วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

ผิวสวย ราคาประหยัด ด้วยดินสอพอง

ผิวสวย ราคาประหยัด ด้วยดินสอพอง

ผิวสวย ราคาประหยัด ด้วยดินสอพอง


ดินสอพองเป็นดินที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวสวย ผิวผ่องนวลน่ามอง โดยจะดูดซับความมันและช่วยกำจัดสิวเสี้ยนได้ สาวๆ หลายคนจึงมักใช้ดินสอพองพอกหน้า ซึ่งเป็นสูตรที่มีมาตั้งแต่โบราณ ใครที่อยากมีผิวสวย มีวิธีการดูแลผิวและประโยชน์ของดินสอพองมาบอกกัน
1.ใช้แก้พิษร้อน ผด ผื่น คัน ตามร่างกายได้และที่สำคัญเป็นยาห้ามเหงื่อได้ด้วยไม่ให้ตัวเหนียวเหนอะจากอากาศร้อน
2.การนำดินสอพองมาประหน้า สามารถใช้กันแดดได้ซึ่งนักวิจัยพบว่าเป็นสารกันแดดที่ดี
3.ช่วย ลดสิวเสี้ยน อาการปวดบวมเขียวช้ำ ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น สามารถนำมาผสมกับสมุนไพรแล้วนำมาพอกหน้าได้ แต่เหมาะเฉพาะกับคนผิวมัน ถ้าคนผิวแห้งใช้ผิวก็จะยิ่งแห้งกว่าเดิม
4.ใช้ดับพิษร้อน ถอนพิษเผ็ดที่โดนพริก ใช้ดินสอพอผสมน้ำทาบริเวณที่ร้อน
5.ผสมน้ำมะนาว หรือมะกรูด ใช้ทาแก้หัวโนได้

นอกจากจะใช้ดินสอพองเพียว ๆ พอกหน้าแล้ว สาว ๆ สามารถเพิ่มคุณค่าในการบำรุงผิวเข้าไปได้ด้วยสารพัดสูตรเพื่อผิวสวย ดังนี้

1. สูตรดินสอพองมะนาว หยดมะนาว 4-5 หยดลงบนดินสอพอง จากนั้นนำมาพอกหน้า 20 นาที จะช่วยดูดซับความมัน และทำให้ผิวสว่างใสขึ้น ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเห็นผลเร็วค่ะ

2. สูตรดินสอพองน้ำผึ้ง
 นำดินสอพองมาผสมน้ำ จากนั้นผสมด้วยน้ำผึ้ง นำไปพอกหน้า 15-20 นาที ทำให้ผิวเปล่งปลั่งและเนียนนุ่มขึ้น สามารถทำได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง สำหรับผู้ที่มีผิวมัน แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอค่ะ

3. สูตรดินสอพองขมิ้น 
นำดินสอพองมาผสมน้ำขมิ้น แล้วพอกหน้าไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ และทำให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง ใช้ได้กับทุกสภาพผิว

4. สูตรดินสอพองน้ำมันมะพร้าว นำดินสอพองมาผสมกับน้ำมันมะพร้าวให้ข้น แล้วพอกหน้าไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวหน้าเต่งตึง เนียนสวย และหลังจากใช้ดินสอพองพอกหน้าแล้ว ก็สามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวได้อีก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะ

คราวนี้สาว ๆ ก็เลือกใช้สารพัดสูตรผิวสวยจากดินสอพองได้ตามใจชอบเลยล่ะค่ะ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง และสาว ๆ จะได้รู้ว่า ผิวสวย ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเลยล่ะ
Cr.http://women.sanook.com/10786/

