วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีรักษาก้นลาย พอกันทีจุด จุด จุด !

ก้นลาย ทำไงดี
          
          สาว ๆ ที่มีปัญหา
 ก้นลาย ถ้าอยากรู้ว่า ก้นลาย ทำไงดี ? วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ก้นลายมาบอกต่อกันแล้วค่ะ พูดเลย ! ก้นลายก็เปลี่ยนเป็นก้นเนียนได้ง่าย ๆ แค่ทำตามนี้...

          ปัญหาก้นลาย ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ อย่างเรากลุ้มใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมันช่างน่าอับอายมาก ๆ และยากที่จะปิดซ่อนเอาไว้ โดยเฉพาะกับสาว ๆ ที่ชอบนุ่งสั้น ชอบใส่บิกินี่ เวลาใส่เจ้าพวกนี้ทีไรเป็นต้องเห็นก้นลายแลบออกมาทำให้อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีทุกที ดังนั้นหากใครที่กำลังปวดหัวและแก้ไม่ตกกับปัญหานี้อยู่ กระปุกดอทคอมเข้าใจคุณสาว ๆ ดีค่ะ วันนี้จึงได้นำวิธีแก้ก้นลายมาบอกต่อสาว ๆ กันแล้ว ลองมาดูสิว่าจะมีวิธีไหนเปลี่ยนก้นลายให้เป็นก้นเนียนกันได้บ้าง ตามมาดูกันเลย

          แต่ก่อนจะไปดูวิธีแก้ก้นลาย ลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาก้นลายกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งลักษณะของก้นลายนั้น ส่วนใหญ่มักจะมาจาก 3 สาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

           1. ก้นลายที่เกิดจากรอยสิว เมื่อผิวหนังบริเวณก้นมีความสกปรกจนทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นมา เมื่อหายแล้วจึงเป็นธรรมดาที่ผิวหนังจะมีรอยกระด่างกระดำเป็นจุด ๆ ซึ่งสาเหตุนี้มักพบได้บ่อย ๆ

           2. ก้นลายที่เกิดจากเป็นผื่นแพ้ เช่น ผิวหนังบริเวณก้นเกิดการอักเสบ แพ้เป็นผื่น เมื่อหายดีแล้วจึงเกิดรอยดำตามมา
           3. ก้นลายที่เกิดจากรอยแตกลาย สำหรับสาว ๆ ที่ร่างกายมีการขยายตัวเร็วอย่าง ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่อ้วนมาก ๆ สาเหตุนี้ก็เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่จะทำให้เกิดก้นแตกลายได้ง่าย ๆ

ก้นลาย ทำไงดี

          เมื่อทราบสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาก้นลายกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูวิธีแก้ปัญหากวนใจเหล่านี้ให้หมดไปกันดีกว่าค่ะ ซึ่งวิธีดูแลก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้…
            หลังอาบน้ำเสร็จให้หมั่นทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรด AHA และไวท์เทนนิ่งเพื่อลดรอยด่างดำให้จางลง

            ปัจจุบันมีครีมทาผิวแตกลายออกมาวางจำหน่ายมากมาย สาว ๆ สามารถหาซื้อมาใช้กันได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้ครีมตัวไหนดี แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรประจำร้านยาจะดีที่สุดค่ะ

            รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่น เนื้อปลา ถั่ว นม ไข่ ผักและผลไม้ ซึ่งอาหารเหล่านี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะสามารถช่วยปรับสภาพผิวให้แข็งแรง และลดอาการของก้นที่อักเสบหรือแตกลายได้

            ผลัดเซลล์ผิวด้วยสมุนไพรตามธรรมชาติ โดยให้นำมะขามเปียกมาขัดแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วค่อยล้างออก กรดของมะขามเปียกจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ก้นของสาว ๆ เนียนนุ่มและขาวขึ้นได้

            เปลี่ยนมาใส่กางเกงในแบบที่ไม่รัดแน่น ไม่มีตะเข็บ และควรเป็นผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี

            เมื่อทำกิจกรรมที่ต้องเหงื่อออกมาก ๆ ให้รีบอาบน้ำทันที เพราะหากปล่อยให้อับชื้นอาจทำให้สกปรกและเกิดสิวอักเสบได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ควรเลือกใช้ครีมอาบน้ำหรือสบู่อาบน้ำแบบที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดผิวได้ดียิ่งขึ้น

ก้นลาย ทำไงดี

            เวลานั่งควรหาเบาะรองนั่งมาเสริม จะช่วยลดการเสียดสีได้

            สำหรับใครที่มีปัญหาอ้วนแล้วก้นแตกลาย ให้เน้นออกกำลังกายท่ากระชับก้นและต้นขา จะช่วยแก้ปัญหาก้นแตกลายให้ดีขึ้นได้

