วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สุดยอด 21 วิดีโอการออกกำลังกายที่ดีที่สุดบน YouTube


The Best Free Workout Videos on YouTube
สุดยอด 21 วิดีโอการออกกำลังกายที่ดีที่สุดบน YouTube


วิดีโอการออกกำลังกายบน YouTube
 เราขอแนะนำให้คุณใส่เรื่องการออกกำลังกายเข้าไปในลิสต์ หลายคนอาจจะละเลยการออกกำลังกายมายาวนานหรือทำบ้างไม่ทำบ้าง เราขอให้คุณหันกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้งเพราะมันสำคัญมากจริงๆค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีและสวยใสไปตลอดกาล แต่หากว่าใครยังติดปัญหาเรื่องของเวลาที่ไม่ค่อยลงตัวหรือหาสถานที่สำหรับออกกำลังกายไม่ได้ วันนี้เราได้รวบรวมวิดีโอการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบจากใน YouTube ที่มีตั้งแต่การเต้นแอโรบิก บัลเล่ต์ ไปจนถึงการออกกำลังกายแบบเข้มข้นหนักหน่วง และที่สำคัญคือฟรี! เพียงคุณมีอินเตอร์เน็ตกับพื้นที่เล็กๆ คราวนี้ล่ะหุ่นของคุณก็จะฟิตเปรี๊ยะตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นไป และคุณจะไม่มีข้ออ้างสำหรับการออกกำลังกายอีกต่อไป
เสริมสร้างความแข็งแรงและปรับสภาพร่างกาย

1. Jillian Michaels: Banish Fat, Boost Metabolism Complete Workout

ราชินีผู้ไร้ไขมัน Jillian Michaels ได้นำวิธีการออกกำลังกายแบบเข้มข้นมาลงใน YouTube การออกกำลังกายแบบทั้งตัวนี้ประกอบไปด้วย 7 ขั้นตอน เพื่อบริหารหัวใจและสร้างความแข็งแกร่งบวกกับคลายความตึงตัวให้กับกล้ามเนื้อทุกมัด
Jillian กล่าวไว้ในวิดีโอว่า “ถ้าคุณยังไม่เหนื่อย แสดงว่าคุณยังออกกำลังกายไม่หนักพอ” แปลได้ว่าคุณต้องเจองานหนักแน่นอน

2. 7-Minute Workout: Full-Body, Fat-Burning Cardio

วิดีโอนี้คือตัวพิสูจน์แล้วว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปยิม หรือไม่จำเป็นต้องมีเวลาหรือมีพื้นที่มหาศาล การออกกำลังกายด้วยท่า Squat ขาเดียวและท่า Moving Planks (ระหว่าง 2 ท่านี้ได้พักประมาณ 10 วินาทีเท่านั้น) รับรองว่ากล้ามเนื้อสวยๆจะเป็นของคุณอย่างแน่นอน

3. Luscious Legs Lottery Full Workout

การสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายยาว 11นาที จาก Autumn Calabrese พลังงานที่ได้จากการเคลื่อนไหวแบบหนักหน่วงจำนวน 3 เซ็ต เช่น ท่า Squat กระโดดขาเดียว และท่า wall squat เป็นต้น การออกกำลังกายลักษณะนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆทั้งสิ้น

4. Lift and Tone Booty Routine With Katrina

ตั้งแต่การถ่ายภาพก้นของตัวเองลงในโซเชียลมีเดียหรือที่เรียกว่าเบลฟี่เริ่มโด่งดัง ก็เห็นได้ชัดว่าการบริหารก้นได้กลายเป็นภารกิจสำคัญของฟิตเนสหลายแห่ง แก้ได้ด้วยวิดีโอการออกกำลังกายนี้ ทั้งการเตะเท้าไปข้างหลังและการเคลื่อนที่กลับหลังอย่างรวดเร็วจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

5. Total-Body Sculpting Resistance Band Workout

อุปกรณ์การออกกำลังกายที่พกพาง่ายประหนึ่งเพื่อนที่แสนดีในการเดินทาง หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นยางยืดออกกำลังกาย ทั้งเล็ก ทั้งเบา และสารพัดประโยชน์ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้การออกกำลังกายแบบใช้ยางยืด คุณต้องห้ามพลาดวิดีโอนี้เด็ดขาด คุณจะได้ชมทั้งการเคลื่อนไหวเพื่อความแข็งแกร่ง การม้วนตัวกลับหลัง และการบริหารหัวใจซึ่งจะทำให้เลือดของคุณสูบฉีดไปทั่วร่างกาย