เปลี่ยนปากดำคล้ำให้สวยใสอมชมพูได้ง่ายๆ

เปลี่ยนปากดำคล้ำให้สวยใสอมชมพูได้ง่ายๆ

เปลี่ยนปากดำคล้ำให้สวยใสอมชมพูได้ง่ายๆ

ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อสวยสดใสคงเป็นที่ปรารถนาของสาวๆทุกคนใช่ไหมล่ะคะ เราเชื่อว่าการมีสุขภาพปากที่ดีนั้นสามารถทำให้เราดูดีขึ้นมาได้เยอะ จะทาลิปสีอะไรก็สีออกมาสดสวย แถมยังดูสุขภาพดีน่าจุ๊บอีกต่างหาก
สมัยนี้มีวิวัฒนาการมากมายที่จะทำให้ริมฝีปากเป็นสีชมพูสวย ไม่ว่าจะเป็นการยิงเลเซอร์ในคลีนิค หรือการสักสีลงบนริมฝีปาก ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาสีอะไร การใช้ครีมทาปากชมพู นอกจากนั้นยังมีการทาลิปสติก Tint ทาปากสีต่างๆ ให้สาวๆ ได้เลือกกันตามความชอบและทุนทรัพย์กัน แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับที่ไม่ต้องเสียเงินมากมายแต่ทำให้เป็นเจ้าของริมฝีปากชมพูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติได้ไม่ยาก มาลองทำตามกันเลยค่ะ
สูตรแรก เราจะนำน้ำตาลทราย ต้องน้ำตาลทรายเท่านั้นนะคะ มาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยหรืออาจจะผสมโยเกิร์ตแทนก็ได้ค่ะ แต่อย่าผสมกันจนน้ำตาลละลายเป็นเนื้อเดียวกันหมดนะคะ เอาแค่พอให้มันสัมผัสเป็นสครับได้ นำมาขัดบริเวณริมฝีปากเบาๆ มันจะช่วยขัดผิวหนังที่ตายแล้วให้ลอกออกมา ทำอาทิตย์ละสองครั้ง ริมฝีปากจะเนียนนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ
วิธีที่สอง นำกากกาแฟมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย หรือน้ำผึ้งก็ได้ เราเคยนำเสนอไปแล้วว่ากากกาแฟมีประโยชน์ในการช่วยขัดผิวของเราให้ขาวเนียนสวยขึ้นได้ เลยลองนำมาประยุกต์ใช้กับริมฝีปากดู ปรากฏว่ามันเริ่ดมากกกค่ะ นำกากกาแฟผสมน้ำผึ้งหรือน้ำเปล่า แล้วนำมาขัดริมฝีปากเบาๆ(แต่แนะนำน้ำผึ้งดีกว่านะคะเพราะกลิ่นจะหอมหวานน่ากินมาก อิอิ) ทำอาทิตย์ละสองครั้ง นอกจากจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังช่วยให้ริมฝีปากดูชมพูอย่างเป็นธรรมชาติด้วยค่ะ
อีกวิธีนึงเป็นวิธีที่เราได้ยินมาละลองทำตาม แล้วพบว่ามันเวิร์คแบบสุดๆ สำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลาน้อยแต่ผลที่ออกมานั้นสุดยอดจริงๆค่ะ คือการนำครีมนีเวียตลับน้ำเงิน ใช่ค่ะนีเวียที่สาวๆ คุ้นเคยกันดีนั่นแหละ มีขายทั่วไปตามเซเว่น ครีมตัวนี้ด้วยความที่มันเข้มข้นมาก สาวๆหลายคนจึงนิยมนำมาทาบริเวณหัวเข่า ข้อศอกที่ด้านๆเพื่อให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส แต่ถ้าลองนำมาพอกไว้บนริมฝีปากหนาๆ แล้วก็ทาครีมแต่งหน้าตามปกติ พอแต่งหน้าเสร็จก็เช็ดครีมออกก็จะพบกับผลลัพธ์ที่แสนมหัศจรรย์ ปากของคุณจะดูอวบอิ่มชุ่มชื้น เป็นสีชมพูอ่อนๆ แล้วก็ทาลิปสีที่เราชอบลงไป เท่านี้ก็ทำให้ริมฝีปากดูสวยสดใสสุดๆไปเลยค่ะ
นอกจากนี้แล้วการดื่มน้ำเยอะๆ การทาลิปมันหรือวาสลีนก็สามารถช่วยบำรุงได้เป็นอย่างดี สาวๆหลายคนมักบำรุงแต่ผิวหน้าจนอาจมองข้ามริมฝีปากไป แต่เชื่อเราเถอะค่ะ การมีปากที่สวยอวบอิ่มสดใสนั้นจะเพิ่มความสวยให้กับคุณได้อีกหลายเท่าเลยล่ะคะ
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเคล็ดลับง่ายๆที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าคงถูกใจสาวๆกันนะคะ ขอให้ทุกคนมีริมฝีปากสวยสดใสกันถ้วนหน้าเลยนะ
Cr.http://women.sanook.com/43317/

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

“ติ่งเนื้อ” สัญญาณโรคร้าย หรือไม่อันตรายอย่างที่คิด?