            หากลองทำมาหลายวิธีแล้วยังไม่ทันใจ ก็สามารถหันไปพึ่งการแพทย์ด้วยการใช้เลเซอร์ได้ โดยวิธีนี้จะช่วยลบรอยดำ ช่วยลดรอยแตกลายได้ผลดี แต่ทั้งนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง และก่อนทำควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

          ปัญหาก้นลายถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้สาว ๆ กลุ้มใจกันอย่างมาก แต่ต่อไปนี้หายกลุ้มใจกันได้แล้วนะคะสาว ๆ เพียงแค่ทำตามวิธีที่กระปุกดอทคอมได้แนะนำไป เพียงเท่านี้ก้นลายที่เป็นปัญหาก็สามารถเปลี่ยนเป็นก้นเนียนได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ ^^


Cr.http://women.kapook.com/view140297.html

13 สูตรน้ำดีท็อกซ์ล้างลำไส้ ดื่มแล้วหน้าใส แถมหุ่นดี!

ปากก็พูดแต่ว่าจะลดความอ้วน แถมยังพยายามออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ทำไม๊ทำไม น้ำหนักถึงไม่ลดสักที สาวอยากผอมหลายคนคงเจอปัญหานี้กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ รู้ไว้เลยค่ะสาวๆ ว่าปัญหานี้มันมาจากนิสัยการกินของเรานั่นล่ะ! สำหรับสาวไหนที่หักโหมออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ยังคงกินอาหารอ้วนๆ มีแต่ไขมัน แน่นอนว่า ต่อให้ออกกำลังกายยังไง ก็คงไม่ผอมสักเท่าไหร่หรอกค่ะ ฉะนั้นถ้าอยากผอมแบบสุขภาพดี การกินอาหารอย่างพอเหมาะและเหมาะสมจะช่วยให้สาวๆ มีหุ่นสวยเพรียวได้แน่นอน! 
     โดยการหยุดกินอาหารตามใจปาก และหันมากินอาหารไขมันต่ำ บอกเลยว่า ช่วยให้สาวๆ น้ำหนักลงได้เยอะเชียวล่ะค่ะ ซึ่งนอกจากอาหารคลีน หรือน้ำสมูทตี้ที่ทำจากผักผลไม้ทั้งหลายจะช่วยให้สาวๆ ผอมสวยได้แล้วน้ำดีท็อกซ์ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยขับสารพิษในร่างกายและขับไขมันในร่างกายได้ดีเลยล่ะค่ะ สำหรับใครที่ไม่รู้จะจับผลไม้ชนิดไหนมารวมกันเพื่อทำน้ำดีท็อกซ์ วันนี้เราก็มีสูตรน้ำดีท็อกซ์สีสันสดใส หน้าตาน่ากิน แถมรสชาติเยี่ยม จากสาวญี่ปุ่น จาก Account Instagram นามว่า kobutachan531 มาฝากกัน! อยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไงต้องไปลองทำกันดูแล้วล่ะ!
     ส่วนวิธีทำก็ง่ายๆ เลยค่ะ เพียงนำผักผลไม้ที่สาวๆ ชอบ หรือตามสูตรข้างล่างนี้ ใส่ลงในขวดน้ำ จากนั้นปิดฝาใส่ตู้เย็น แช่ไว้ 2 ชม. เพียงเท่านี้ก็ดื่มได้แล้ว! แต่ไม่ควรแช่เกิน 12 ชม. นะคะสาวๆ เพราะผักผลไม้อาจเสียได้ค่ะ



ส่วนผสม
- กีวี
- เกรปฟรุต
- โซดา



ส่วนผสม
- ส้ม
- สตรอเบอร์รี่
- สับปะรด
- น้ำผึ้ง
- โซดา



ส่วนผสม
- มะนาว
- สตรอเบอร์รี่
- โซดา



ส่วนผสม
- กีวี
- สับปะรด
- แอปเปิล
- เลมอน
- โซดา



ส่วนผสม
- สตรอเบอร์รี่
- แอปเปิล
- ส้ม
- น้ำทับทิมเล็กน้อย
- โซดา



ส่วนผสม
- แอปเปิล
- เลมอน
- มะม่วง
- สตรอเบอร์รี่
- น้ำผึ้งเล็กน้อย
- โซดา



ส่วนผสม
- มิกซ์เบอร์รี่ (สตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่)
- แอปเปิล
- เลมอน
- โซดา