6. Chair Workout for Legs

หากคุณไม่มีอุปกรณ์ที่จะใช้ในการออกกำลังกายเลย ไม่ต้องห่วง! ต้องขอขอบคุณวิดีโอนี้เนื่องจากคุณจะบริหารร่างกายส่วนล่างได้โดยใช้แค่น้ำหนักตัวของคุณเองกับเก้าอี้อีก 1 ตัวเท่านั้น ที่สำคัญวิดีโอนี้มีความยาวแค่ 10 นาที คุณจะแทรกกิจกรรมนี้ไว้ตอนไหนก็ได้ระหว่างวัน เพราะมันใช้เวลาแค่นิดเดียว
การเต้น

7. Beyoncé “Move Your Body” Full Workout Routine

การที่บียอนเซ่ร้องเพลงเก่งไม่ใช่ความลับสักหน่อย และแม้เราจะเลียนแบบเสียงร้องของเธอไม่ได้แต่เราคิดว่าเราเลียนแบบท่าเต้นของเธอได้นะ ด้วยเหตุนี้เราถึงรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เจอวิดีโอของ แฟรงค์ แกตสัน จูเนียร์ นักออกแบบท่าเต้นผู้ซึ่งสามารถเลียนแบบท่าเต้นของบียอนเซ่ได้ทุกท่วงท่าทุกลีลา! ขอแนะนำให้ชมส่วนแรกก่อน จากนั้นตามด้วยส่วนที่ 2 เพื่อเรียนรู้ท่าเต้นทั้งหมด

8. “Who Run the World” Beyoncé Dance Workout With Benjamin Allen

เบื่อท่าเต้นของบียอนเซ่หรือยัง? ไม่มีทาง! เราถึงได้รวมวิดีโออีกชุดซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากท่าเต้นสุดเริ่ดของบียอนเซ่ คุณต้องไม่พลาด “Who Run The World (Girls),” หนึ่งในเพลงที่บ่งบอกถึงพลังสตรีได้ดีที่สุด

9. Pump It Up The Ultimate Dance Workout 2004

เมื่อคุณนึกถึงคลาสเต้นแอโรบิกทั่วไป คุณอาจจินตนาการถึงปลอกขา Legwarmers! กับชุด Leotards! และการเต้นส่ายสะโพกทั้งวัน หรือการวาดลวดลายมากกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งวิดีโอชุดนี้สามารถทำให้คุณเรียกเหงื่อได้โดยไม่ต้องออกจากห้องเลย

10. Reggae Dance Workout by Keaira LaShae

เรากล้ารับประกันว่าคุณจะต้องสนุกไปกับการเต้นเรกเก้กับ Keaira LaShae พลังงานมหาศาลนี้จะทำให้คุณหัวเราะได้มากพอๆกับเหงื่อที่คุณเสียไป โดยเฉพาะเวลาที่เต้นท่า “grandfather clocks” กับ “the canoe.”

11. Easy Zumba Class

วิดีโอการเต้น Zumba ชุดนี้คือข้อแก้ตัวที่ดีที่สุดสำหรับคุณที่จะออกไปเต้นรอบๆห้องนั่งเล่น แม้จังหวะการเต้นจะค่อนข้างเร็วแต่ก็สามารถเต้นตามได้ไม่ยาก แค่เปิดเสียงเพลงให้ดังและส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงที่สนุกสนาน

12. Cardio Belly Dance Workout

แม้วิดีโอชุดนี้จะค่อนข้างโหดเกินไปสักหน่อย (คุณต้องเตรียมใจกับจังหวะเร็วๆด้วยนะ) แต่ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่สนุกมาก และยังได้กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นของแถมกลับมาอีกด้วย หากคุณต้องการเรียนรู้ท่าเต้นพื้นฐาน ขอแนะนำให้คุณฝึกจากวิดีโอสอนเต้นก่อน

13. Cardio Barre: Dancer Body’s Workout

การเต้นบัลเล่ต์กับการเต้นแอโรบิกเป็นการจับคู่ที่ค่อนข้างแปลก แต่วิดีโอชุดนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นไปได้ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ดีซะด้วย ข้อดี? ไม่ต้องใช้รองเท้า ไม่จำเป็นต้องพกรองเท้าผ้าใบ แค่เท้าเปล่าคุณก็สามารถออกกำลังกายตามวิดีโอความยาว 38 นาทีนี้ได้!
โยคะ พิลาทิส และการออกกำลังกายที่ต้องใช้เสื่อ