“ติ่งเนื้อ” สัญญาณโรคร้าย หรือไม่อันตรายอย่างที่คิด?
หากลองสังเกตผิวของพ่อแม่ของเราที่อายุเกิน 50 ขึ้นไป เราอาจจะพบ “ติ่งเนื้อ” ที่มีลักษณะคล้ายไฝ หรือขี้แมลงวันเล็กๆ แต่มันปูดออกมา ติดเนื้อเป็นติ่งๆ ดูเหมือนอะไรติดผิวหนังแบบที่หยิบดึงออกมาได้ มีทั้งสีคล้ำอย่างดำ น้ำตาล ไปจนถึงสีเนื้อ เหลือง หรือสีชาๆ คล้ายน้ำชา
นอกจากผู้ใหญ่แล้ว คนอายุ 30 ปีบางคนก็พบติ่งเนื้อแล้ว ติ่งเนื้อเป็นอันตราย หรือเป็นสัญญาณบอกโรคร้ายอะไรหรือไม่ เรา มีคำตอบค่ะ

“ติ่งเนื้อ” เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ติ่งเนื้อประกอบไปด้วย ทั้งส่วนของหนังกำพร้าด้านนอกสุด หนังแท้ และเนื้อเยื่อไขมันด้านใน ไม่ทราบกลไก หรือสาเหตุของการเกิดติ่งเนื้อแน่ชัด แต่มักเกิดขึ้นบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อยๆ เช่น คอ หรือข้อพับต่างๆ จากการเสียดสีของเสื้อผ้า เช่น คอเสื้อ แขนเสื้อ ขอบกางเกง และผิวหนังบริเวณที่สวมเครื่องประดับ เช่น คอ ข้อมือ เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดติ่งเนื้อ
คนอ้วน ผู้สูงอายุ เพศหญิงเพศชายมีโอกาสเกิดได้เท่ากัน

ติ่งเนื้อ เป็นเนื้องอกที่อันตราย หรือเป็นเนื้อร้าย/มะเร็งหรือไม่?
ติ่งเนื้อ ไม่ใช่เนื้อร้าย หรือเนื้องอกที่ก่อให้เกิดอันตราย จนกลายเป็นมะเร็งแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ ให้แก่เจ้าของร่างกายอีกด้วย แต่ข้อเสียที่มีคือ ติ่งเนื้ออาจสร้างความรำคาญ และทำให้ผิวหนังไม่สวยงาม เท่านั้นเอง
แต่ถึงกระนั้น การศึกษาทางสถิติพบว่า โรคติ่งเนื้อผิวหนัง มีความสัมพันธ์กับ ความอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 โรคไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ

วิธีกำจัดติ่งเนื้อ
แพทย์ผิวหนังอาจใช้วิธีจี้ไฟฟ้า หรือเลเซอร์ หริออาจจะแค่ตัดออก แล้วดูแลรักษาแผลตามปกติ นอกจากนี้แพทย์อาจวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยเอาติ่งเนื้อไปตรวจเพิ่มเติม ในปัจจุบันมีการกำจัดออกด้วยวิธีทางเลือกง่ายๆ โดย ครีมสมุนไพรกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระ ติ่งเนื้อ by lilyshop43 เพียงแต้มบางๆเฉพาะจุดครั้งเดียว ใช้ระยะเวลาไม่นาน เซลล์ผิวก็ผลัดตัวหลุดไป โดยไม่ทิ้งรอยไว้กวนใจ

หากมีติ่งเนื้อ ควรดูแลผิวหนังตนเองอย่างไร
1. อย่าสวมเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับที่ทำให้เกิดการเสียดสีกับติ่งเนื้อ เพื่อลดความรำคาญ หรืออาการบาดเจ็บ
2. หากติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หรือมีอาการอื่นเช่น บาดเจ็บเป็นแผล มีน้ำเหลือง หรือหนอง หรืออาการอื่นๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำความสะอาดแผลอย่างถูกต้อง หรือตัดติ่งเนื้อส่งตรวจเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
3. ติ่งเนื้อสามารถบิดหลุดออกได้ในบางกรณี แต่หากเป็นติ่งเนื้อขนาดใหญ่ อย่าลองตัดเองที่บ้าน เพราะอุปกรณ์ที่ใช้อาจไม่สะอาดพอ และอาจทำให้บาดแผลติดเชื้อได้
รู้อย่างนี้ก็เบาใจได้แล้วนะคะ หากคุณมีติ่งเนื้อและรู้สึกว่าไม่สวยงาม หรือส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการใช้ชีวิต สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อกำจัดออกได้ เหมือนจี้เอาไฝ เอาขี้แมลงวันออกได้ค่ะ หรือ ด้วยวิธีทางเลือกกำจัดออกด้วยตนเองง่ายๆ โดย ครีมสมุนไพรกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระ ติ่งเนื้อ by lilyshop43 นอกจากนี้การรักษาร่างกายไม่ให้อ้วนจนเกินไป ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นติ่งเนื้อได้ด้วยเหมือนกันนะคะ
Cr.http://health.sanook.com/2813/