ส่วนผสม
- มะนาว
- เกรปฟรุต
- กีวี
- โซดา



ส่วนผสม
- แอปเปิล
- บีทรูท
- เลมอน
- น้ำผึ้งผสมมะนาว
- โซดา



ส่วนผสม
- สตรอเบอร์รี่
- สับปะรด
- แตงกวา
- เลมอน
- น้ำทับทิมเล็กน้อย
- โซดา



ส่วนผสม
- แตงกวา
- เลมอน
- ส้ม
- น้ำผึ้ง
- โซดา



ส่วนผสม
- แอปเปิล
- กีวี
- สับปะรด
- มะนาว
- โซดา



ส่วนผสม
- ส้ม
- มิ้นต์ หรือใบสาระแหน่
- โซดา

Cr.http://women.truelife.com/detail/16081

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

20 อาหารแคลลอรี่ต่ำ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

หนุ่มๆสาวๆหลายๆคนที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกายแบบ T25 และการกินอาหารคลีน ที่เป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะต้องการสุขภาพที่ดีแล้ว บางคนยังต้องการ ลดน้ำหนัก อีกด้วย ซึ่งการเลือกกินอาหารที่ดีก็เป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งเช่นกัน วันนี้เราเลยมี 20 อาหารแคลลอรี่ต่ำ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
1. เห็ด
เห็ด อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 15 แคลอรี่ต่อถ้วย (ถ้วยตวง)
เห็ดเป็นอาหารที่มีเนื้อมากและให้พลังงานต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดฟาง เห็ดนางรมหลวง เป็นเพียงตัวอย่างของเห็ดต่าง ๆ ที่เราหาซื้อได้อย่างง่าย ๆ และมนุษย์เราโชคดีมากที่เห็ดนั้นประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย นอกจากนี้ เห็ดยังมีโพแทสเซียม วิตามินบีต่าง ๆ และใยอาหารอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น เห็ดหอม ซึ่งมีสารเลนทิแนนซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง เห็ดทุกชนิดเป็นแหล่งของวิตามินดี ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน ไนอะซิน วิตามินบี 6 กรดแพนโทเทนิค ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทองแดง และธาตุเซเลเนียม
health_12
2. บร็อคโคลี
บร็อคโคลี อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 30 แคลอรี่ต่อถ้วย
บร็อคโคลีเป็นอาหารที่ให้แคลอรี่ต่ำได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่อาหารชนิดนี้ก็อยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการสุดยอดอาหารของเราด้วยเหตุผลที่ว่าบร็อคโคลีนั้นไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ แต่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังอีกด้วย ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในบร็อคโคลีนี้สามารถช่วยบรรเทามะเร็งเต้านมและช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ได้ด้วย
สารพฤกษเคมีที่มีอยู่ในบร็อคโคลีที่มีประสิทธิภาพช่วยปกป้องร่างกายของคุณนั้นคือสารที่เรียกว่า ซัลโฟราเฟน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้บร็อคโคลีมีลักษณะขมเล็กน้อยนั่นเอง
3. กะหล่ำดอก
เช่นเดียวกับผักที่สำคัญอื่น ๆ กะหล่ำดอกเป็นอาหารที่มีสารพฤกษเคมีในการช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง เป็นแหล่งของวิตามินซีและโฟเลท การทานกะหล่ำดอกสด ๆ หรือผ่านความร้อนเล็กน้อยจะช่วยให้ได้คุณค่าทางอาหารจากกะหล่ำดอกได้เป็นอย่างดี
4. มะเขือเทศ
มะเขือเทศ อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 22 แคลอรี่ต่อมะเขือเทศขนาดกลางหนึ่งผล
มะเขือเทศประกอบด้วยสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้น้อยมากในอาหารชนิดอื่น งานวิจัยหลายงานแสดงให้เห็นว่าไลโคปีนสามารถช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของรังสียูวี ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิด และช่วยทำให้ปริมาณโคเลสเตอรอลต่ำลงได้ นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีโพแทสเซียม วิตามินซี และใยอาหารในปริมาณที่สูง
หน้าที่ผ่านมา หน้าต่อไป
5. หอมหัวใหญ่
หอมหัวใหญ่ อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 32 แคลอรี่ต่อครึ่งถ้วย
ใส่หอมหัวใหญ่ลงในอาหารคุณเถอะ! หอมหัวใหญ่เป็นอาหารที่มีเนื้อมากพร้อมทั้งมีรสชาติอร่อย ส่วนสารประกอบซัลไฟด์ที่มีในหัวหอมนั้น จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่ามีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งเยื่อบุมดลูกได้
180428221
6. ตระกูลเบอรี่
ตระกูลเบอรี่ อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 32 แคลอรี่ต่อครึ่งถ้วย
บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ สตรอเบอรี่ หรือไม่ว่าพืชในตระกูลเบอรี่ชนิดใดก็อุดมไปด้วยสารต้านการติดเชื้อหรืออักเสบได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็ง
เบอรี่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลังและยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้ทำงานดีขึ้น โดยเฉพาะเบอรี่ที่เกิดเองตามธรรมชาติ ในปีค.ศ. 2007 นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Cornell พบว่าบลูเบอรี่ที่โตในป่ามีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าผลไม้สดชนิดใด ต้องขอบคุณสารแอนโธไซยานินที่พบในปริมาณสูงในบลูเบอรี่ เนื่องจากแอนโธไซยานินเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมากที่สุด
7. กระเทียม
กระเทียมสามารถช่วยต่อสู้กับโรคหวัด โรคมะเร็งได้ และยังอาจสามารถช่วยขจัดสิ่งตกค้างจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ อาหารที่มีกระเทียมในปริมาณมากจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อได้
การที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระเทียมนั้น คุณควรหั่นหรือบดกระเทียมและตั้งทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนที่จะให้ความร้อน วิธีนี้จะช่วยให้สารประกอบซัลเฟอร์ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็งนั้นยังอยู่ในกระเทียมเพิ่มขึ้นหนึ่งในสาม ซึ่งมากกว่าการที่คุณให้ความร้อนกับกระเทียมโดยทันที
8. แครอท
แครอท อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 22 แคลอรี่ต่อครึ่งถ้วย
แครอทเป็นผักที่มีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลต่ำมาก แครอทเป็นแหล่งของไทอะมีน ไนอะซิน วิตามินบี 6 โฟเลท และแมงกานีส นอกจากนี้ยังเป็นผักที่ให้ใยอาหารสูง และแน่นอน แครอทมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค และโพแทสเซียม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
9. ผักสลัดน้ำ (Watercress)
ผักสลัดน้ำ อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อถ้วย
ผักสลัดน้ำมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดภายในร่างกายของคุณอย่างดี มีคุณสมบัติในการต่อสู้กับมะเร็งได้เหมือนอย่างบร็อคโคลีและกะหล่ำดอก นอกจากนี้ ผักสลัดน้ำยังมีสารซัลโฟราเฟนและสารประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้ มีงานวิจัยหลายงานแสดงให้เห็นว่าผู้ที่รับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้
10. แตงซูกินิ
แตงซูกินิ อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 20 แคลอรี่ต่อถ้วย
พืชตระกูลเถานี้เป็นอาหารที่คุณสามารถทานได้ในปริมาณที่มากโดยที่ให้แคลอรี่กับคุณเพียงเล็กน้อย มีปริมาณวิตามินเอสูง พืชชนิดนี้ปลูกได้ง่ายโดยเฉพาะในหน้าร้อนและนำมาปรุงอาหารได้ง่าย ๆ

