วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

10 เคล็ดลับความสวย


ว่ากันด้วยเรื่องความสวยความงาม สาวๆ คงรู้จักและคุ้นชินกับคำพูดของตัวละครในเรื่องสโนไวท์ 
ที่แม่เลี้ยงใจร้ายมักจะคอยถามกระจกวิเศษอยู่ว่า “กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี”
แหม่ ไอความงามเลิศในปฐพีนั้นมันจะต้องทำยังไงกันละน้าา ในชีวิตจริงก็ไม่มีนางฟ้าที่ไหนมาช่วยชีวิได้ 


1. กำจัดขนตามร่างกาย



การกำจัดขนตามร่างกายโดยเฉพาะบริเวณแขน และขานั้น จะทำให้ผิวสวยๆ ของเราดูโกลด์สวย 
เปล่งประกายขึ้นมาทันตาเห็นเลยล่ะ สาวๆ สามารถใช้วิธีโกน หรือแวกซ์ได้ตามที่สะดวก 
ขอแค่ให้เหลือผิวเนียนๆ ที่ไร้ขนปกคลุมสร้างความหยาบกระด้าง
และปิดบังประกายเปล่งปลั่งของผิวเอาไว้ก็เป็นพอ




2. ไม่ควรแต่งหน้าทุกวัน


งง เลยใช่มั้ยล่ะ ว่าถ้าไม่แต่งหน้าแล้วจะสวยได้ยังไง? 
การตั้งคำถามแบบนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ผิดสุดๆ อย่าคิดแค่นี้ 
เพราะความสวยไม่ใช่เรื่องฉาบฉวยอย่างที่คุณคิด อีกอย่างการแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน 
แบบที่ไม่ปล่อยให้ใบหน้ามีเวลาได้พักผ่อนเลยนั้นเป็นการทำร้ายผิวอย่างร้ายแรง 
และการแต่งหน้าทุกวันจะทำให้คุณไม่ใส่ใจผิวหน้าที่แท้จริงของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น
ดังนั้นสาวๆ ควรจะหยุดแต่งหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละสองวัน 
และบำรุงผิวหน้าก่อนนอนทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของตัวเอง
หรือเวลาว่างก็ทำทรีทเมนต์ ให้อาหารผิวบ้าง






3. ไม่สระผมทุกวัน


สาวๆ เคยสังเกตกันรึเปล่า ว่า เอ๊ะ! ทำไมผมฉันมันเร็วจัง! 
ทำไมผมฉันแห้งหยาบจัง! รู้รึเปล่าว่าสาเหตุที่มาของอาการเหล่านี้เกิดขึ้นจากการดูแลผมอย่างผิดๆ 
โดยเฉพาะการสระผมทุกวัน เพราะการสระผม ทุกวันนั้นจะทำให้ผมแห้งเสีย 
จากการที่น้ำจากการชะล้างผมจะดึงเอามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่อาศัยอยุ่ในเส้นผมออกไป 
นอกจากนั้นยังทำให้ผมมันเร็ว เพราะหนังศีรษะต้องผลิตน้ำมันขึ้นมาบำรุงผมและหนังศีรษะไม่ให้แห้งกร้าน 
ดังนั้นสาวๆ จึงไม่ควรสระผมทุกวันเลย หากใครผมเริ่มมันก็ให้ใช้ Dry Shampoo แก้ไขไปก่อน


4. หมั่นสครับ/ขัดผิวบ่อย ๆ


ถ้าสาวๆ อยากมีผิวที่เนียบเรียบ นุ่มละมุน สัมผัสไปแล้วไม่มีอารมณ์สะดุด 
วิธีที่แนะนำเลยก็คือการสครับ ขัดผิวค่ะ 
เพราะการสครับนั้นจะทำให้เซลล์ผิวกำพร้าที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป 
อีกทั้งยังกระตุ้นให้ผิวสร้างเซลล์ผิวใหม่เช้งกระเด๊ะขึ้นมาแทน เป็นการแก้ปัญหาผิวสารพัน
ไม่ว่าจะเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวคล้ำ ผิวไม่เรียบเนียน ว่าแล้วหาเวลาเข้าสปาด่วน!
5. จัดการปัญหาถุงใต้ตา


เคยสังเกตกันมั้ยว่าเวลาที่เราดูโทรมทีไร ต้นตอของความโทรมก็มักจะมาจาก ถุงใต้ตาเจ้ากรรมทุกที! 
ซึ่งไม่ว่าถุงใต้ต้าของคุณจะเกิดจากปัญหาอะไร นอนน้อย อดนอน ร้องให้ ดื่มหนัก 
หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้แก้ตั้งแต่ต้นตอ แล้วหาสูตรทรีทเมนต์มาบำรุง ใต้ตาด่วนๆ



