วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ไขข้อข้องใจ!! ทำไมน้าาาาทำไม ‘สิวถึงต้องขึ้นที่คาง’ !!


ทำไมสิวต้องขึ้นที่คางไม่หยุดไม่หย่อน รักษาด้วยยาแต้มสิวก็แล้ว ไปพบแพทย์ผิวหนังก็แล้ว ไอ้สิวตรงคางเนี่ยก็ยังไม่หายไปอีกกก วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันค่ะ ว่าทำไมสิวที่คางมันถึงหายยากหายเย็นขนาดนี้นะ 

1. ฮอร์โมนและแบคทีเรีย

ว่ากันว่าสิวที่บริเวณคาง หรือช่วงล่างของใบหน้า เป็นสิวที่เกิดขึ้นจากฮอร์โมนในร่างกายของเรานั่นเองค่ะ บวกกับแบคทีเรียบริเวณรองๆริมฝีปาก ยิ่งทำให้เกิดรอยแดงและสิวอักเสบได้ง่าย
a4638e3de825cddbcce98396d20a6b09 (Copy)

2. อาหารมันทั้งหลาย

อาหารมันเป็นอีกสาเหตุของสิว โดยเฉพาะสิวที่คางงง ไขมันทั้งหลายนี่แหละค่ะตัวการของสิวอักเสบ
5a104b05fec1b5bd2b00c8584c1fce98 (Copy)

3. แอลกอฮอลล์

แอลกอฮอลล์ทำลายร่างกายได้แทบทุกส่วน ผิวเราก็เช่นกันค่ะ สาวๆคนไหนดื่มหนักก็ลองลดการดื่มลงดูนะ

6eebe614537afca01e44bfc913287270 (Copy)


3. อาหารที่มีส่วนผสมของนม

ชีสยืดๆๆ เนยเยิ้มๆ นี่แหละตัวดีเลยนะจ้ะ เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เพื่อผิวหน้าที่ดีขึ้น

a2ef50ba83ed96e041c4c88cecfc7b96 (Copy)


4. คาเฟอีน

อีกตัวการสำคัญเลยล่ะ ทั้งตัวคาเฟอีนเอง และตัวน้ำตาลและนม หรือครีมเทียมที่อยู่ในกาแฟด้วยนะ
b678feadb1c5e1f8d0e5118a0142f5f2 (Copy)
สาวๆสามารถไปศึกษาเรื่องสิวที่คางเพิ่มเติมได้นะคะ อาจมีวิธีรักษาที่ได้ผลจริง สิวหายวับไปกับตา!!
Cr.http://www.girlsallaround.com/chin-breakout-cause/

ขัดผิวแล้วดียังไง อยากรู้ต้องอ่าน!

มีสาวๆ หลายคนกังวลเรื่องความหมองคล้ำของผิว ทั้งๆ ที่แค่ขัดผิวก็ช่วยให้ผิวนวลเนียนกระจ่างใสขึ้นมาได้บ้างแล้ว (แต่ไม่ถึงขนานเปลี่ยนสีผิวได้นะ) เพราะการขัดผิวเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไปและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่าออกมา ถ้าเราไม่ขัดผิวเลยจะทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในรูขุมขน เป็นที่มาของริ้วรอย นอกจากนี้การขัดผิวยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดด้วยนะคะ แต่ก็ต้องเลือกสิ่งที่จะนำมาขัดเสียหน่อย เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน อะไรขัดแล้วดีขัดแล้วเวิร์คบ้าง ลองมาดูกัน
Alternative skin care and homemade scrubs .

