyMTM3N19uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTkwOTM3Nl84OTExNTA5MjA5NzI4MzZfNDUwMDI4NTQwX24uanBnaHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTg4NzEzNV8xNDgzNDk2MjExOTQ2MzIyXzc2Mzc4NzEyM19uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTgyMDYxMF8xMTAyMzQ0Mjc2NDYyMzQ2XzI2MTI4OTA2Ml9uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTQyODcwNl81MjY0NzY1MDQxNjY3MTRfMTY3NjM3NzZfbi5qcGc=aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM4MDgzOV82NTQ4NjM5MzQ2MTQ3ODdfNDkxMjEwMzQ1X24uanBnaHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM3ODI3MF8xNjI4NjY1OTQwNzExMTU0XzExODUxNTYzNDlfbi5qcGc=aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTMyNjI2Ml8xNjAxNzkwNDMzNDA3OTk0XzEwMzcyNTgwNjRfbi5qcGc=aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTMyNTIzNl8xNjAxNDU0MjEzNDYwMjgyXzgxMDg3Mjk3OV9uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTI5NjY3NF8xMDU0MjEzNDc3OTMwNTY3XzE5NDQxNTA0N19uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTMyNDk4N184ODE5MTAxNzUyMjE0OTNfNzUzNjgyNTM4X24uanBnaHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMDkzMjI2Nl8xNjU4NjcyNjQxMDU2NjQ1XzE4MTQ1ODIyNDNfbi5qcGc=aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMDQ3MTc3OF8xNjU0NjU4MjQ4MTIzNzc4XzEwODUzNzcwMl9uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTI2NDYyOF84Nzk1NjMzNTg3ODA1NTlfMTA3NDczOTExNV9uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMDcyOTMyOV8xNjU5MDAwNDY3NjcwNTY5XzY0NTI1NTY0NF9uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM3NjUwNV84NzU2ODE2NjkxOTI2MDRfNjU2NjkyOTY1X24uanBnaHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM3NDU5Ml80NDEzOTE3NjYwNDI0OTFfMTQ5NTIyOTM1Nl9uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTMyNTI4MF82OTAyMTU5OTc3NTE4MzJfNzUyNjk2MzE4X24uanBnaHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTMyNzE5NV85MTc1MDU3MjQ5Nzc5NTVfMTc5NjY1Nzk1Nl9uLmpwZw==12142549_734670660010780_703335931_n11373860_1468231780163302_119931776_n

มาดูอาหารการกินของชมพู่กันบ้าง   คลีนจริงอะไรจริง!

aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM0OTQzNV8xNTE0MjY1ODUyMjIyOTE0XzEzMzM1NDA2MDhfbi5qcGc=aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM1NTI1OF8xNjA0NjcyMTMzMTQ2NzQ1XzEzNDI1ODgwNzFfbi5qcGc=aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM1MjM3MF84NDY5NTM5ODg3MjgxNzRfMTk4NzU3OTYyMl9uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM3MzYxMl85NDQwNjI1NDU2NDQyMDhfMTMyMjUwMTU2OF9uLmpwZw==aHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTM3NDU3M180MjEwMzIxOTQ3NzQ3MTBfMTY5MTU3NTY1OF9uLmpwZw==aHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTI4Mjg1NF82ODA1ODg5MTIwODU4NTFfNjE1OTA3ODM3X24uanBnaHR0cDovL3A0LnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMDczMTU4Nl85OTAxNjA4NjEwMDI0NTNfOTc4MDEwNTM1X24uanBnaHR0cDovL3AzLnMxc2YuY29tL3dvLzAvdWkvOC80MzA3MS8xMTI4MzMxM18xMTEwOTM3OTE1NjAwODMxXzQxNDcxMDE0MF9uLmpwZw==สวยทั้งหน้า สวยทั้งรูปร่าง  อยากได้หน้าปังๆหุ่นเปรี๊ยะๆแบบนี้ต้องเข้าไปส่องไอจีสาวชมสร้างแรงบันดาลใจซะหน่อยแล้ว

Cr.http://www.girlsallaround.com/healthy-chompoo/

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ลดสิว ป้องกันสิว เพิ่มความชุ่มชื่นด้วยการพอกหน้าด้วยถั่วเขียว + โยเกริต กันดีกว่า!!