14. Ballet Beautiful Lean Legs & Buns Workout

แมรี่ เฮเลน บาวเออส์ อดีตนักเต้นบัลเล่ต์และผู้ก่อตั้ง Ballet Beautiful คือผู้สอนท่าเต้นบัลเล่ต์ให้กับ นาตาลี พอร์ทแมน ในภาพยนตร์เรื่อง Black Swan วิดีโอความยาว 15 นาทีชุดนี้จะช่วยให้ร่างกายท่อนล่างของคุณกระชับและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างาม

15. Tara Stiles: Yoga Weight-Loss & Balance Workout

ข้อดีของโยคะคือคุณสามารถฝึกได้ทุกที่ ทุกเวลา (แม้แต่ใจกลางทะเลทรายอย่างที่คุณเห็นในวิดีโอชุดนี้) แต่บางครั้งคุณก็ต้องการคำแนะนำในการฝึกโยคะ Tara Stiles จึงต้องรับหน้าที่ในวิดีโอความยาว 50 นาทีชุดนี้ยังไงล่ะ จนรู้สึกเหมือนกับว่าคุณกำลังฝึกโยคะอยู่กับเธอแบบตัวต่อตัว และสุดท้ายคุณจะได้รับประสบการณ์ในการฝึกโยคะแบบสุดยอดจริงๆ

16. Strengthen Your Core: Yoga Journal To Go

คำถาม : เราจะมีกล้ามเนื้อหน้าท้องจากการฝึกโยคะได้ไหม? คำตอบคือแน่นอนอยู่แล้ว! Kathryn Budig ผู้เขียนหนังสือเรื่อง THe Women’s Health Big Book of Yoga จะสอนแก่นแท้ของโยคะภายในวิดีโอความยาว 20 นาทีชุดนี้ คุณจะได้เรียนรู้ท่าที่ทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรง รวมถึงเคล็ดลับและข้อแนะนำที่มีประโยชน์ต่างๆราวกับว่าคุณอยู่ในชั้นเรียนกับเธอจริงๆ (ฉากหลังเรียบๆจะช่วยทำให้คุณมีสมาธิจดจ่อกับโยคะ)

17. Sore Muscle Workout Routine

ถ้าคุณเคยชิ่งหนีจากการออกกำลังกายเนื่องจากรู้สึกปวดเมื่อยเกินไป บอกเลยว่าไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น เพราะแบบนี้เองเราถึงรักวิดีโอสอนออกกำลังกายแบบง่ายๆชุดนี้ การออกกำลังกายนี้จะช่วยยืดเส้นและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงไปพร้อมๆกัน คุณจะได้ฟื้นฟูร่างกายโดยที่ไม่ต้องชิ่งหนีกลางคันอีกต่อไป

18. Pilates Full 30-Minute Class

แค่ครึ่งชั่วโมงก็ฟิตแล้วสนไหม? แน่นอน! คุณต้องไม่พลาดการออกกำลังกายแบบพิลาทิส คุณจะรู้สึกแข็งแรง กระชับและบึกบึนโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปที่ฟิตเนสเลย ที่สำคัญไม่มีเสียงดนตรีโหยหวนดังนั้นคุณจะได้เพลิดเพลินกับสำเนียงออสซี่ของครูฝึกได้อย่างเต็มที่
ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว

19. Billy Blanks Tae Bo® Advanced YouTube Exclusive

วิดีโอชุดนี้คือการออกกำลังกายแบบคิกบ็อกซิ่ง คุณจะได้ออกทั้งหมัดทั้งลูกเตะอย่างดุเดือดเลือดพล่านไปพร้อมกับ Billy Blanks อย่าแปลกใจถ้าคุณเริ่มคุยโต้ตอบกับจอ โดยเฉพาะตอนที่ Blanks มองตรงมาที่กล้องแล้วประกาศว่า “ผมมองเห็นคุณที่บ้านนะ ทำต่อไป!”

20. Cardio Kickboxing Workout to Burn Fat at Home

เรียนแฟนๆคิกบ็อกซิ่งทุกคน ไม่ต้องไปที่ยิมอีกต่อไปแล้ว แค่ลองออกกำลังกายตามวิดีโอความยาว 25 นาทีชุดนี้ คุณจะได้ทั้งร่างกายและหัวใจที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ที่สำคัญวิดีโอชุดนี้ไม่มีเพลงประกอบ ดังนั้นสามารถเลือกเพลงได้ตามใจชอบเลยจ้ะ