159163475
11. เลมอนและมะนาว
เลมอนและมะนาว อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 20 แคลอรี่ต่อผล (โดยไม่ปอกเปลือก)
ผลไม้ตระกูลส้มมีวิตามินซีในปริมาณสูงอยู่แล้ว และการทานทั้งผลนั้นจะทำให้ได้ใยอาหารในปริมาณสูงด้วย มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การให้ผู้ที่แสดงอาการป่วยเป็นไข้หวัดในระยะแรกได้ทานผลไม้ตะกูลส้มที่มีวิตามินซีในปริมาณสูงจะสามารถลดระยะของไข้หวัดลงได้ประมาณ 1 วันเลยทีเดียว นอกจากนี้ เรายังสามารถเพิ่มน้ำมะนาวหรือเลมอนในเมนูอาหารอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น อาหารรสจัด หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวหวาน ซึ่งจะให้คุณได้อาหารรสจัดจ้านโดยที่ไม่เพิ่มแคลอรี่หรือโคเลสเตอรอลให้คุณเลย
12. ผักโขม
ผักโขม อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 7 แคลอรี่ต่อถ้วย
ผักโขมเป็นผักที่มีลักษณะเนื้อสัมผัสอ่อนนุ่มและมีรสชาติดี ผักโขมอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และวิตามินเค นอกจากนี้ ผักโขมยังประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี และลูทีนที่ช่วยปกป้องสายตาของคุณจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตา
คุณอาจใช้ผักโขมแทนผักกาดหอมในการทำสลัด หรือทำเมนูไข่เจียวแสนอร่อยโดยอาจใส่แครอท เห็ด และกระเทียมหั่นร่วมด้วย
13. ผักกาดแก้ว
ผักกาดแก้ว อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 5 แคลอรี่ต่อถ้วย
คุณสามารถทานผักชนิดนี้ได้จำนวนมากเนื่องจากเป็นผักที่ให้แคลอรี่น้อยมาก ผักกาดแก้วนั้นเป็นแหล่งของวิตามินบี กรดโฟลิก และแมงกานีส ที่จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติ ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานที่เหมาะสมของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
คุณอาจทำเมนูง่าย ๆ แต่คุณค่าทางอาหารสูงด้วยการทานผักกาดแก้ร่วมกับผักที่มีสีเขียวเข้มหรือสีม่วง หรือผักที่มีสีเขียวหรือสีแดงคลุกเข้ากันกับน้ำส้มสายชูคุณภาพดี เพื่อให้ได้ความอร่อยและคุณค่าอาหารสูงสุด
14. กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลี อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 22 แคลอรี่ต่อถ้วย
กะหล่ำปลีเป็นอาหารที่สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง พร้อมทั้งมีรสชาติหวานและมีเนื้อสัมผัสกรุปกรอบ น่าทึ่งที่อาหารที่มีข้อดีหลายอย่างเช่นนี้จะให้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กะหล่ำปลีมีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารพฤกษเคมีที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ สารกลูโคสิโนเลทเป็นสารกำจัดสารพิษในระบบเผาผลาญได้ ส่วนสารซัลโฟราเฟนนั้นเป็นทำหน้าที่เป็นตัวยับยั้งสารก่อมะเร็งได้
นอกจากนี้ กะหล่ำปลีสีม่วงยังอุดมไปด้วยสานแอนโธไซยานินและสารพฤกษเคมีตามธรรมชาติอื่น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์และยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
15. หน่อไม้ฝรั่ง
หน่อไม้ฝรั่ง อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 27 แคลอรี่ต่อถ้วย
หน่อไม้ฝรั่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นอาหารช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายเนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ทำหน้าที่เป็นสารขับปัสสาวะ ช่วยชำระล้างของเหลวส่วนเกินออกจากระบบร่างกาย นอกจากนี้ หน่อไม้ฝรั่งยังช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญและกำจัดแอลกอฮอล์และสารพิษอื่น ๆ ในร่างกาย (เป็นอาหารบรรเทาอาการเมาค้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ)
หน่อไม้ฝรั่งรู้จักกันว่าเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ ซี อี เค และวิตามินบี 6 รวมไปถึงโฟเลท ธาตุเหล็ก ทองแดง แม้กระทั่งโปรตีนก็พบได้ในหน่อไม้ฝรั่ง การได้ทานหน่อไม้ฝรั่งสด ๆ เช่น ใส่ในสลัด หรือหน่อไม้ฝรั่งที่ผ่านการให้ความร้อนเล็กน้อย จะทำให้คุณได้คุณค่าจากอาหารชนิดนี้ไม่ใช่น้อย
imsis232-017
16. กาแฟ