สิ่งที่ใช้ในการขัดผิว

แบ่งได้เป็น 2 อย่าง คือ อุปกรณ์ขัดผิว และ ผลิตภัณฑ์ขัดผิว อุปกรณ์ขัดผิวมีหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่ หินขัด ใยบวบ ใยสังเคราะห์ ถุงมือขัดผิว ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์ขัดผิวก็มีหลายแบบเช่นกัน ตั้งแต่ เกลือสปา สมุนไพรต่างๆ กากกาแฟ ไปจนถึงสครับ

ขั้นตอนการขัดผิว

  • ทำความสะอาดผิวกายให้ทั่วเสียก่อน และอย่าเพิ่งเช็ดตัวให้แห้งนะ
  • เทผลิตภัณฑ์ขัดผิวใส่อุปกรณ์ขัดผิว (หรือจะใช้มือเปล่าก็ได้) แล้วขัดวนเบาๆ เป็นวงกลม บนผิว ควรเน้นตรงบริเวณผิวหนังที่ด้าน เช่น หัวเข่า ข้อศอก
  • ใช้น้ำอุ่นล้างออก ก่อนอาบน้ำเย็นอีกครั้ง เพื่อปิดรูขุมขน
  • เช็ดตัวให้แห้ง และทาครีมเพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในผิว
ขัดผิวเพียงแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว อย่าให้มากไปกว่านั้น เพราะการขัดผิวบ่อยเกินไป จะทำให้ผิวแห้ง ยกเว้นถ้าผิวของคุณมันสุดๆ ก็อาจจะขัดถี่ขึ้นได้ และการขัดผิวแต่ละครั้งก็ไม่ควรนานเกิน 5-10 นาที เพราะจะทำให้ผิวอาจเกิดการระคายเคืองได้ค่ะ
Cr.http://www.healthandtrend.com/beauty/beauty-tips/how-scrub-do-the-better-skin

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โกลว์แบบมือโปร!! 5 ทริค ‘ลง Highlighter’ ให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ!!



สาวๆคนไหนที่มีไฮไลท์สีสวยฉ่ำอยู่ในมือแล้ว แต่ทายังไงก็ยังไม่ปัง ไม่ฉ่ำเท่าคนอื่นเขา อย่ากังวลไปค่ะ วันนี้เรามาช่วยแล้ววววว 5 ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ไฮไลท์ของสาวๆปัง ปัง ปัง!!

1. เลือก Highlighter ที่เหมาะกับสภาพผิว

หากสาวๆเป็นสาวผิวแห้ง เลือกใช้ไฮไลท์เตอร์แบบน้ำหรือแบบครีมจะดีกว่า อาจจะผสมกับรองพื้นสักหยดสองหยด รับรองโกลว์ๆๆๆทั้งวัน ส่วนสาวๆผิวแห้งก็เลือกใช้แบบฝุ่นคุมมันจะดีกว่า
ZxzzXZ (Copy)

2. เลือกสีให้เข้ากับแต่ละลุค

ไฮไลท์มีหลายสีเหลือเกินค่ะสาวๆ แต่ใช่ว่าทุกสีจะเหมาะกับทุกลุคนะ หากสาวๆอยากได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เยอะเกินไป สาวๆควรเลือกไฮไลท์ชิมเมอร์สีเงิน เพื่อความโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าจะแต่งเต็ม ลงบร็อนซ์เซอร์หนักๆ ก็จัดสีทองหรือสี Rose gold ไปเล้ย
collageยยดดด (Copy)

3. รู้จุดไฮไลท์

งานหน้าพุ่งต้องมาค่ะ เลือกจุดที่โดนแสงหรือจุดสูงสุดของใบหน้าไว้ก่อน เช่นกลางหน้าผาก โหนกคิ้ว สันจมูกและปลายจมูก โหนกแก้ม บนริมฝีปากบน คาง
strobing (Copy)

 4. รู้ว่าต้องลงไฮไลท์ตอนไหน

ไฮไลท์เตอร์ควรลงหลังจากลงรองพื้นแล้ว แต่ถ้าอยากได้งานผิวโกลว์แบบฉ่ำน้ำ ให้สาวๆผสมไฮไลท์แบบน้ำสักหนึ่งหยดลงในรองพื้นของสาวๆ รับรองว่าแจ่ม!!
1649039c457d0af7ae7ab70221fbee2a (Copy)