21. Home MMA Workout

แม้แต่การวอร์มอัพยังอัดแน่นไปด้วยการเคลื่อนไหวแบบดุดัน ซึ่งจะทำให้หัวใจสูบฉีดไปทั่วร่าง (เช่นการยกเข่าสูงและเดินเตะไปข้างหน้า) และเมื่อเข้าสู่ช่วงออกกำลังกายจริงๆคุณจะได้ออกกำลังกายแบบหนักหน่วงและใช้พลังงานสูงมาก เช่นการกระโดดเตะไปข้างหน้า เราขอรับประกันเลยว่าร่างกายของคุณจะต้องแข็งแรงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างแน่นอน
Cr.http://issue247.com/health/the-best-free-workout-videos-on-youtube/

วิธีรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้า ด้วยสูตรจากธรรมชาติ

วิธีรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้า ด้วยสูตรจากธรรมชาติ
ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เป็นปัญหาผิวที่มักเกิดขึ้นกับสาวๆ เป็นอันดับต้นๆ และเป็นปัญหาที่ต้องใส่ใจดูแล
ทั้งการป้องกันตลอดจนการรักษา เพื่อผิวหน้าเนียนใสอย่างไร้ที่ติ วันนี้เราก็นำ วิธีรักษาฝ้า กระและจุดด่างดำให้หายอย่างเป็นธรรมชาติ มาฝาก ทำอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อมๆ กันเลย

ฝ้า กระ มีลักษณะเป็นอย่างไร? 

ลักษณะของกระ
กระมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนๆ เล็กหรืออาจมีสีเข้มกว่าสีผิวปกติของเรา มักกระจายอยู่บนผิวหน้าทั่วไป
สำหรับกระธรรมดา เช่น กระเด็กหรือกระแดดมักขึ้นอยู่แค่ชั้นผิว หรือชั้นหนังกำพร้า ส่วนกระที่ไม่ใช่แบบปกติธรรมดา
โดยเฉพาะ กระเนื้อ ซึ่งมักสีที่เข้มมาก และมีลักษณะเป็นเนื้อนูนๆ ขึ้นมาอย่างชัดเจนนั้น มักจะพบได้ก็เมื่ออายุมากขึ้น
กระชนิดนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่กระ หากแต่เป็นเซลล์ผิวที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังก่อให้เกิดอันตรายได้ด้วย
ซึ่งหากมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หรือหากพบว่า กระเนื้อนี้มีเลือดออกบ่อยๆ ซ้ำๆ ยิ่งไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะส่อสัญญาณอันตราย ดังนั้น ควรไปพบแพทย์โดยเร็วจะดีที่สุด
ลักษณะของฝ้า
ฝ้ามีลักษณะเป็นรอยปื้นใหญ่ๆ มีสีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติ อีกทั้งยังแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ฝ้าชนิดตื้น และชนิดลึก
ในส่วนความแตกต่างของฝ้า 2 ชนิดนี้ ก็คือ ระดับความลึกของเม็ดสี สำหรับฝ้าชนิดลึกเม็ดสีที่มีความผิดปกติ จะมีอยู่ในโซนของชั้นหนังแท้
ส่วนฝ้าชนิดตื้น จะขึ้นอยู่แค่บนผิวหนังกำพร้า และความเข้มของเม็ดสี ก็ยังมีน้อยกว่าฝ้าชนิดลึกอีกด้วย
best-moisturizer-00-1
Credit : s3.amazonaws.com 

สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ 

ปัญหาผิวเหล่านี้ ล้วนเกิดมาจากความผิดปกติ ในด้านกระบวนการทำงานของ เม็ดสีผิว ที่อาจมีการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม
ซึ่งเป็นเพราะผิวหน้าได้รับแสงแดดมากจนเกินไป จนมันเข้าไปทำลายผิวชั้นลึก สังเกตได้ง่ายๆ ว่า ทุกครั้งที่เราตากแดดเป็นเวลานาน
สีผิวจะเริ่มมีการเปลี่ยนไปจากเดิม นั่นเป็นเพราะแสงแดดที่เข้ามาทำปฏิกิริยาในผิว จนเกิดการสะสมทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมา และกลายมาเป็นฝ้า กระและจุดด่างดำในที่สุด

วิธีรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำในแบบธรรมชาติ 

เมื่อผิวหน้าสาวๆ ที่เคยสวยเนียนกระจ่างใส มาพร้อมปัญหาฝ้า กระและจุดด่างดำกวนใจแล้ว ถ้าเช่นนั้น อย่าปล่อยเอาไว้กันดีกว่า เรามารับมือ รักษาฝ้า กระและจุดด่างดำด้วยวิธีธรรมชาติ ดังนี้ไปพร้อมๆ กันเลย
รักษาด้วยว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและผิวพรรณ โดยมีกรดอ่อนๆ ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิว
และปรับสภาพผิวที่ดำคล้ำให้กระจ่างใสขึ้นได้ คุณสามารถทำได้ด้วยการนำว่านหางจระเข้ ที่มีขนาดใบใหญ่พอควรประมาณ 1 ใบ
ซึ่งวิธีการเลือกนั้น ให้เลือกใบที่อยู่ล่างๆ เพราะเป็นส่วนที่แก่มากแล้ว อีกทั้งยังให้คุณสมบัติในด้านตัวยาสูง
จากนั้นไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที แล้วจึงปอกเปลือกออกพร้อมทั้งล้างให้สะอาด นำมาปั่นให้ละเอียด
จากนั้นนำส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ที่ปั่นละเอียดแล้วมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
หมั่นทำเช่นนี้ ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำจะค่อยๆ จางหายไปได้อย่างแน่นอน

Aloe-Vera-For-all-Skin
Credit : beautyhealth.tips 
รักษาด้วยมะขามเปียก
วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่สาวๆ คุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวิธีที่นำมาใช้กันมายาวนานเลยก็ว่าได้ สำหรับสาวๆ คนไหนที่ยังไม่เคยลอง
ขอบอกเลยว่างานนี้พลาดไม่ได้เลยทีเดียว ยิ่งถ้าคุณกำลังเจอกับปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำ ยิ่งต้องใช้วิธีนี้รักษาค่ะ
ซึ่งนั่นก็คือ การใช้มะขามเปียกรักษาฝ้า กระและจุดด่างดำ เนื่องจากมะขามเปียกมีกรด AHA จากธรรมชาติ
โดยจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก จึงทำให้เซลล์ผิวที่ขึ้นมาใหม่ขาวกระจ่างใสมากขึ้น
วิธีใช้คือ นำมะขามเปียกขยำน้ำหรือนมสด แล้วนำมาพอกหน้าไว้ หรืออาจจะใช้วิธีการทาบางๆ ในบริเวณผิวที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ
ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงล้างออก เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออก รอยฝ้า กระ และจุดด่างดำก็จะดูจางลง
ทั้งนี้ไม่ควรพอกทิ้งไว้นานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแสบคัน หรือระคายผิวหน้าได้
รักษาด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์
แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล มีส่วนช่วยรักษาปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
เพราะแอปเปิ้ลไซเดอร์ มีสรรพคุณที่จะช่วยปรนนิบัติความงามได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นกรด
จึงมีส่วนทำให้ผิวแลดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น สำหรับวิธีการทำก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่นำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย
จากนั้นเอาสำลีก้อนสะอาดชุบลงไป แล้วจึงนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ก็จะช่วยลดปัญหาต่างๆ บนผิวหน้าได้แล้ว แนะนำให้หมั่นทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้คุณได้ผิวหน้าสวยเนียนใสไร้ที่ติมากขึ้นแล้วค่ะ
Apple-Cider-Vinegar
Credit : livingtraditionally.com 
รักษาด้วยใบบัวบก
ใบบัวบก สมุนไพรที่มีคุณสมบัติทางยาหลายประการ อีกทั้งยังมีดีในด้านการรักษาปัญหาผิวพรรณได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับ วิธีรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำด้วยใบบัวบก นั้น เป็นวิธีที่ได้มีการวิจัยค้นพบว่า ใบบัวบกเป็นสมุนไพร
ที่มีสรรพคุณที่จะช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ ซึ่งปัญหาผิวหนังอย่างฝ้า กระ และจุดด่างดำ รวมทั้งปัญหาสิว
ก็รักษาให้อาการดีขึ้นได้ไม่ยากเช่นกัน โดยเริ่มจากการนำใบบัวบกมาล้างให้สะอาด นำไปปั่นเพื่อกรองเอาน้ำใช้ในการเช็ดหน้า
โดยเช็ดแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน วิธีนี้ นอกจากจะทำให้ปัญหาผิวหนังเริ่มจางลงไปแล้ว ยังช่วยเพิ่มความขาวใสให้กับผิวหน้าอีกด้วย
สำหรับปัญหา ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ นั้น แน่นอนว่ามีวิธีรักษาที่ทำได้ไม่ยากเลย หากแต่การจะเลือกวิธี
ที่มีความปลอดภัยกับผิวหน้าของเราต่างหากที่ทำได้ยาก และเพื่อความปลอดภัยของผิวหน้า
แนะนำให้หันมาใช้ วิธีรักษาฝ้า กระและจุดด่างดำด้วยวิธีธรรมชาติ กันดีกว่า เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง
Cr.http://mahosot.com/ฝ้า-กระ-จุดด่างดำ.html