กาแฟ อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน : 0 แคลอรี่
กาแฟดำเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำที่สุดและเป็นเครื่องดื่มลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี กาแฟจะช่วยปรับระดับเปปไทด์ในลำไส้ ซึ่งเป็นฮอร์โมนควบคุมความหิวและความอิ่มที่ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
นักดื่มกาแฟอาจมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคพากินสันน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟ นอกจากนี้อาจทำให้คุณมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟก็ได้ โดยในปีค.ศ. 2008 มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟเป็นประจำถึง 6 ถ้วยต่อวันมีโอกาสที่จะเสียชีวิตเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ น้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ดื่มกาแฟเลย
ยิ่งไปกว่านั้น สารคาเฟอีนในกาแฟยังช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานและการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ซึ่งนี่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และการเกิดโรคอ้วนด้วย
17. พริก
พริก อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 30 แคลอรี่ต่อครึ่งถ้วย
ไม่ว่าจะเป็นเป็นพริกที่เผ็ดหรือไม่เผ็ดก็จะมีวิตามินซีในปริมาณที่และใยอาหาร และให้แคลอรี่น้อยมาก สารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อนคือสารที่เรียกว่า สารประกอบแคปไซซิน ซึ่งมาพร้อมกับสารแคปซิเอท ซึ่งจะสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้เพิ่มขึ้นถึง 50-100 แคลอรี่เมื่อคุณทานอาหารที่มีรสจัดด้วยพริก
ดังนั้น หากคุณต้องการเผาผลาญแคลอรี่ คุณก็สามารถทานพริกที่เผ็ดมากเท่าที่คุณจะทานได้ (แต่ควรระวังพริกที่เผ็ดมากอย่างพริกฮาบาเนโร่ พริกขี้หนูสวน พริกจากอินเดีย ซึ่งจะเป็นพริกที่เผ็ดมาก)
18. ชา
ชา อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน: 0 แคลอรี่
เมื่อเราพูดถึงชาที่เป็นสุดยอดอาหารนั้น เราหมายถึงชาดำ ชาเขียว ชาขาว หรือชาอู่หลง (โดยที่ไม่รวมชาผสมสมุนไพรเนื่องจากมีพืชชนิดอื่นอยู่ด้วย)
“ชาเพียว ๆ” มีปริมาณสารโพลีฟีนอลสูงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้อง DNA จากการถูกทำลายที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคอื่น ๆ นอกจากนี้ ชายังช่วยลดระดับ LDL หรือโคเลสเตอรอลที่ไม่ดี ช่วยลดภาวะโรคกระดูกพรุน ช่วยทำให้สมองมีพลังมากขึ้น และช่วยให้คุณหุ่นเพรียวด้วย
19. ฟักทอง
ฟักทอง อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 30 แคลอรี่ต่อถ้วย
พืชจำพวกเถาชนิดนี้มีปริมาณโพแทสเซียมในปริมาณสูง พร้อมทั้งให้แคลอรี่น้อยอีกด้วย นอกจากนนี้ ฟักทองยังมีสารเบต้าแคโรทีน (สารต้านอนุมุลอิสระอันทรงพลัง) ในปริมาณสูงอีกด้วย ด้วยรสชาติที่หอมหวาน จึงทำให้คุณสามารถทำขนมอบจากฟักทองให้อร่อยได้ง่าย ๆ ฟักทองเป็นแหล่งของวิตามินเอ ซี อี และมีปริมาณโพแทสเซียมสูง (โพแทสเซียมช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลง) และยังมีทองแดงด้วย
มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการรรับประทานฟักทองจะช่วยในเรื่องของโรคเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยพบว่าฟักทองมีสารประกอบพวกไตรโกเนลลินและกรดนิโคตินิค ซึ่งพบว่าเป็นสารที่ช่วยทำให้มีภาวะการควบคุมน้ำตาลในเลือดจากการทดลองในหนูดีขึ้น
2. ผักขึ้นช่าย
ผักขึ้นช่าย อาหารแคลลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 16 แคลอรี่ต่อถ้วย
ผักขึ้นช่ายเป็นผักที่มีลักษณะกรุปกรอบและมีรสชาติออกเค็มเล็กน้อย ผักชนิดนี้มีปริมาณใยอาหารค่อนข้างสูงและเป็นอาหารที่มีเนื้ออาหารสูง (นั่นหมายความว่าคุณสามารถทานได้ในปริมาณมาก แต่ให้พลังงานเพียงเล็กน้อย) ผักขึ้นช่ายเป็นเสมือนอาวุธลับของพ่อครัวเลยทีเดียว นอกจากจะให้พลังงานเพียงน้อยนิดแล้ว ขึ้นช่ายยังมีวิตามินเอ วิตามินซี และโฟเลท ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์ด้วย
Cr.http://health.mthai.com/howto/health-care/8353.html