12 สูตรอาหารเย็นลดน้ำหนัก กินแบบนี้หุ่นดีชัวร์..สาวๆแชร์ด่วน!



เผย 12 สูตรอาหารเย็นลดน้ำหนัก กินแบบนี้หุ่นดีแน่นอน สาวๆแชร์ด่วน


จะมีวิธีไหนบ้างที่เราจะลดน้ำหนักได้โดยที่ไม่ต้องอดอาหารสักมื้อ โดยเฉพาะมื้อเย็นนี่ถ้าหักอกหักใจไม่แตะเลยสักคำ ความหิวก็มักจะมาทักทายตอนดึก ๆ ทุกครั้งไป


แต่ไม่ต้องห่วง ! ความหุ่นดีจะสถิตอยู่กับเราไปแสนนาน ตราบเท่าที่เรากินมื้อเย็นด้วยอาหารเย็นลดน้ำหนักตาม 12 สูตรนี้

1. พลังงานต้องไม่เกิน 550 กิโลแคลอรี


ไม่จำเป็นต้องอดอาหารเพื่อหุ่นสวยเลยสักนิด เพราะหากคุณจำกัดปริมาณการรับประทานอาหารให้อยู่ในช่วง 450-550 กิโลแคลอรีก็มีหุ่นดีได้ ยิ่งหากออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยยิ่งเริดเลย  อ๊ะ ! แต่ทางที่ดีควรเลือกกินแต่ข้าวไม่ขัดสี แป้งไม่ขัดสี และอย่ากินข้าวเกิน 1 ทัพพี (แบบปาดเรียบ ๆ ไม่ใช่ทัพพีพูน) นะจ๊ะ

2.  พยายามลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล


อาหารทั้ง 2 ประเภทนี้รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นตัวการทำให้อ้วนได้ดีขนาดไหน ถ้าอย่างนั้นคนอยากมีหุ่นดีทั้งหลายควรหักอกหักใจหันหลังให้แป้งและน้ำตาลอย่างเด็ดขาด หรือหากจำเป็นต้องกินอาหารประเภทแป้งจริง ๆ อย่าลืมเลือกกินแป้งที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์อย่างพวกแป้งไม่ขัดสีด้วยล่ะ

3. เลือกกินอาหารที่ให้พลังงานต่ำ


มื้อเย็นที่กินแล้วไม่ทำให้อ้วนควรเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ เช่น สลัดผัก, ส้มตำ, น้ำพริกผักจิ้ม, ปลานึ่ง หรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำอย่างปลา เนื้อไก่ไม่ติดมัน รวมทั้งเต้าหู้ปลา เป็นต้น

4. กินโปรตีนให้เพียงพอ


โปรตีนจะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มอยู่ท้อง ดังนั้นในมื้อเย็นก็ควรจัดสรรอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการด้วย โดยอาจจะเลือกเสริมผลิตภัณฑ์ประเภทถั่วและปลาในมื้ออาหารเย็น นอกจากนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงไข่แดงและเครื่องในสัตว์ด้วยนะคะ เพราะไขมันสูงมาก ๆ

5. ดื่มน้ำเปล่าก่อนมื้ออาหาร


ก่อนจะรับประทานมื้อเย็น แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดประมาณ 2-4 แก้ว หรืออาจจะเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผักและผลไม้ก็ได้ วิธีนี้จะช่วยถ่วงเวลากระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มจนกินอาหารได้น้อยลง แต่ความอิ่มท้องยังคงเท่าเดิม