16 วิธี การรักษาผิวหนังไหม้จากแดด ให้ผิวไม่เสีย

ผิวไหม้จากแสงแดด เป็นหนึ่งในปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากที่คุณสาวๆออกไปทำการตากแสงแดดแรงๆในเวลากลางวันเป็นระยะเวลานานๆ โดยที่ไม่ได้ทำการป้องกันโดยการทาครีมกันแดด หรือปกป้องผิวจากเสื้อผ้าแขนยาว ร่ม หรือการสวมหมวก จนทำให้เกิดอาการไหม้แดดขึ้นบนผิวหนัง
โดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่มีผิวขาว ผิวจะบางกว่าคนที่มีผิวสีคล้ำ และก็จะมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ซึ่งเจ้าปัญหา ผิวไหม้จากแสงแดด เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจากคุณสาวๆ อย่างยิ่ง
สำหรับคนที่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาแล้วนั้น ก็ควรที่จะมาทำความเข้าใจ และรู้จักกับวิธีการรักษาผิวไหม้ที่ถูกต้อง เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา ที่จะช่วยรักษาผิวให้กลับไปเนียนใสได้เหมือนเดิมอย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ผิวหนังกำลังมีอาการไหม้จากแสงแดด…??
อาการเบื้องต้นของการแพ้แดด จะเริ่มต้นจากอาการคัน และแสบผิว จนสามารถที่จะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณผิวของตัวเอง เมื่อเกิดอาการดังกล่าวขึ้นแนะนำว่า ให้รีบหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที เพราะผิวหนังไม่สามารถรับมือจากแสงแดดได้แล้ว
ถ้าหากยังคงพยายามฝืนทำกิจกรรมดังกล่าวต่อไป ก็จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการไหม้จากแสงแดดขึ้นได้ ซึ่งอาการของผิวไหม้จากแสงแดด คือ เมื่อเลิกทำกิจกรรมกลางแจ้งใหม่ๆ ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และมีอาการแสบผิวเป็นอย่างมาก เมื่อผ่านไปสักหนึ่งวันผิวจะกลายเป็นสีคล้ำ และเริ่มมีอาการคัน พร้อมกับมีผิวหนังลอกออกมาเป็นขุยๆ
 

วิธีการรักษาผิวไหม้อย่างถูกวิธี


 
สำหรับวิธีการรักษาผิวที่ไหม้คล้ำเสียจากแสงแดดมีอยู่มากมายหลายวิธี ซึ่งคุณสาวๆสามารถเลือกนำเฉพาะวิธีที่ตัวเองสนใจไปประยุกต์ใช้ได้ ดังต่อไปนี้
1. การอาบน้ำเย็น เป็นการช่วย Cool Down ผิวหนังและร่างกายของคุณสาวๆให้เย็นลง เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ให้นำผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นมาทำการประคบตามตัว โดยเน้นในบริเวณที่ผิวหนังมีอาการไหม้จากแสงแดด
2. อาบน้ำนม สำหรับคุณสาวๆที่มีอ่างอาบน้ำที่บ้าน สามารถทำการเทนมจืดใส่เอาไว้ในอ่างแล้วทำการนอนแช่ได้เลย หรืออาจจะใช้วิธีนำผ้าขนหนูไปซับกับน้ำนม แล้วนำไปประคบผิวหนังบริเวณที่เกิดอาการไหม้ได้เช่นเดียวกัน
[BINDING:13] 
3. ทาผิวด้วยโยเกิร์ตแช่เย็น นำโยเกิร์ตแช่เย็น มาทาในบริเวณผิวที่ไหม้ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด
        