5. เบลนด์ให้เป็น

เรื่องการเบลนด์ไฮไลท์นั้นถือว่าจำเป็นมากกกเลยนะคะสาวๆ หากใช้ไฮไลท์แบบน้ำหรือแบบครีม ควรลงก่อนลงแป้งนะคะ เบลนด์ให้เนียนด้วยฟองน้ำหรือนิ้วมือ ถ้าเป็นแบบฝุ่นก็ใช้แปรงเกลี่ยๆให้ฟุ้งๆนิดนึง
4dd79eb57594a6bb28a289d01acaaab9 (Copy)
เพียงเท่านี้สาวๆก็ได้งานหน้าโกลว์ หน้าฉ่ำ หน้าพุ่ง ในแบบฉบับมือโปรแล้วล่ะ ไม่นากเลยจริงๆนะ!!
Cr.http://www.girlsallaround.com/highlighter-trick/

How to ลดเหนียง! ด้วย 7 ท่าออกกำลังกายบริหารคอ ง่ายๆวันละ 10 นาที!!


สาวๆบางคนหุ่นผอมเพรียว แต่ดันมีไขมันใต้คางเยอะ หรือที่เราเรียกๆกันว่า เหนียง นี่แหละค่ะ ซึ่งเมคอัพอย่างการคอนทัวร์ก็ช่วยไม่ได้เสมอไป เลยไปหาวิธีการการออกกำลังกายเพื่อลดเหนียงกัน มาฝากสาวๆกันค่ะ จะได้สวยกันแบบมั่นใจจ! 

1. เงยหน้าขึ้นมองเพดาน

PAeuZvldn
ให้เงยหน้าขึ้นมองเพดาน โดยที่ปากจะต้องขนานกับเพดาน จนรู้สึกตึงบริเวณคอและใต้คาง ค้างท่านี้ไว้ 5 วินาทีแล้วก้มหน้ากลับมาปกติ ทำ2เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง

2. หมุนคอ

1401
การหมุนคอเป็นวิธีที่ช่วยลดเหนียงได้ไวมากๆ เพราะจะช่วยเพิ่มความเฟิร์มให้กล้ามเนื้อใบหน้า คาง กราม และคอ รวมถึงช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นด้วยค่ะ ให้หมุนคอตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกาช้าๆ ทีละด้าน ด้านละ 3-4นาที

3. คางชิดอก

n6-horz
photo
เริ่มจากการนั่งตัวตรง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน จากนั้นแตะ(กด)ลิ้นตรงด้านบนเพดานปาก ค่อยๆก้มหน้าลงจนคางชิดกับอก(ยังใช้ลิ้นแตะเพดานอยู่) พยายามนั่งให้หลังตรงและไหล่ไม่เกร็ง ทำ2เซ็ต เซ็ตละ 20 ครั้ง

 4. บีบลูกเทนนิส

ryEL1rXMU
ใช้คางคีบลูกบอลบริหารมือหรือลูกเทนนิสไว้ที่คอ กดค้างไว้ซักพักนึง การทำท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อคาง คอ ให้เฟิร์มขึ้น ทำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง

5. ทำท่าไก่

giphy
คือตั้งตัวให้ตรง ไหล่นิ่ง แล้วขยับแต่หัวไปด้านหน้าหลังเหมือนไก่ค่ะ ทำครั้งละ2เซ็ต เซ็ตละ20ครั้ง

 6. นอนราบบนเตียง ห้อยหัว

photo
photo
นอนราบบนเตียงโดยที่ให้หัวเลยออกจากเตียง จากนั้นยกหัวขึ้นมาให้ตรงโดยไม่ยกไหล่ ค้างไว้ 10 วินาที ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ2ครั้ง โดยระหว่างเซ็ตให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อป้องกันการเวียนหัวค่ะ

7. แลบลิ้นให้ยาวที่สุด

photo
photo
ในการสร้างกล้ามเนื้อคาง ให้อ้าปากให้กว้างที่สุด แล้วแลบลิ้นออกมา จนรู้สึกตึงที่คางและคอ ทำค้างไว้ 10 วิแล้วปล่อย
ทำ 7 ท่านี้เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อคอกระชับ เวลาถ่ายรูปก็ไม่มีเหนียงมาคอยกวนใจแล้วจ้าา!!