แต่งหน้าด้วยลิปสติกโทนสีแดงเมอร์ลอต MERLOT อัพลุคสาวฮอตสวยรับฤดูหนาว! (มีคลิป)

 นอกจากเจ้าลิปสติกโทนสีน้ำตาลชมพูนู้ด (MAUVE) ที่ฮิตติดลมบนในบรรดาสาวๆวัยทีนแถบฝั่ง western เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คลิกอ่าน - เทรนด์ฮิต! สีลิปสติกชมพูน้ำตาลนู้ด MAUVE สไตล์สาวตะวันตก พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์) อีกหนึ่งสีที่สามารถเพิ่มดีกรีความเปรี้ยวแซ่บและร้อนแรงให้กับเรียวปากของคุณได้ไม่แพ้กันก็คงจะหนีไม่พ้นลิปสติกสีแดงเนี่ยแหละค่ะ วันนี้เราจึงเลือกขอหยิบหนึ่งเฉดสีสุดป๊อปในโทนสีแดงมาฝากสาวๆกันค่ะ นั่นก็คือ สีแดงเมอร์ลอต (MERLOT) หรือสีแดงไวน์สีเข้มนั้นเองค่ะ บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเฉดสีที่ฮอตฮิตในหมู่ไอคอนสาวชาวอเมริกันมากๆค่ะ โดยนอกจากนี้เหล่าโทนสีแดงเข้มหลากเฉดรวมถึงเจ้าสีเมอร์ลอตยังเป็นลุคที่สาวๆทั่วโลกมักหยิบขึ้นมาแต่งปากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวอีกด้วยค่ะ ด้วยสีแดงปนน้ำตาลเข้มๆเหมือนกับใบไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงบวกกับการแต่งหน้าแมทท์ๆ เลือกสีไปทางเอิร์ธโทนและโทนร้อนซักหน่อย เช่น สีน้ำตาล สีทอง สีเบจ หรือกระทั่งสีแดง ก็จะยิ่งเพิ่มความอินให้กับสาวๆและเข้ากับซีซั่นนี้แบบสุดๆไปเลยค่ะ เชื่อว่าสาวๆคงอยากจะแต่งตามใจจะขาดแล้วใช่ไหมล่ะคะ...งั้นเรารีบตามไปดูการแต่งหน้าหลากลุคหลายสไตล์ด้วยลิปสติกสีนี้กันเลยค่า!