4. ประคบผิวด้วยข้าวโอ๊ต
 นำข้าวโอ๊ตบดละเอียดมาห่อในผ้าขาวบาง หรือผ้าอะไรก็ได้ที่มีลักษณะบางๆ จากนั้นนำไปแช่เอาไว่ในน้ำเย็นสักครู่ แล้วนำผ้าที่ห่อข้าวโอ๊ตเปียกน้ำมาประคบในบริเวณผิวที่มีอาการไหม้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง
5 .ว่านหางจระเข้ นำวุ้นด้านในของว่านหางจระเข้ที่ทำการล้างยางออกจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาทำการทาถูในบริเวณที่ถูกแสงแดดเผา
6. ประคบผิวด้วยถุงชา นำถุงชาที่ไม่ใช้แล้วไปแช่ในน้ำเย็น จากนั้นให้นำถุงชาไปวางประคบบนใบหน้า จะเป็นการช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนที่เกิดขึ้นตามผิวได้เป็นอย่างดี
7. น้ำมันมะพร้าว นำสำลีไปชุบน้ำมันมะพร้าว แล้วทาไปในบริเวณที่ผิวมีการไหม้ จะช่วยทำให้รอยไหม้ค่อยๆจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
8. ทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง ครีมกันแดดนอกจากจะช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด แต่ก็ยังมีสรรพคุณในการรักษาอาการไหม้ของผิวจากแสงแดดอีกด้วย เมื่อเกิดอาการไหม้ของผิวจากแสงแดด ให้ทำการทาครีมกันแดดในบริเวณนั้นต่อไปอีก 2 สัปดาห์ พร้อมกับพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ผิวจะเกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าทิ้งไป ผิวหนังชั้นใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนก็จะกลับมาเนียนใสได้เหมือนเดิม
9. น้ำส้มสายชู นำผ้าขนหนูมาชุบน้ำส้มสายชู แล้วไปวางทับไว้ในบริเวณผิวที่เกิดอาการไหม้ขึ้น
10. น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ นำผ้าขนหนูมาชุบน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์แล้วไปวางทับไว้ในบริเวณผิวที่เกิดอาการไหม้ขึ้น
11. แตงกวา นำแตงกว่ามาหันให้เป็นชิ้นบางๆ แบ้สรำไปวางไว้ตามจุดต่างๆของผิวที่มีอาการไหม้เกิดขึ้น วิตามินและความเย็นจากแตงกวาจะช่วยเยียวยาผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดให้แข็งแรงขึ้น
12. น้ำผึ้ง นำน้ำผึ้งไปทำการทาในบริเวณที่ผิวหนังมีอาการไหม้ หรืออาจจะทำการผสมกับน้ำมะนาว หรือนมสด
13. การทานวิตามินซี วิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวที่กำลังอ่อนแอไหม้เสียจากแสงแดด เกิดการฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงได้ดังเดิมอย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยควรทำการรับประทานวิตามินซีควบคู่ไปกับครีมบำรุงผิวไปสักประมาณวันละ 3,000 มิลิกรัม
14. มะเขือเทศ นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทำการวางไปตามบริเวณผิวหนังที่เกิดอาการไหม้ วิตามินและความเย็นในมะเขือเทศจะช่วยเยียวยาให้ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
15. ประคบด้วยก้อนน้ำแข็ง นำก้อนน้ำแข็งเล็กๆมาทำการประคบผิวหนังที่มีอาการไหม้ ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวหนังเกิดความอ่อนนุ่ม ปิดรูขุมขน และบรรเทาอาหารปวดแสบปวดร้อนที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
16. เบกกิ้งโซดา นำเบกกิ้งโซดาปริมาณ 1-2 ถ้วยตวง ผสมใส่ลงในอ่านน้ำสำหรับแช่ตัว หรือละลายเบกกิ้งโซดาลงในน้ำเย็น เพื่อใช้ในการฉีดผิว
การรักษาอาการผิวไหม้เสียจากแสงแดด เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และควรรีบทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าหากปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นเลยไปนาน ปัญหาผิวเหล่านี้อาจจะเกิดการสะสมกันมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่มากขึ้น อย่างเช่น การเกิดมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
Cr.http://www.beauty24store.com/16-วิธี-การรักษาผิวหนังไหม้จากแดด-ให้ผิวไม่เสีย/304.html

เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!

เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!

เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!