6.  หลีกเลี่ยงน้ำหวานและขนมทุกชนิด


ทั้งน้ำอัดลม น้ำหวานไม่อัดลม ชา กาแฟ เบเกอรี่ ขนมไทย ขนมขบเคี้ยวทุกชนิด นับเป็นของต้องห้ามที่ควรเลี่ยงอย่างแรงหากอยากมีหุ่นดี เพราะคิดดูสิว่าน้ำตาล ไขมัน และส่วนผสมที่ทำให้อ้วนจะมีมากขนาดไหนในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้

7.  หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง


อย่าลืมว่าร่างกายเราต้องการไขมันไปใช้ในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ด้วย ทว่าไขมันที่เราควรจะเสิร์ฟร่างกายก็ต้องเป็นไขมันดีอย่างไขมันเชิงเดี่ยวจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และอาหารประเภทถั่วและธัญพืช แทนไขมันไม่ดีจากอาหารประเภทผัด ๆ ทอด ๆ


8. อย่าลืมกินไฟเบอร์


อาหารลดน้ำหนักอันดับต้น ๆ ต้องมีไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอยู่แล้ว เพราะไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ช่วยให้อิ่มเร็วเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นอย่าลืมรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างพวกผักและผลไม้ด้วยล่ะ

9. ใช้เวลากินอย่างตั้งใจ


ในการรับประทานมื้อเย็น ทางที่ดีควรกินให้ห่างจากโทรทัศน์ หรือพยายามอย่ากินข้าวไปอ่านหนังสือหรือเล่นมือถือไป เพราะกิจกรรมระหว่างกินอาหารเหล่านี้จะช่วยให้เราเพลินกับการกินมากยิ่งขึ้น ชนิดที่ว่ารู้ตัวอีกทีก็จัดหนักไปซะเกินขีดจำกัดแล้ว

10. ขีดเส้นเวลามื้อเย็นไม่เกิน 19.00 น.


อาหารมื้อเย็นควรกินในช่วงเวลาที่ไม่เกิน 18.00-19.00 น. เนื่องจากหากกินอาหารดึกเกินเวลานี้ อาหารที่กินเข้าไปจะไม่ได้รับการเผาผลาญ โดยเฉพาะหากกินแล้วอาบน้ำเข้านอนเลย เพราะในที่สุดเหล่าอาหารรสชาติอร่อยก็จะกลายเป็นไขมันที่พอกพูนตามเนื้อตัวนั่นเอง

11. ลดการดื่มแอลกอฮอล์


เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวการร้ายที่เพิ่มน้ำหนักเราได้แบบพุ่งกระฉูด ยิ่งหากทุกเย็นคุณต้องนั่งจิบเบียร์เป็นประจำ แบบนี้ต่อให้ออกกำลังกายอย่างหนักน้ำหนักก็ไม่ลด แถมยังอาจได้สุขภาพแย่ ๆ จากการดื่มแอลกอฮอล์กลับไปด้วย



12. ใช้ภาชนะขนาดเล็ก และกินอย่างสโลว์ไลฟ์


เชื่อไหมคะว่าแค่เพียงเปลี่ยนภาชนะใส่อาหารมื้อเย็นให้มีขนาดเล็กลง รวมทั้งใช้ช้อนขนาดเล็กกว่าปกติตักอาหารรับประทาน เท่านี้ก็ช่วยให้เรามีหุ่นดีได้ เนื่องจากการใช้ภาชนะขนาดเล็กจะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยกว่าเดิมเพราะเกิดความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น แต่ทั้งนี้คุณเองก็ควรเคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ ไปด้วยนะคะ จะได้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นแบบทวีคูณไปเลย

หากกินมื้อเย็นได้ตาม 12 สูตรนี้ ควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองในด้านอื่น ๆ เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เชื่อสิว่าความหุ่นดีจะอยู่กับคุณไปอีกนาน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และ http://health.kapook.com/view126969.html

Cr.http://bedtaledidea.blogspot.com/2016/02/12_26.html

เสียเงินแพงๆทำไม! แว็กซ์ขนรักแร้ด้วยตัวเอง เคล็ดลับง่ายๆที่ได้ผลเกินคาด

เสียเงินแพงๆทำไม! แว็กซ์ขนรักแร้ด้วยตัวเอง เคล็ดลับง่ายๆที่ได้ผลเกินคาด

วันนี้เรามีวิธีแว็กซ์ขนรักแร้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ จากคุณ 2101270 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาฝากกัน ซึ่งสูตรนี้ใช้วัตถุดิบเพียงแค่ไม่กี่อย่าง แต่ผลที่ได้ออกมาไม่ต่างจากการเข้าร้านแว็กซ์ขนราคาแพงๆเลย เอ้า! ว่าแล้วก็ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่า