CREDIT :  KathleenLights

     นอกจากเจ้าสีแดงเมอร์ลอตแล้ว อีกหนึ่งสีที่อินไม่แพ้กันก็เห็นจะเป็นเจ้า สีแดงลูกพรุน(PRUNE) เนี่ยแหละค่ะ บอกเลยค่ะว่าสาวๆจะได้ลุคฮอตและเซ็กซี่ไม่แพ้กับลุคแรกที่เรานำมาฝากกันเลยทีเดียวเชียวล่ะค่ะ (:

CREDIT : Janemakeup

CREDIT : Bucciime

Cr.http://women.truelife.com/detail/27869

บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก


บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก

     สาวๆ เคยแปลกใจไหมคะ ว่าบางทีเสื้อผ้าเดี๋ยวคับ เดี๋ยวหลวม สรุปชั้นอ้วนขึ้นหรือแค่บวมกันแน่ ทำไมกางเกงถึงคับติ้วขนาดนี้! คำตอบก็คือ เป็นไปได้ทั้งสองอย่างค่ะ เพราะผู้หญิงเรานอกจากจะมีอาการบวมน้ำช่วงวันนั้นของเดือนแล้ว ยังเกิดอาการบวมจากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยเฉพาะ 6 ข้อต่อไปนี้

บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก

1. อาหารการกิน
เช่น ทานอาหารรสจัดๆ ปรุงรสเข้มข้น จังค์ฟู้ดเค็มๆ มันๆ ซึ่งมักมีโซเดียมสูงทำให้บวมน้ำ หรือทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเยอะ อาทิ ถั่ว กะหล่ำปลี ชะอม สะตอ บล็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วงอก นอกจากนี้ การทานผักผลไม้มากกว่าวันละ 25-30 กรัมต่อวัน ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด รู้สึกตัวบวมๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน ควรต้องใส่ใจกับอาหารการกินมากเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ 
วิธีแก้ : 
     

บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก 

2. นั่งหรือยืนนานเกินไป
การนั่งจะทำให้เกิดแรงกดทับ ในขณะที่การยืนจะทำให้ของเหลวไปคั่งอยู่ที่ขา ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ของเหลวในร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก จึงเกิดอาการบวมตามมาในที่สุด ดังนั้นจึงควรหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ หรือหมั่นนวดกระตุ้นการไหลเวียนอย่างสม่ำเสมอนะคะ 


บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก

3. สวมเสื้อผ้าหรือใส่รองเท้าที่คับเกินไป
เช่นเดียวกับข้อ 2 การสวมใส่อะไรที่คับเกิดไปจะรัดจนทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก โดยเฉพาะรองเท้า นอกจากบวมแล้วยังเจ็บอีกด้วยนะคะ ซึ่ง เท้า ถือเป็นส่วนที่ควรดูแลเป็นพิเศษ เพราะเต็มไปด้วยเส้นประสาทมากมาย ที่เชื่อมโยงกับระบบการทำงานในร่างกายของเรา จึงควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายที่สุดเพื่อสุขภาพและหุ่นสวยไร้อาการบวมค่ะ
วิธีแก้ :


บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก

4. ท้องผูก
ใครที่ท้องผูกเป็นประจำล้วนเจอปัญหานี้ เพราะของเสียที่ตกค้างในร่างกายจะผลิตแก๊สออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ร่างกายเกิดอาการบวม และยังเกิดผลเสียต่อผิวพรรณอีกด้วยค่ะ สาวๆ อาจไม่เชื่อเลยว่าในร่างกายของเรานั้นสามารถมีของเสียตกค้างในลำไส้หลายกิโลกรัมเลยทีเดียว! ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารสุขภาพ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ โดยเน้นท่าบริหารหน้าท้องเพื่อกระตุ้นลำไส้ให้เคลื่อนตัว ก็จะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นค่ะ  
วิธีแก้ :


บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก

5. ดื่มน้ำน้อย
บางคนเข้าใจว่าดื่มน้ำมากๆ ยิ่งทำให้ท้องป่องตัวบวม นั่นมีส่วนถูกเพียงครึ่งเดียวค่ะ จริงอยู่ว่าการดื่มน้ำมากเกินความพอดีจะทำให้ตัวบวมและส่งผลเสียต่อไตได้ แต่การดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือดื่มแต่น้ำหวานๆ กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะจะทำให้เลือดข้น ของเหลวไหลเวียนไม่สะดวก และท้องผูก ผลลัพธ์คือหน้าท้องบวมมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ดังนั้นควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะดีที่สุดค่ะ หรือหากใครดื่มน้ำยาก ลองมาทำน้ำหมักหรือ Infused Water ก็เป็นไอเดียที่ขอแนะนำค่ะ 
วิธีแก้ :