6.ใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำ


นอกจากจะกำจัดขน และสครับผิวแล้ว มีอีกกิจกรรมหนึ่งที่สาวๆ ควรจะทำเป็นกิจวัตร 
นั่นก็คือ การดูแลผิวดูครีมบำรุง เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น มีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ 
โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรบำรุงผิวคือ ช่วงเวลาหลังอาบน้ำเสร็จ 
เพราะผิวตอนนั้นเป็นผิวที่ไม่มีความมัน และสดชื่น พร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ 
ทีนี้เมื่อผิวคุณดูสวยครบวงจรขนาดนี้แล้ว ก็เตรียมอวดออร่ากันได้เลย




7.กำจัดเซลลูไลท์

ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่ แต่เซลลูไลท์จะต้องหมดไป เพราะมันคือจุดบอดของความสวย 
การมีเซลลูไลท์นั้นจะทำให้คุณดูกลายเป็นคนที่มีทั้งหุ่นและผิวที่ไม่เป๊ะสุดๆ 
ผิวคุณจะดูยุ่ยๆ ย้วยๆ ไปตามลอนไขมัน ซึ่งไม่น่าดูเอามากๆ 
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย ใครสามารถกำจัดผิวเปลือกส้มนี้ไปได้ 
ความสวยคุณจะเพิ่มระดับขึ้นอีกโข



8.ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน


แสงแดดนั้นเป็นตัวการที่พรากความสวยไปจากเราเป็นอันดับต้นๆ 
ลองแค่นึกดูง่ายๆ เวลาที่เราออกแดดนานๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราบ้าง 
หน้ามันบ้างล่ะ ผิวไหม้บ้างล่ะ บางคนถึงกับกระขึ้น และฝ้าขึ้น ริ้วรอยก่อนวัยก็ถามหาอีก 
ทำให้เราควรจะต้องใส่ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรมองข้ามไป โดยให้ดูแลให้เท่าถึงทั้งผิวหน้า และผิวตัว 
เพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ลดปัญหาผิว และความสวยที่มาจากความร้ายกาจของแสงแดด


9. รับประทานอาหารและออกกำลังกายให้ถูกต้อง


ประโยคที่มักจะได้ยินกันหนาหูที่ว่า You are what you eat. นั้นพูดอีกก็ถูกอีก 
คือทานอะไรไป มันก็ไปโผล่ที่แขน ที่ขา ที่หน้า ที่ผิว แบบนั้น ฉะนั้นอาหารดีๆ มีมากมาย 
ไม่ว่าจะช่วยเรื่องหุ่นสวย ผิวสวย หรือสุขภาพดี ก็ทำให้ดูสวย แถมสดใสไปอีก 
ทำไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกาย ที่ไม่ต้องถึงขั้นเน้นเรื่องการฟิตหุ่นแต่อย่างเดียว 
แต่เพื่อสุขภาพที่ดี ระบบเลือดสูบฉีด ทีนี้ความสดใสจะปรากฎออกมาให้คุณแจกจ่ายได้ไปถึงคนรอบข้าง 
ไม่ว่าจะโคนผมจรดปลายเท้า อาหารและการออกกำลังกาย คือยาที่วิเศษที่สุดแล้วจริงๆ




10. เครียดให้น้อยลง


อารมณ์แบบสวยมาจากภายใน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่ามันทำให้เราสวยขึ้นได้จริงๆ 
การคิดบวก และการสลัดความเครียดทิ้งไปนั้นจะทำให้คุณมีจิตใจที่แจ่มใสขึ้น 
จิตใจที่แจ่มใสจะแสดงออกมาทาง หน้าตา และผิวพรรณในทันที และมันไม่ใช่แค่ร่างกายคุณที่เปลี่ยน 
แต่อารมณ์ที่คนรอบข้างรับรู้ได้ถึงคุณ ก็เปลี่ยน ความแจ่มใสจะมา รอยยิ้มจะเกิด 
ความสวยมันจะเปล่งประกายออกมาแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะ

เอาล่ะค่ะ หากใครได้ลองเอาเคล็ดลับสิบวิธีที่นางฟ้าวงในบิวตี้ได้แจกกันไป 
ก็ขอให้จงสวยวันสวยคืน งามเลิศในปฐพีกันถ้วนหน้าทุกคน

Cr. https://www.wongnai.com/articles/10-secrets-of-beauty?ref=ct

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เริ่มเช้าที่สดใส!! ด้วย 6 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เติมความสดชื่นให้เช้าวันใหม่กัน!!