กราบสวัสดีเพื่อนๆพี่ๆทุกท่าน กระทู้แรกเลยนะคะ รีวิวผิดพลาดคำพูดไม่เหมาะสมประการใด ขออภัยล่วงหน้านะคะ


เริ่มเลยคือส่วนตัวมีปัญหากับใต้วงแขนมาก จะไปแว็กซ์ร้านก็เสียดายตังค์อะเนอะ มาดูสิ่งที่ต้องเตรียมกันเลยจ้า

1. สำคัญมากเลยนะคะ เตรียมไว้ขนรักแร้ไว้ให้พร้อมเลยค่ะ ยาวดกดำอะไรจัดมาเลย 5555 เอาให้คุ้มนะคะจะแว็กซ์ทั้งที
         
2. น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ (เราใช้น้ำตาลทรายแดงนะคะ ที่บ้านมีแต่น้ำตาลทรายแดง)

3. มะนาว 1 ลูก (ใช้ 2 ช้อนโต๊ะ)

4. น้ำผึ้ง 2 ครึ่งหรือ 3 ช้อนโต๊ะก็ได้

5. ผ้าที่ใช้สำหรับแปะ แนะนำให้ใช้ผ้าที่ขนน้อยนะคะ เช่น ผ้าดิบ ถูกดีค่ะ (เราใช้ผ้าเช็ดหน้าแทนผ้าดิบหาไม่เจอจ้า)




พร้อมแล้วลงมือเลยจ้าสาว ๆ


1. เริ่มใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อเลยจ้า


 2. คนส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกันไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายนะคะ ใช้ไฟกลางไฟอ่อนกันน้ำตาลไหม้ค่ะ


3. จากวิธีที่สอง น้ำตาลละลายหมดแล้วยกออกจากเตามาคนต่อข้างนอกนะคะ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ใกล้ความจริงแล้วค่ะ เริ่มหนึบ


4. หลังจากตัวแว็กซ์ได้ที่แล้วก็มาเตรียมผ้าค่ะ

5. ถึงขั้นตอนสำคัญแล้วค่ะ มาปาดแว็กซ์กัน ลืมถ่ายรูปนะคะทุกอย่างมันไวมากไม่มีรูปมาฝากเลยขออภัยค่ะ ตัวแว็กซ์ทิ้งไว้ให้พออุ่นที่เราทนได้นะคะไม่อย่างนั้นร้อนแสบมาก (จขกท. โดนมาแล้วค่ะ 555)

เพิ่มเติม

แนะนำให้เอาน้ำอุ่นประคบรักแร้ก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนจ้า

เอาล่ะมาดูผลงานเลยดีกว่าเนอะ จะเป็นยังไง เก๋ไม่เก๋ ให้เพื่อน ๆ พิจารณาเลยค่ะ สยองนิดหนึ่ง แต่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ลุยค่ะ ! ที่เหลือใช้แหนบเก็บเอานะคะ


สรุปยอดค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ เกินคุ้มค่ะ ทำได้หลายครั้งเฉลี่ยครั้งละไม่กี่บาท


• น้ำผึ้ง 1 หลอดซื้อได้ตามเซเว่น 55 บาท

• มะนาวซื้อในห้างค่ะ 4 ลูก 10 บาท

• น้ำตาลขโมยของที่บ้านเอาค่ะ 555

• ผ้าเช็ดหน้า ของเก่าฟรี ๆ ที่บ้านอีก

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ 2101270 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม


Cr.http://bedtaledidea.blogspot.com/2016/03/blog-post.html

สมุนไพรรักษาสิวหายง่าย มีอะไรบ้าง?