มาพอกหน้ามั้ยจ๊ะ สาวๆๆ ด้วยสูตรง่ายๆจากสาวสิงคโปร์
สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้

1. ผงถั่วเขียว‬
2. ยาคูล1ขวดเล็ก หรือ โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ

นำทั้งสองอย่างมาผสมให้เข้ากัน ทาทั่วหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ 2-3 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์

(ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรักษาและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวและยังช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะ ช่วยป้องกันการเกิด‬และทำให้สิวลดลงได้ เนื่องจากถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น ช่วยตับขับสารพิษกับความร้อนออกจากร่างกายได้ ช่วยลดหน้ามัน ลดอาการอักเสบและทำให้ผิวนุ่มนวลเนียนสะอาด ‪โดยไม่ทำลายผิวพรรณ เพราะมีค่า pH เท่ากับผิวกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว ‪ลดเลือนจุดด่างดำ‬ หรือ รอยแผลสิว‬  ‪รอยแผลที่เกิดจากผื่นคันตามร่างกาย‬ นอกจากนี้กลิ่นจากถั่วเขียวยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย)

Cr.http://www.vivawoman.net/2010/03/diy-beauty-mung-bean-anti-blemish-face-mask/

ปากแห้งเจ็บจะแย่แล้ว ทำยังไงดี!

วิธีแก้ริมฝีปากแห้ง


           หมดหน้าหนาวไปแล้วนึกว่าอาการริมฝีปากแห้งแตกจะหายไปด้วย แต่ที่ไหนได้มันยังคงอยู่กับเราเหมือนเดิม อาจเป็นเพราะปีนี้ฤดูกาลค่อนข้างแปรปรวน และอากาศในบางวันก็ค่อนข้างแห้ง ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจบำรุงผิวและริมฝีปากอยู่แล้ว รับรองว่าจะต้องมีริมฝีปากที่ทั้งแห้งและแตกแน่ ๆ เลยค่ะ แบบนี้ต้องรีบหาวิธีแก้ด่วน ๆ !

 1. ทาริมฝีปากด้วยอโลเวร่าเจล
           เป็นที่ทราบกันดีว่าว่านหางจระเข้ หรือ อโลเวร่า มีคุณสมบัติในการบำรุงรักษาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ และแทนที่จะเลือกใช้มันในรูปครีมอโลเวร่า หรือลิปบาล์มผสมอโลเวร่า ลองใช้เจลอโลเวร่า 100% ทาริมฝีปากดูสิ วิธีการบำรุงแบบธรรมชาตินี้จะช่วยบรรเทาอาการปากแห้งแตกของริมฝีปากได้

 2. ทาด้วยออยล์

           ออยล์หรือน้ำมันที่สกัดได้จากธรรมชาติบางชนิด เช่น น้ำมันละหุ่ง น้ำมันสกัดจากเมล็ดทานตะวัน น้ำมันมะกอก รวมทั้งโจโจบาออยล์ สามารถใช้บรรเทาอาการริมฝีปากแห้งได้ โดยใช้คอตตอนบัดจุ่มลงในออยล์แล้วนำมาทาริมฝีปาก นวดเบา ๆ เพื่อให้มันซึมและเคลือบไปทั่วริมฝีปาก จะทำให้ปากชุ่มชื่นขึ้นได้อย่างเห็นผลภายในไม่กี่ชั่วโมง 

 3. รักษาแผลเรียวปากแห้งแตกด้วยน้ำผึ้ง 
           น้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคอ่อน ๆ มันจึงใช้รักษาบาดแผลได้ดี และใช้กับริมฝีปากที่แห้งแตก และลอกจนแสบเจ็บได้เช่นกัน โดยใช้คอตตอนบัดจุ่มน้ำผึ้งแท้ แล้วทาชโลมหนา ๆ บนริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10 นาที จึงค่อยใช้ผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำอุ่นเช็ดออก (หรือคุณจะกินเข้าไปเลยก็ได้นะคะ) เมื่อทำเป็นประจำ แผลแห้งลอกที่ทำให้รู้สึกเจ็บแสบก็จะบรรเทาลงในเร็ววัน