ให้เช้าทุกวันเป็นเช้าที่สดใสที่มาพร้อมกับความสดชื่นนนน !!!  เราขอเสนอ 6 เครื่องดื่มสำหรับเช้าที่สดใสของสาว ๆ !!
1. น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง
น้ำเปล่าอุณหภูมิห้องนี่แหละค่ะ ของดีที่ต้องดื่มหลังจากตื่นนอนทุกเช้า ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้มีรสชาติที่หอมหวาน แต่ขอบอกว่ามันดีต่อสุขภาพที่สุดเลยค่ะ หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีมากทีเดียว 
cuhsy2ls5604364fb532a782944532

 2. นมไขมันต่ำ

ในนมอุดมไปด้วยแร่ธาติและวิตามินนานาชนิด นอกจากจะช่วยให้อยู่ท้องในช่วงเช้าแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันอีกด้วยนะคะ
d99mhkn356043a17d3aa3782173200

3. น้ำผลไม้ปั่นไม่ใส่น้ำตาล

หากสาว ๆ ตื่นเช้าเป็นกิจวัตร ขอเวลาสัก 5 นาทีสำหรับการทำน้ำผลไม้ปั่นสักแก้วเพื่อร่างกายของตัวเอง วิตามินนานาชนิดช่วยให้เช้านี้เป็นเช้าที่สดใสได้นะคะ แถมยังดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย
lvyq71yk5604366d35a97679424711

4. ชามิ้นท์

ชามิ้นท์สักถ้วย จิบเพลิน ๆ ยามเช้า ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีมากทีเดียวนะคะสาว ๆ นอกจากนี้ังได้รับกลิ่นหอมสดชื่นนจากมินต์ ช่วยให้สาว ๆ
we9l1e6u56043701308af197440526

5. น้ำส้มคั้น

น้ำส้มคั้นที่อุดมไปด้วยสานต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี น้ำส้มสดสักแก้วหลังตื่นนอน ในระยะยาวอาจช่วยป้องกันมะเร็งและต้อในตาได้ด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังดื่มแล้วสดชื่น ตื่นสุด ๆ !!
xac03iy15604381282bed034351930

6. น้ำมะเขือเทศ

ฟังดูอาจจะเป็นน้ำที่ดูรสชาติไม่น่าพิศมัยใช่ไหมคะ แต่นานาประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศนั้นมีมากมายจริง ๆ นะ!! น้ำมะเขือเทศ 6 ออนซ์ ช่วยลดความเสียงเป็นโรคมะเร็งได้นะคะ ที่สำคัญมีแคลลอรี่ย์เพียงแค่ 31 cal เท่านั้น
xuv3fcfp560439e72d9f7272121991


มาเติมเต็มเช้าวันใหม่ด้วยน้ำดื่มเพื่อสุขภาพดี ๆ สักแก้วกันค่ะสาว ๆ นอกจากจะสดชื่นแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วยนะ
Cr.http://www.girlsallaround.com/healthy-breakfast-drinks/