สุมนไพรรักษาสิว
หลายๆ ท่านคงจะมีปัญหาเรื่อง สิว ที่เข้ามาก่อกวนใบหน้า ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเรา กลายเป็นดูไม่ค่อยมั่นใจกับตัวเอง
หลายๆ ท่านพยายามหา วิธีการรักษาสิว ทั้งไปพบแพทย์ หรือหาผลิตภัณฑ์ที่คนอื่นว่าดี มาทดลองใช้ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไร
วันนี้มีอีกหนึ่งทางเลือก นั่นก็คือ สมุนไพรรักษาสิว นั่นเอง จริงๆแล้ว สมุนไพรรักษาสิว ก็เป็นที่นิยมของคนโบราณมานานแล้ว
แต่คนในปัจจุบัน มักจะสนใจแต่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกมาจำหน่ายตามท้องตาด จนลืมไปว่า ประเทศไทยเรานั้นมี สมุนไพรรักษาสิว ที่ดีและมีคุณภาพอยู่แล้ว หาได้ง่ายๆ และราคาไม่แพงอีกด้วย

สิวหายง่ายๆ ด้วย สมุนไพรรักษาสิว มีอะไรบ้าง

ว่างหางจรเข้รักษาสิว
Credit photo: geomaza.com
1. ว่านหางจระเข้ รักษาสิว
ว่านหางจระเข้นั้น เป็นสมุนไพร ที่มีประโยชน์มากมาย แต่หนึ่งในนั้นก็คือ การเป็น สมุนไพรรักษาสิว ซึ่งว่านหางจระเข้ นั้น เราสามารถนำวุ้นจากใบสดของมัน มาทาบริเวณที่เป็นสิว
การทา ควรทาในเวลาตอนเช้า และตอนเย็น และทิ้งไว้ให้แห้ง โดยไม่ต้องล้างออก เพียงเท่านี้ สิวของท่านก็จะค่อยๆ ยุบ และจางหายไป
2. ใบบัวบก รักษาสิว
เชื่อไหมว่า สารสกัดในใบบัวบก เป็น สมุนไพรรักษาสิว ที่ดีที่สุดตัวหนึ่งเลย ท่านแค่นำใบบัวบกมาตำและผสมน้ำ พอกหน้าหรือพอกตรงหัวสิว จะทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น
เพราะว่า สารสกัดในใบบัวบก มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ลดการแพ้และช่วยสมานผิว ดังนั้น เครื่องสำอางหรือครีม หลายตัวจึงนำเอา ใบบัวบกไปผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอีกด้วย

กระเทียม หอมแดง รักษาสิว
3. หอมแดง รักษาสิว
สมุนไพรรักษาสิว อีกตัวหนึ่งที่ดีไม่แพ้ตัวอื่นๆ ก็คือ หอมแดง เพราะหอมแดงสด น้ำของมัน สามารถเข้าไปยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวได้
โดยท่านเพียงแต่นำหอมแดงสด มาฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วเอาไปวางบริเวณที่เป็นสิว หรือว่า อาจจะเอาน้ำของมันมาทาบริเวณที่เป็นสิว ก็ได้
นอกจาก สิวจะหายอักเสบแล้ว ยังช่วยในการ ลดรอยดำรอยแดงจากสิว ได้อีกด้วยครับ
เปลือกมังคุดรักษาสิว
4. เปลือกมังคุด รักษาสิว
เปลือกมังคุด เป็นอีกสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทางยาเยอะมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การเป็น สมุนไพรรักษาสิว เพราะช่วยในการลดการอักเสบของสิว และยับยั้งเชื่อแบคทีเรีย
โดยท่านต้องนำ เปลือกมังคุด มาบดผสมกับน้ำเปล่าแล้วนำมาพอกหน้า หลังจากนั้นให้ล้างออก เพียงเท่านี้ปัญหาเรื่องสิว ก็จะค่อยๆหมดไป
อีกทั้งจะเห็นได้ว่า เปลือกมังคุด ยังนิยมนำมาทำเป็นสบู่ หรือเจลล้างหน้า ที่มีขายทั่วไปในบ้านเราอีกด้วย
เห็นไหมว่า สมุนไพรรักษาสิว แต่ละตัวที่ยกตัวอย่างมาเพียงไม่กี่ชนิดนั้น หาได้ไม่ยากเลย ดังนั้น แทนที่จะไปเสียเงินทองมากมาย ในเรื่องการรักษาสิว
ลองหันมาดู สมุนไพรรักษาสิว พื้นบ้านของไทยกันก่อน ซึ่งหาได้ง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวเลย ไม่แน่ว่า ท่านอาจจะไม่ต้องเสียเงินหาหมอรักษาสิวแพงๆ อีกเลย
Cr.http://mahosot.com/สมุนไพรรักษาสิวหายง่าย.html