 4. สครับริมฝีปากบ้าง

           หากว่าคุณปากแห้ง แต่ยังไม่มีอาการปากแตก นั่นอาจมาจากมีเซลล์ผิวหนังตายแล้วเกาะอยู่ที่ริมฝีปากมากเกินไป จึงทำให้เรียวปากมีขุยขาว ๆ ลอก ๆ เกาะอยู่ สามารถกำจัดพวกมันออกไปได้ด้วยการขัดถูด้วยสครับสำหรับริมฝีปาก หรือจะแปรงริมฝีปากด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มก็ได้ และเมื่อสครับแล้วอย่าลืมทาทับด้วยลิปบาล์มเพื่อเพิ่มและล็อกความชุ่มชื้นให้แก่เรียวปากด้วยนะคะ

 5. ดื่มน้ำมาก ๆ 

           ถ้าหากริมฝีปากของคุณแห้งแตกอยู่เสมอไม่ว่าฤดูไหน ๆ บางทีสาเหตุที่ทำให้มันเป็นเช่นนั้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล แต่เกิดจากปัจจัยภายใน นั่นคือร่างกายของคุณได้รับน้ำไม่เพียงพอนั่นเอง ลองปรับให้ตัวเองดื่มน้ำมากขึ้น และทำอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าอาการริมฝีปากแห้งก็จะดีขึ้นตามไปด้วยได้ค่ะ


Cr.http://women.kapook.com/view58502.html

บ๊ายบายปัญหาผมพัง ด้วย 6 วัตถุดิบเด็ด! จากก้นครัว

เพราะผมก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่สำคัญ ไม่แพ้ผิวพรรณและใบหน้า หากสาวๆ มีผมสวยคุณก็ดูสวยขึ้นมา 50% แล้วล่ะ หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ไม่ว่าจะผมแห้ง ผมมัน รังแค ฯลฯ รู้หรือเปล่าว่าวัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ ในบ้านนี่แหละจะช่วยคุณได้ ลองไปสำรวจกันดีกว่าว่าในครัวของสาวๆ มีวัตถุดิบธรรมชาติเหล่านี้หรือไม่? ถ้ามีละก็...มาเริ่มกันเลย!

1.น้ำผึ้ง สำหรับผมแห้ง หรือผมที่ถูกแสงแดดและความร้อนทำร้าย



น้ำผึ้งไม่ได้มีดีแค่ความหวานนะจ๊ะเธอ ก็ความหวานจากธรรมชาตินี่แหละ ที่ช่วยเก็บกักความชื้นได้เป็นอย่างดี ทำให้เส้นผมของเรานุ่มสลวยเงางาม เอาล่ะ! มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า...
วิธีก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่นำน้ำผึ้งประมาณครึ่งถ้วย มานวดลงบนเส้นผมที่เปียกหมาด ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น สำหรับใครที่กลัวว่าจะเหนียวเกินไปสามารถใส่น้ำมันมะกอกลงไปผสมสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือจะเป็นไข่แดงเพื่อเสริมสร้างเคราตินจากธรรมชาติ (เคราตินช่วยรักษาโปรตีนในเส้นผมให้คงอยู่นาน) ก็สามารถทำได้ไม่ผิดกติกานะจ๊ะ

2.กล้วย สำหรับผมขาดน้ำหนัก



กล้วยคือผลไม้สามัญประจำบ้านที่แม่เราชอบซื้อไว้ประจำนี่แหละ นอกจากจะทำให้อิ่มท้องยามหิวแล้วยังนำมาหมักผมได้อีกนะเธอ...
นำกล้วยอะไรก็ได้ที่มีอยู่ที่บ้าน ถ้าเป็นกล้วยหอมใช้ประมาณ 1-2 ลูก ส่วนกล้วยอื่นๆ ใช้ประมาณ 3-4 ลูกขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับความยาวของผม) นำมาบดให้ละเอียดแล้วนำมาชโลมผมให้ทั่ว อาจผสมน้ำผึ้งลงไปด้วยเล็กน้อย หมักทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้ทำเสร็จปุ๊บเห็นผลปั๊บเลยล่ะ ลองสิ!