รวมไอเดียสีทาเล็บ ที่ทาแล้วนิ้วขาว มือขาว สวยผ่องแถมมีคลาส

    จะทาเล็บทั้งที ไม่ว่าใครก็คงอยากได้เล็บสวยๆ สีทาเล็บเด็ดๆ ที่ทาแล้วนิ้วดูขาว สุขภาพดีกันทั้งนั้นล่ะค่ะ ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเพ้นท์เล็บ แต่งลายให้ดูสวยอลังการ แต่ขอแค่สีเรียบๆ แต่ทาแล้วมือสวยขาวเนียน แถมดูดีขึ้นมาทันตาก็พอ ซึ่งการจะทาเล็บแล้วให้สวยดูดีแบบไม่ต้องแต่งเยอะนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกสีทาเล็บให้เหมาะกับสีผิว  รวมถึงการเลือกสีทาเล็บที่ดูดีมีคลาสนี่ล่ะ
     สำหรับการเลือกสีทาเล็บที่ดูดีนั้น ทริคสำคัญเลยก็คือ สาวๆ จะต้องไม่เลือกสีที่แป๊ดจนแสบตา หรือสีที่ตัดกับสีผิวจนเกินไป อย่างเช่น สีส้มสด สีแดงพริก หรือสีนีออนสะท้อนแสงทั้งหลาย และเตือนตัวเองไว้เลยว่า ถ้าผิวเราไม่ขาวพออย่าได้เลือกยาทาเล็บในโทนนี้มาทาเป็นอันขาด! แต่ควรเน้นสีในโทน Nuetral หรือสีนู้ด ที่เข้าได้กับทุกสีผิว หรือสีเข้มๆ ที่ดูแล้วหรูหรา อย่างสีน้ำเงิมกรมท่า หรือสีแดงเข้มจะดีกว่า
     แต่บอกแค่นี้ สาวๆ ก็คงนึกภาพกันไม่ออกใช่มั้ยล่ะคะ ว่าสีเหล่านั้นน่ะมันควรจะเป็นสีอย่างไร หรือโทนไหนถึงจะดี ไม่ต้องกังวลไปค่ะสาวๆ เพราะวันนี้ Women Society ได้รวบรวมสีทาเล็บสวยๆ ที่ทาแล้วมือขาวสวย แถมดูยังไงก็หรูหรามีคลาสมาฝากกันแล้ว! งานนี้จะไปหาซื้อมาทาเองหรือเอาให้ร้านทำเล็บดูเป็นตัวอย่างก็ได้นะสาวสาวว

























Cr. http://women.truelife.com/detail/3337763

20 สูตรพอกหน้าใสไร้สิว ลดริ้วรอย ด้วยวิธีธรรมชาติ


ผิวขาวกระจ่างใสมีออร่า เปล่งประกายดุจไข่มุกสีน้ำนม คือ สุดยอดแห่งผิวหน้าที่คุณสาวๆ ใฝ่ฝันอยากที่จะครอบครอง เพราะสุขภาพผิวที่ดีและสวยงาม ช่วยให้คุณสาวๆ สามารถที่จะพิชิตใจหนุ่มๆ ที่ตัวเองปลื้มได้อย่างไม่ยาก อีกทั้งยังเป็นการช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับตัวคุณสาวๆ ให้รู้สึกมั่นใจเวลาที่ต้องไปเข้าสังคมอีกด้วย เรียกได้ว่าใบหน้าที่ขาวสวยใสนั้น ช่วยให้คุณสาวๆ มีชัยในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่ก่อนที่จะได้มาซึ่งผิวที่ขาวดังไข่มุกนั้น คุณสาวๆ ก็ต้องหมั่นดูแลรักษา พร้อมกับบำรุงผิวพรรณของตัวเองให้ดี การพอกหน้าใส ก็เป็นอีกหนึ่งในวิธีการที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ ขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังเป็นวิธีการที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ที่บ้านอีกต่างหาก
เมื่อรู้แบบนี้แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม วันนี้เรารีบไปรู้จักกับวิธีการพอกหน้าใสจากสูตรธรรมชาติกันเลยดีกว่า ว่ามีสูตรอะไรกันบ้าง…!?

สูตรพอกหน้าใสจากวิธีธรรมชาติ

honey facial mark
สูตรพอกหน้าใส ที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นส่วนผสมที่เรียบง่าย แต่การที่จะพอกหน้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสาวๆ ก็ควรที่จะทำตามเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และอย่าพึ่งใจร้อน เพราะอยากสวยก็ต้องใช้เวลาและความอดทน เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง คุณสาวๆ จะสามารถสัมผัสได้ว่า ผิวของตัวเองใบหน้ามีความขาวเนียนใสมากขึ้น อีกทั้งส่วนผสมเหล่านี้ยังมาจากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นจึงหมดห่วงในเรื่องผลกระทบจากสารเคมี หรืออันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน

สำหรับสูตรพอกหน้าใสที่ได้รับความนิยม ซึ่งได้ทำการรวบรวมมา มีดังต่อไปนี้

  1. สูตรน้ำผึ้ง+โยเกิร์ต นำน้ำผึ้งและโยเกิร์ตมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  2. สูตรมะละกอสุก+นมสด นำมะละกอสุกและนมสดมาทำการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  3. สูตรน้ำมะพร้าว นำน้ำมะพร้าวมาทาบนใบหน้า เนื่องจากน้ำมะพร้าวสามารถช่วยทำให้ผิวนุ่มเนียน และชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น
  4. สูตรกล้วยหอม+นมสด นำกล้วยหอมและนมสดมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  5. สูตรโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาพอกหน้า แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  6. สูตรดินสอพอง เป็นสูตรที่เหมาะกับคนหน้ามัน นำดินสอพองมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  7. สูตรไข่ขา นำไข่ขาวมาพอกที่หน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  8. สูตรขมิ้น นำขมิ้นมาบดให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  9. สูตรแอปเปิ้ล นำแอปเปิ้ลประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือก แล้วนำมาพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  10. สูตรแอปเปิ้ล+น้ำมะนาว นำแอปเปิ้ลประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือกแล้วนำแอปเปิ้ลที่ปั่นละเอียดแล้วผสมเข้ากับน้ำมะนาวประมาณ 2 ช้อนชาให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  11. สูตรมะเขือเทศ+โยเกิร์ต นำมะเขือเทศลูกเล็กๆ จำนวน 3 ลูก และโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้ละเอียดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  12. สูตรโยเกิร์ต+เกลือป่น นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย ผสมเข้ากับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า จากนั้นให้ใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางขัดไปทั่วหน้าในลักษณะวงกลมอย่างเบามือประมาณ 5 นาที แล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ 5 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  13. สูตรแตงกวา+ไข่ขาว เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าที่มีความมัน และปัญหาเรื่องสิวมากๆ นำแตงกวา 1 ลูก ไข่ขาว 1 ฟอง น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  14. สูตรแตงโม นำแตงโมมาฝานให้เป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด จากนั้นให้นำชิ้นแตงโมเหล่านั้นมาแปะให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  15. สูตรมะเขือเทศสด นำมะเขือเทศมาฝานให้เป็นชิ้นหนาๆ แล้วนำมาถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เมื่อรู้สึกว่าน้ำในมะเขือเทศหมดแล้วให้เปลี่ยนชิ้นใหม่มาถูแทน ทิ้งเอาไว้สักครู่ แล้วใช้สำลีชุบน้ำเย็น เช็ดมะเขือเทศบนใบหน้าออกให้สะอาด
  16. สูตรนมเปรี้ยวแช่เย็น สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมัน เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด แล้วนำนมเปรี้ยวที่แช่เย็นมาทาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก
  17. สูตรมะขามเปียก+นมสด นำน้ำที่คั้นออกมาจากมะขามเปียกที่ผสมกับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากับนมสด 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  18. สูตรมะเขือเทศ+ข้าวโอ๊ต นำมะเขือเทศ 1 ผลมาบดให้ละเอียด แล้วผสมเข้ากับข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  19. สูตรวุ้นว่านหางจระเข้ นำวานหางจระเข้มาปอกเปลือกเอาแต่เนื้อวุ้นที่อยู่ภายใน ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปปั่นหรือบดจนละเอียดกลายเป็นเนื้อเจล จากนั้นนำไปการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  20. สูตรใบบัวบก นำใบบัวบกสดมาคั้นเอาน้ำ ใช้ผ้าก็อตสะอาดจุ่มเอาน้ำใบบัวบก แล้วนำผ้าก็อตไปวางทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก
อย่างไรก็ตาม ในการพอกหน้า ควรทำการพอกโดยเว้นบริเวณรอบดวงตา และปากเอาไว้เพื่อป้องกันระคายเคือง สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรทำการทดสอบก่อนว่าผิวของตัวเองแพ้ส่วนผสมในสูตรพอกหน้าใดหรือไม่
โดยทำการทดสอบกับผิวหนังด้านในของส่วนพับแขน ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น พร้อมกับสังเกตว่าภายใน 24 ชั่วโมง ว่ามีความผิดปกติของผิวหนังในบริเวณที่ทำการพอกเอาไว้หรือไม่ เช่น อาการแสบ คัน ระคายเคือง ตุ่มคัน เป็นต้น ถ้าหากไม่มีอาการผิดปกติ จึงค่อยทำการพอกหน้า เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพผิวของคุณสาวๆ เอง

เคล็ดลับการเสริมความสวยใส ไร้สิวและริ้วรอยจากธรรมชาติ ผ่านภายใน

นอกจากวิธีการดูแลผิวหน้าให้สวยใส ไร้สิวและริ้วรอยโดยวิธีธรรมชาติจากภายนอกแล้ว คุณยังสามารุที่จะใช้วิธีการบำรุงจากภายในได้เช่นกัน ผ่านการเสริมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นในการเสริมความงาม ซึ่งหนึ่งในสารอาหารที่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดก็คือ “สารสกัดจากท้องทะเลลึก” นั่งเอง
credited by: http://www.beauty24store.com
natural facial mark
pic credited by: siamzone.com
natural facial mark1

Cr.http://careandliving.com/20-สูตรพอกหน้าใสไร้สิว-ลด/

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

5 สูตรมาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง เพื่อผิวชุ่มชื้นเต่งตึงสุดขีด !