ขาเรียวสวยใครก็อยากมี แต่หากขาของคุณไม่สวยสดใสเหมือนเรียวขาสาวคนอื่นๆ จะทำยังไงดีล่ะ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากแล้ว เอาล่ะ อยากขาเรียวสวยดั่งใจ มาทำตามนี้กันเลย!
เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!
เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://stylecaster.com/
1.แว็กซ์ให้ขาเรียวเรียบเนียนสวย
ขนขาเป็นส่วนบดบังความสวยของเรียวขาได้เสมอ เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ขนขาขึ้นมาเป็นตำหนิผิวสวยอีกเลย แนะนำให้สาวๆ แว็กซ์ขนขาให้เกลี้ยงเกลา เมื่อเรียวใสไร้เส้นขนบดบัง การนุ่งกางเกงหรือกระโปรงขาสั้นอวดขาสวยๆ ก็จะเป็นของคุณจนสาวๆ รอบตัวเป็นต้องอิจฉาไปตามๆ กันเลยล่ะ
2.สครับผิวบ้าง
ผิวหนังทุกส่วนของร่างกายคนเราล้วนมีเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วรอผลัดออกอยู่เสมอ ผิวขาของเราก็เช่นเดียวกัน หากเราไม่เคยสครับผิวเลย ผิวก็ย่อมหมองคล้ำดำกร้านแลดูไม่สดใสได้ ดังนั้น แนะนำให้หมั่นสครับผิวขาเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การสครับผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เป็นสาเหตุของผิวคล้ำให้หมดไป ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ มันยังช่วยให้ครีมบำรุงผิวสามารถซึมซาบลงสู่ผิวชั้นในได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวขาของคุณสวยกระจ่างใสและเนียนนุ่มอย่างใจมากขึ้น
เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!
เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://styletips101.com/
3.กำจัดเซลลูไลท์
ขาของสาวๆ ส่วนใหญ่มักมีปัญหาเซลลูไลท์กวนใจอยู่เสมอ หากอยากมีขาเรียวสวยแต่หมดความมั่นใจเพราะเซลลูไลท์เกาะกุมอยู่ล่ะก็ คุณสามารถขจัดออกได้ง่ายๆ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้ที่ให้ไฟเบอร์สูง ดื่มน้ำสะอาดมากๆ และออกกำลังกายเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อช่วยสลายไขมันเซลลูไลท์พร้อมๆ กัน นอกจากนี้แล้ว การหมั่นสครับผิวในส่วนที่มีเซลลูไลท์เป็นประจำก็จะช่วยกระตุ้นการสลายไขมัน ทำให้เรียวขาของคุณสวยเพรียวดั่งใจได้ง่ายขึ้น
4.บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อย่างเต็มที่
แม้ขาของคุณจะเรียวสวยไร้เซลลูไลท์ก็ตาม แต่หากสภาพผิวขาแห้งกร้าน สัมผัสได้ถึงริ้วรอยแห้งแตกล่ะก็ งานนี้ไม่สวยอย่างที่คิดแน่นอน แนะนำให้บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อย่างเต็มที่หลังจากอาบน้ำเช้า – เย็น ทำเป็นประจำทุกวัน ผิวขาของสาวๆ จะเนียนนุ่มชุ่มชื้น เปล่งประกายถึงสภาพผิวที่สวยเนียนใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!
เคล็ดลับทำให้ขาเรียวสวยดั่งใจ นุ่งสั้นแค่ไหนก็อวดเรียวขาได้อย่างสุดเริด!
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.refinery29.com/
5.ทาด้วยน้ำมันมะกอก
สำหรับสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวแห้งแตกมากเป็นพิเศษ แม้แต่การโบกด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ก็ยังเอาไม่อยู่ ถ้าเช่นนั้น แนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกมาทาผิวขาให้ทั่วพร้อมกับนวดเบาๆ จนน้ำมันซึมซาบลงสู่ผิว แนะนำให้ทำเช่นนี้ก่อนนอนเป็นประจำ อาจจะทำทุกคืนแล้วหาผ้ามาพันเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันเลอะที่นอน ตื่นเช้ามาคุณจะพบว่าผิวขาของคุณเนียนนุ่มชุ่มชื้นอย่างมากสุดๆ จนคุณต้องหลงรักผิวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลยทีเดียว
6.ทาครีมกันแดดอยู่เสมอ
ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ใช่เพียงแต่ผิวหน้าและผิวกายส่วนอื่นๆ เท่านั้นที่เราจะต้องทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UV ไม่ให้ทำลายผิวจนหมองคล้ำ เพราะผิวเรียวขาก็ต้องการการปกป้องจากแสงแดดเช่นกัน ดังนั้น แนะนำให้ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้งจะดีที่สุด คราวนี้เรียวขาสวยใสเปล่งประกายออร่าอย่างไม่มีหมองคล้ำแน่นอน
และนี่ก็คือวิธีทำให้ขาเรียวสวยสดใส ไร้ปัญหาตำหนิกวนใจอีกต่อไป แม้แต่ขาใหญ่ที่เต็มไปด้วยเซลลูไลท์ หรือร่องรอยตำหนิด่างดำหรือแม้แต่สภาพผิวขาที่แห้งสัมผัสได้ถึงความสากกร้านจากนี้หมดไปแน่นอน ถ้าเพียงสาวๆ หมั่นทำตามนี้เป็นประจำทุกวัน
Cr.http://women.sanook.com/blog/72811/