3.โยเกิร์ต สำหรับผมแห้งเสียแตกปลายอย่างรุนแรง


ข่าวดีสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผมแห้งเสียแตกปลาย และแข็งกระด้างอย่างรุนแรง จากการทำเคมีต่างๆ ที่อาจทิ้งสารตกค้างไว้บนเส้นผมของเรา แต่โยเกิร์ตจะช่วยสาวๆ จัดการกับปัญหานี้เอง เอ้า! เปิดตู้เย็นด่วน!
เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติประมาณครึ่งถ้วย (สามารถผสมไข่แดง 1 ฟองลงไปด้วยได้หากผมคุณหยาบราวกับไม้กวาด T T) มาชโลมบนผมเปียกหมาดๆ ใส่หมวกคลุมผมแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่นก่อน 1 รอบ ตามด้วยน้ำเย็นอีกรอบ แล้วจึงสระผมให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ผมก็จะนุ่มลื่นขึ้นเชียวล่ะ

4.มะนาว สำหรับปัญหารังแคและอาการคันศีรษะ


หนึ่งในเครื่องปรุงรสยอดฮิต ที่ทุกบ้านต้องมี เนื่องจากมะนาว 1 ลูกนั้นสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาล สำหรับการนำมาทำทรีทเม้นท์หมักผม ก็จะช่วยจัดการกับหนังศีรษะเจ้าปัญหาที่แห้งเสียหลุดร่อน และช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะของเราได้เป็นอย่างดี
ซึ่งถ้าจะให้สูตรนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะต้องมีอีกหนึ่งส่วนผสมตัวช่วย นั่นก็คือ น้ำมันมะกอกนั่นเอง...เอง...เอง วิธีทำก็ง่ายมาก ผสมน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำสะอาดประมาณครึ่งถ้วย นำมาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด หรือสระผม สูตรนี้สามารถทำได้บ่อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

5.แป้งข้าวโพด สำหรับผมมันเยิ้ม


แป้งข้าวโพด มีประโยชน์มากกว่าทำอาหารนะ รู้ยัง? นั่นก็เป็นเพราะแป้งข้าวโพดจะเข้าไปเกาะติดและช่วยดูดซับความมันบนหนังศีรษะของเรา แถมราคายังถูกสุดๆ ด้วย อยากรู้วิธีทำเหรอ? ไม่ยากเลยค่ะสาวๆ
เพียงแค่นำแป้งข้าวโพดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในขวดเกลือหรือพริกไทยเปล่าๆ (ไม่ใช่ว่าในนั้นมีเกลือหรือพริกไทยอยู่นะ!) นำมาโรยลงบนเส้นผมและหนังศีรษะบริเวณที่มัน รอประมาณ 1-2 นาที แล้วใช้หวีแปรงเอาเศษแป้งออกให้หมด เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องผมมันเยิ้มได้แล้วล่ะ! แถมยังสามารถทำได้ทุกวันด้วยนะ