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง
          
          สูตรมาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง เมื่อไรที่หน้าแห้งลอกขาดความชุ่มชื้นละก็ รีบโบกไว้ผิวสวยใสชุ่มชื้นจะได้คืนกลับมาอีกครั้ง !

          ใครว่าสาวผิวแห้งน่าอิจฉาล่ะ เพราะความจริงแล้วต้องเผชิญกับปัญหาผิวแห้งลอก แต่งหน้าแล้วดูไม่สวย หรือบางทีแห้งจนแสบแทบทนไม่ไหว แม้แต่มอยส์เจอไรเซอร์แบบไหนที่เขาว่าดีก็เอาแทบไม่อยู่ บอกเลยว่าถ้าหนักขนาดนี้ คุณคงต้องการกำลังเสริมที่จะมาช่วยเติมความชุ่มชื้นจากมาสก์แล้วล่ะ 

          แต่ไม่ต้องไปหาซื้อมาสก์สำเร็จรูปที่เต็มไปด้วยเคมีมาใช้หรอกนะคะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมนำสูตรมาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง ที่คุณก็ทำเองได้จากของในบ้านมาฝาก รับรองว่าทำง่ายและได้ผลดีงามทุกสูตรเลยแหละ

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

 1. มาสก์กล้วย

          ส่วนผสม

           กล้วยสุก 1/2 ลูก

           น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

           เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ

          เมื่อนำส่วนผสมทุกอย่างมารวมและคนให้เข้ากันแล้ว ก็นำมามาสก์บนหน้า แล้วขัดเบา ๆ จากนั้นทิ้งไว้ได้เลย สำหรับสูตรมาสก์นี้จะช่วยเติมความชุ่มชื้นได้เริดมาก ๆ ด้วยคุณค่าจากน้ำผึ้ง และเบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป รวมถึงกล้วยก็มีวิตามินช่วยเติมความชุ่มชื้นและกระจ่างใสให้กับผิวด้วยล่ะ

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

 2. มาสก์อะโวคาโด

          ส่วนผสม

           อะโวคาโดสุก 1/4 ลูก

           โยเกิร์ต 1 ช้อนชา

          ก่อนนำส่วนผสมมารวมกัน ให้บดอะโวคาโดให้เป็นเนื้อเหลว ๆ ก่อน เมื่อผสมกับโยเกิร์ตแล้วก็คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมามาสก์หน้าไว้สัก 10-15 นาทีค่อยล้างออก แล้วผิวหน้าจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นสุด ๆ เลยแหละ เพราะในอะโวคาโดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังมีวิตามินบีและอี ซึ่งเป็นวิตามินที่ดีสำหรับผิวพรรณอย่างมาก

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

 3. มาสก์ข้าวโอ๊ต+ไข่ขาว+น้ำมันมะพร้าว

          ส่วนผสม

           น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา

           ไข่ขาว 1 ฟอง

           ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ
          ถ้าผิวหมองคล้ำดำโทรมไม่สดใส แถมยังแห้งลอกซะจนหมดสวย ลองนำไข่ขาวช่วยให้ผิวกระจ่างใสและกระชับ มาผสมกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และข้าวโอ๊ตที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาขัดเบา ๆ บนใบหน้า แล้วพอกทิ้งไว้สักพักค่อยล้างออก แล้วคุณจะสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นเต่งตึงกว่าที่เคย

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

 4. มาสก์อะโวคาโด + ว่านหางจระเข้ + น้ำมันมะกอก

          ส่วนผสม

           อะโวคาโดบดละเอียด 1/2 ลูก

           น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

           ว่านหางจระเข้ 1 ช้อนชา
          ถ้าผิวต้องการความชุ่มชื้นแบบขีดสุดแล้ว ลองสูตรนี้ด่วน ๆ เลย เพราะเรียกได้ว่าเป็นสูตรที่รวมส่วนผสมเติมความชุ่มชื้นขั้นเทพเอาไว้ แถมน้ำมันมะกอกและว่านหางจระเข้ยังช่วยต่อต้านริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้ด้วย

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

 5. มาสก์ไข่แดง

          ส่วนผสม 

           ไข่แดง 1 ช้อนชา
           นมผง 1 ช้อนชา

           ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา

          ในไข่แดงอุดมไปด้วยวิตามินบีและเอ แร่ธาตุ และไขมันดี ๆ มากมาย ที่จะช่วยล็อกความชุ่มชื้นในผิวได้ ถ้าอยากให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นไปนาน ๆ ให้มาสก์ไข่แดงไว้เลย โดยนำไข่แดงมาผสมกับนมผงและข้าวโอ๊ต จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มามาสก์ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นล้างปิดท้ายด้วยน้ำเย็นอีกที 