บอกลาตัวบวม! ด้วย 6 สิ่งที่รู้แล้วช่วยลดอาการตัวบวม ท้องบวมได้ ทำไม่ยาก

6. ขาดการออกกำลังกาย
ข้อนี้สำคัญมากไม่แพ้ข้ออื่น เพราะการออกกำลังกายช่วยลดอาการตัวบวมได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมค่ะ อาทิ ลดอาการท้องผูก ลดไขมัน ลดอาการบวมน้ำ กระชับกล้ามเนื้อให้เข้ารูป ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยให้ระบบการลำเลียงของเสียในร่างกายทำงานได้ดี และข้อดีอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นใครที่ตัวบวมอยู่ควรลุกขึ้นมาออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ แล้วจะแฮปปี้กับผลลัพธ์ที่ตามมาแน่นอนค่า
วิธีแก้ :


     ทั้ง 6 ข้อนี้รับประกันว่าทำตามวิธีแก้แล้วจะช่วยลดอาการตัวบวมได้แน่นอน แต่หากลองทำตามแล้วยังมีอาการบวมผิดปกติอยู่ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ เพราะอาการตัวบวมนั้นอาจเป็นผลข้างเคียงของโรคบางโรคได้เช่นกัน

Cr.http://women.truelife.com/detail/16357

9 ท่านวดหน้า ยกกระชับผิว ลดริ้วรอยแบบสาวญี่ปุ่น


9 ท่านวดหน้า ยกกระชับผิว ลดริ้วรอยแบบสาวญี่ปุ่น

     ผิวหน้าที่ดูเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ คือผิวหน้าที่สาวๆ ปรารถนา แต่ดูเป็นเรื่องยากเหลือเกินเมื่อเทียบกับมลภาวะ และความเครียดที่ผิวหน้าต้องเผชิญในแต่ละวัน ครั้นจะเข้าสปาทุกวัน เวลาก็ดูไม่อำนวยเท่าไหร่ เราจึงขอนำเสนอวิธีดูแลตัวเองอย่างง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสมาฝากกันค่ะ รับรองว่านอกจากจะรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดชื่น เปล่งปลั่งและลดเลือนริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยนะ


Step 1 
แต้มครีม 5 จุด เกลี่ยครีมให้ทั่วใบหน้าจากนั้นใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง ค่อยๆ นวดขึ้นลงเบาๆ 
จากบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก ไล่ไปจนถึงขมับ กดทิ้งไว้สักครู่ ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ


Step 2
ใช้ 2 นิ้วเดิม กดเบาๆ ที่หัวคิ้ว ค่อยๆ เคลื่อนไปที่ขมับ จากนั้นนวดวนเป็นเกลียวตามแนวใต้ตา 
ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ เพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่น และรอยหมองคล้ำใต้ดวงตา


Step 3
ใช้นิ้วทั้ง 2 คลึงเบาๆ จากขมับผ่านใต้ตาไปหัวคิ้ว กางนิ้วทั้ง 2 ออกจากกัน 
นวดเป็นเกลียวจนถึงโคนผม ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ 


Step 4
ใช้นิ้วนางกดเบาๆ  บริเวณหางตาไว้สักครู่ แล้วเริ่มนวดซิกแซ็กไปจนถึงโหนกแก้ม 
ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหางตาได้เป็นอย่างดี



Step 5
ใช้นิ้ว 4 นิ้ว ยกเว้นนิ้วโป้ง นวดวนเป็นเกลียวเบาๆ บริเวณแก้ม ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ 
เพื่อช่วยระบบการไหลเวียนโลหิต และทำให้ผิวหน้ายืดหยุ่น


Step 6
ใช้นิ้วกลางกดที่หัวคิ้ว แล้วเลื่อนนิ้วตามแนวสันจมูกมาถึงมุมปาก จากนั้นใช้นิ้วทั้ง 4 
นวดวนเป็นเกลียวบริเวณแก้มไปจนถึงขมับ ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ


Step 7
ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบาๆ เป็นวงกลมรอบริมฝีปาก แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือนวดกดเบาๆ บริเวณคาง 
นวดจากซ้ายไปขวาและกลับจากขวาไปซ้าย ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ



Step 8
ใช้นิ้วทั้ง 5 นวดกล้ามเนื้อบริเวณใต้คาง ลักษณะคล้ายการจับแล้วหยิบออก ทำซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ



Step 9 
ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดที่จุดใต้ใบหูค้างไว้สักพัก แล้วค่อยๆ เลื่อนมือไล่ตามขากรรไกร
ไปจนถึงจุดใต้หูอีกด้านหนึ่ง โดยทำเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง ซ้ำแบบเดิม 4-5 รอบ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต


     การนวดหน้านอกจากจะทำให้ผิวหน้าเต่งตึง ดูเปล่งปลั่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลดความเครียด สาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และควรนวดหน้าคู่กับครีมที่มีส่วนผสมของแอนไท เอจจิ้ง เพื่อผลลัพธ์ของความเปล่งปลั่งที่มากขึ้น แล้วหน้าจะดูสดใสอ่อนเยาว์ไปอีกนาน

Cr.http://women.truelife.com/detail/13723