6.ไข่ เหมาะสำหรับผมทุกประเภท

ไข่ เป็นวัตถุดิบที่ติดครัวทุกบ้าน เพราะในไข่ 1 ฟองอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไขมันคุณภาพดี วิตามินต่างๆ ที่จะช่วยบำรุงให้เส้นผมของเรามีความชุ่มชื้น แข็งแรง ไม่เปราะบางขาดง่าย
สำหรับคนผมมันให้ใช้ไข่ขาวอย่างเดียว เนื่องจากในไข่ขาวมีเอนไซม์ที่สามารถขจัดแบคทีเรียและไขมัน ส่วนคนผมแห้ง เปราะบาง ขาดง่าย ให้ใช้ไข่แดงอย่างเดียว เนื่องจากในไข่แดงมีโปรตีนและความชุ่มชื้นสูง อาจผสมน้ำมันมะกอกเล็กน้อยสำหรับคนผมแห้งชี้ฟู ส่วนสาวๆ ผมธรรมดาสามารถใช้ไข่ได้ทั้งฟอง
ทุกสูตรอาจผสมน้ำอุ่นประมาณครึ่งถ้วย แล้วนำมาชโลมผมหมาด ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็นให้สะอาด สำหรับไข่ขาวสามารถบำรุงได้ทุกๆ 2 สัปดาห์ ส่วนไข่แดงหรือไข่ทั้งฟองบำรุงเพียงเดือนละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 6 วัตถุดิบเด็ดดวงพวงมาลัยที่วงในบิวตี้คัดสรรมาให้คุณสาวๆ อย่าลืมไปสำรวจในครัวที่บ้านกันนะคะ... จริงๆ แล้วสูตรหมักผมจากวัตถุดิบธรรมชาติยังมีอีกมากมาย ไว้โอกาสหน้าจะมาแนะนำให้อีก แต่ถ้าสาวคนไหนไม่มีเวลาหมักผมเอง หรือกลัวเลอะบ้างอะไรบ้าง วงในบิวตี้เราก็มีตัวเลือกเป็นบริการทำทรีทเม้นท์จากร้านทำผมมากมาย 
Cr. https://www.wongnai.com/articles/goodbye-damage-hair-with-6-ingredients-from-your-kitchen?ref=fbbeauty&ref=ct

สวยใสด้วย ‘5 คุณประโยชน์’ จาก ‘น้ำมะพร้าว’ ที่สาว ๆ จะต้องลอง!!

‘น้ำมะพร้าว’ นอกจากจะดื่มแล้วสดชื่นแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกหลายอย่างเลยนะคะสาว ๆ มาดูประโยชน์ของมะพร้าว 5 ข้อ ที่จะทำให้มะพร้าว กลายเป็นอีกทางเลือกของสาว ๆ ด้านสุขภาพกัน!!

1. ช่วยให้ผิวพันธ์เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

มะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวและแอนตี้ออกซิแดนท์นะคะสาว ๆ !! ซึ่งมันสามารถต่อต้านออกซิเจน ทำให้ผิวเก่าที่ตายแล้วยังทับถมกันอยู่ในชั้นผิวให้หลุดลอกออกเพื่อเผยผิวใหม่ที่ดูอ่อนกว่าวัย ใสใส ปิ๊ง ๆ เลยล่ะ  และยังช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัยให้เกิดช้าลงและช่วยลดเติมเต็มริ้วรอยเดิมให้ดูตื้นขึ้นอีกด้วย ไม่รักได้ไงล่ะ
thailandbestbeauty_2015082411051-2 (Copy)

photo credit: thebeautyrules

2. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

ร่างกายของสาว ๆ จะสามารถดูดซึมน้ำมะพร้าวเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ นอกจากนี้น้ำมะพร้าวเป็นสารที่ช่วยความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนังเพราะในน้ำมะพร้าวมีสารตัวเดียวกันกับน้ำมันที่มีอยู่ในต่อมรูขุมขนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่มชุ่มน้ำน่าสัมผัสเหมือนผิวเด็กน้อยเลยล่ะ
thailandbestbeauty_2015082411051-3 (Copy)photo credit:  wdluzszezycie.pl

3. ป้องกันการเกิด ฝ้า กระ บนใบหน้า

กรดลอลิคในน้ำมะพร้าวจะเปลี่ยนไปเป็นโมโนลอริน สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ  บนผิวหน้าของสาว ๆ 
maxresdefault
photo credit: Youtube

4. ป้องกันและบรรเทาอาการแสบร้อนหลังออกแดด

น้ำมะพร้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวแข็งแรงป้องกันการแพ้แดด แถมยังช่วยลดการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการไหม้ แสบ ร้อน เพราะแพ้แดดได้ด้วย
sunburn
photo credit: vsparussellville

5. ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น

การดื่มน้ำมะพร้าวช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ไม้แห้ง แตก เป็นขุย ริมฝีปากกระชับ 
thailandbestbeauty_2015082411051-4 (Copy)
photo credit: hopinghealth

นอกจากการดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้วแล้ว การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำช่วยให้ผิวของสาว ๆ เปล่งปลั่งขึ้นจริง ๆ นะคะ ไม่เชื่อก็ต้องลอง!!
Cr.http://www.girlsallaround.com/coconut-benefits/