          
ว้าว ... แค่นำของดี ๆ จากธรรมชาติมาผสมรวมกัน ก็ช่วยให้หน้าที่แห้งลอกเป็นขุย ๆ กลับมานุ่มชุ่มชื้นเต่งตึงมากกว่าเดิม สูตรดี ๆ สุดประหยัดแบบนี้ทำแล้วดีต้องบอกต่อจ้า ^_^

Cr.http://women.kapook.com/view132510.html

มะขาม สรรพคณและประโยชน์ของมะขาม 42 ข้อ !



ประโยชน์ของมะขาม

  1. มะขาม ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  2. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสด้วยวิตามินซีจากมะขาม
  3. ช่วยในการชะลอวัย และการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  4. แคลเซียมจากมะขามจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  5. มะขามมีธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือด
  6. ใช้ในการทำทรีทเม้นท์ ด้วยการจำมาขัดตามซอกขาหนีบ รักแร้ ข้อพับ ซึ่งจะช่วยลดรอยคล้ำลงได้
  7. นำมะขามเปียกไปแช่น้ำ ลอกเอาใยออก นำมามะขามมาถูตัวเบา ๆ ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื่นตลอดทั้งวัน และช่วยกำจัดแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
  8. มะขามเปียกและดินสอพองผสมจนเข้ากัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าดูกระชับสดใสและสะอาดยิ่งขึ้น
  9. มะขามเปียกผสมกับน้ำอุ่นและนมสด ใช้พอกผิว ช่วยให้ผิวหนังที่มีรอยดำคล้ำกลับมาขาวสดใสนุ่มนวลยิ่งขึ้น
  10. นำมาใช้เป็นส่วนผสมหรือใช้ทำเป็นกรดผลไม้ (AHA)
  11. สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ให้นำเนื้อมะขามมาขัดถูฟันเป็นประจำทุกครั้งที่แปรงฟัน จะช่วยขจัดคราบสกปรกบริเวณฟันลงได้
  12. สามารถนำมาใช้ทำยานวดผม ซึ่งช่วยรักษารากผม ฆ่าเชื้อราบนหนังศีรษะ และช่วยฆ่าเหาได้อีกด้วย ด้วยการนำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำแล้วใช้มือคั้นเนื้อมะขามเพื่อให้ละลายออกผสมกับน้ำ น้ำที่ได้นั้นจะมีลักษณะเหลว (ไม่ควรเหลวมาก) แล้วนำมานวดศีรษะหลังจากที่สระผมเสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก
  13. ใช้ทำเป็นน้ำยาอาบน้ำ ด้วยการนำใบมะขามมาจำนวนหนึ่ง ใส่ใบมะขามลงในน้ำเดือดแล้วปิดฝา แล้วเคี่ยวประมาณ 30 นาที จากนั้นนำลงจากเตาปล่อยให้เย็นแล้วนำมาอาบ จะช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น รักษาผดผื่นคันตามร่างกายและเชื่อบนผิวหนังได้
  14. การแปรรูปมะขามสามารถนำมาแปรรูปได้หลายชนิด เช่น มะขามแก้ว มะขามกวน มะขามอบไร้เมล็ด มะขามบ๊วย มะขามแช่อิ่ม มะขามคลุก มะขามจี๊ดจ๊าด เป็นต้น
  15. ช่วยป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  16. มะขามมีวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
  17. ช่วยลดความร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี
  18. แก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้เนื้อมะขามเปียกประมาณ 15 ฝัก นำมาจิ้มกับเกลือแล้วรับประทาน หรือใส่เกลือเติมน้ำแล้วคั้นเป็นน้ำดื่ม
  19. แก้อาการท้องเดิน ด้วยการใช้เปลือกต้นประมาณ 2 กำมือ นำมาต้มกับน้ำปูนใสหรือน้ำ แล้วนำมารับประทาน
  20. ช่วยถ่ายพยาธิตัวกลมในลำไส้ พยาธิไส้เดือน ด้วยการใช้เมล็ดมะขามมาคั่วกระเทาะเปลือกออก นำเนื้อในเมล็ดมาแช่น้ำเกลือจนนิ่ม แล้วรับประทานครั้งละ 20 เม็ด
  21. ช่วยแก้อาการขับเสมหะ ละลายเสมหะ ด้วยการนำมะขามเปียกมาจิ้มเกลือ แล้วรับประทาน
  22. มะขามอุดมไปด้วยกรดอินทรีย์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยชำระล้างความสกปรกในรูขุมขนและขจัดคราบมันบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี
  23. รากมะขามมีส่วนช่วยแก้อาการท้องร่วง
  24. รากมะขามช่วยในการสมานแผล
  25. รากมะขามช่วยในการรักษาโรคเริม
  26. รากมะขามช่วยในการรักษาโรคงูสวั
  27. เปลือกลำต้นมะขาม ช่วยแก้ไขตัวร้อน
  28. แก่นของต้นมะขาม ช่วยรักษาฝีในมดลูก
  29. แก่นของต้นมะขาม ช่วยในการขับโลหิต
  30. แก่นมะขามมีส่วนช่วยเป็นยาชักมดลูกให้เข้าอู่
  31. ใบสดมะขาม ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลำไส้
  32. ใบสดมะขาม ช่วยรักษาหวัด อาการไอ
  33. ใบสดมะขามมีส่วนช่วยในการรักษาโรคบิด
  34. ใบสดมะขาม มีคุณสมบัติใช้เป็นยาหยอดตารักษาเยื่อตาอักเสบ แก้อาการตามัว
  35. ใบสดมะขาม มีคุณสมบัติในการช่วยฟอกโลหิต
  36. ใบสดนำมาต้มผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆใช้อาบหลังคลอด
  37. เนื้อหุ้มเมล็ดของมะขาม ใช้เป็นยาสวยล้างท้อง
  38. ฝักดิบของมะขาม ใช้ในการฟอกโลหิจ
  39. ฝักดิบของมะขามใช้ในการลดความอ้วน เป็นยาระบายลดอุณหภูมิในร่างกาย
  40. เปลือกมะขามช่วยรักษาแผลสด แผลไฟลวก แผลเบาหวาน ถอนพิษ
  41. เปลือกเมล็ดมะขาม ช่วยสมานแผลที่ช่องปาก คอ ลิ้น และตามร่างกาย
  42. ดอกสดของมะขาม ใช้เป็นยาลดความดันโลหิตสูง

Cr.http://frynn.com/มะขาม/

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไม่ได้ดีมีแค่ดื่ม!! มาลองสูตร ‘สครับ’ ผิวด้วย ‘กาแฟ’ กันเถอะ!!

สาวๆหลายๆคนคงงงกันกับวิธีเลือกสครับที่ดีที่สุดสำหรับผิวของตัวเอง เพราะทุกวันนี้สครับนั้นมีให้เลือกมากมายหลายสูตรเหลือเกิน แต่สครับที่ทั้งดีเข้าได้กับทุกสภาพผิว ประหยัด แถมยังหอมมมละมุนล่ะ?! ไม่ต้องไปสปาที่ไหนไกลเลยจ้ะสาวๆ เพียวแค่สาวๆตามมาทำสครับจากผงกาแฟง่ายๆที่สาวๆก็ทำได้ด้วยตัวเอง

สิ่งที่สาวๆต้องเตรียม

1. กากกาแฟ 1/4 ถ้วย
2. น้ำตาลทรายแดง (ใช้น้ำตาลอ้อย หรือน้ำตาลทรายไม่ขัดสีก็ได้) 1/4 ถ้วย
3. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
4. น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก 1/4 ช้อนชา
5. กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
6. ผงอบเชย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

3c+1 (Copy)

วิธีทำ

ง่ายที่สุดคือการคนส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
3c+2 (Copy)

วิธีใช้

ทาลงให้ทั่วตัว นวดๆขัดๆสัก 1-2 นาทีแล้วปล่อยทิ้งไว้ 30-35 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น
เรามาดูประโยชน์ที่จะได้รับจากสครับสูตรนี้กัน
1.น้ำตาลทรายแดง ช่วยผลัดและฟื้นฟูเซลผิว ทำให่ผิวดูกระจ่างใส
2.เบกกิ้งโซดา ช่วยในการขัดผิว และผลัดเซลล์ผิวให้สะอาด
3.น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และป้องผิวจากแสงแดดได้
4.กลิ่นวนิลา เป็นตัวเสริมกลิ่น (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
5.ผงอบเชย ช่วยเสริมกลิ่น และยับยั้งแบคทีเรีย
สาวๆสามารถเก็บไว้ได้นานหากเก็บในกล่องที่มีฝามิดชิดและนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นนะ
Cr.http://www.girlsallaround.com/coffee-scurb/