Cr.http://www.girlsallaround.com/how-to-get-rid-of-double-chin/

รีวิวอาหารเสริมทุกตัวที่กินแล้วช่วยให้ผิวสวย หน้าใส สุขภาพดี!!

สวัสดีค่ะวันนี้ เราก็ขอนำเอาวิตามินและอาหารเสริมดีๆ มารีวิวให้ทุกคนพิจารณากันค่ะ หากใครกำลังมีปัญหาผิวและปัญหาสุขภาพก็ลองมองหาอาหารเสริมดีๆ ที่อาจจะช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์กันได้ในรีวิวนี้เลย Let’s Go !
ที่จะมารีวิวในวันนี้มีทั้งหมด 9 ตัวด้วยกันค่ะ เราจะมาเจาะสรรพคุณทีละตัวและวิธีกินให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดกันด้วย

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.16.12-PM

เริ่มจากตัวแรกเลยค่ะ Vitamin C (วิตามิน ซี) ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าวิตามินชนิดนี้มีความสำคัญต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องผิวให้สวยแล้ว ยังเป็นพระเอกหลักในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกัน หากขาดวิตามินซีแล้ว ผลเสียที่ตามมาบอกมันมหาศาลจริงๆ ทั้งนี้วิตามินซีคืออาหารเสริมที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ หมดแล้วต้องซื้อกินตลอด ส่วนยี่ห้อไหนที่แนะนำ ก็คงจะเป็น ตัว C-Natural ค่ะ ปริมาณ 1000 มก. ทานวันละเม็ดตอนเช้า หรือ วันละเม็ดก่อนนอนก็ได้ ที่เลือกเจ้ายี่ห้อนี้เพราะเค้าจะซีนวิตามินซีไว้แบบนี้ทุกเม็ดค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้เอากล่องมาให้ดูนะคะ พอดีทิ้งกล่องไปแล้ว T^T อันนี้เราตัดแบ่งไว้เป็นเม็ดๆ เผื่อจะได้พกพาสะดวกหากต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ราคากล่องละ 800 บาท บรรจุ 100 เม็ดค่ะถ้าจำไม่ผิด

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.15.48-PM

ตัวที่ 2 Zinc (สังกะสี) ตัวนี้ก็สำคัญไม่น้อยหากใครมีปัญหาหน้ามันเป็นสิว เจ้าซิงค์หรือสังกะสีจะเข้าไปช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ลดความมันบนใบหน้าและลดการสะสมของแบคทีเรียค่ะ ทำให้น้าเรามันน้อยลง สิวอักเสบก็เช่นกัน นอกจากนั้นใครที่มีปัญหาเล็บหักหาย ผมน้อย ผมยาวช้า ซิงค์จะช่วยเรื่องนี้โดยตรงค่ะ บอกเลยว่าใครเป็นสิว ห้ามพลาด ต้องมี เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือทานตอนเช้านะคะ ทานก่อนอาหาร แต่หากใครทานแล้วปวดหัวคลื่นไส้ก็ให้ทานพร้อมอาหารเช้าวันละ 1 เม็ด ส่วนยี่ห้อที่ทานก็เป็น Vistra ค่ะ เพราะราคาถูก หาซื้อง่าย ปริมาณต่อเม็ดไม่มากเกินไปด้วย เรียกว่าพอดีต่อความต้องการในแต่ละวันค่ะ ปริมาณ 15 มก. ราคาขวดละ 200 บาท บรรจุ 45 เม็ด

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.15.26-PM

ตัวที่ 3 Fish oil (น้ำมันปลา) ตัวนี้เพิ่งลองทานได้ไม่นานค่ะ คือลองหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมาพอสมควร เนื่องจากไปรู้มาว่า Omega 3 จากน้ำมันปลาจะช่วยเรื่องผิวพรรณด้วยแถมยังบำรุงสายตาและสมอง ใครที่ทำงานหนัก มีเวลาพักผ่อนน้อย จะทำให้ทุกอย่างในร่างกายเสื่อมโทรม หากรับประทานน้ำมันปลาเข้าไปก็จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูเร็วขึ้นค่ะ ให้ทานพร้อมอาหารเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดค่ะ หรือใครไม่มีเวลาจริงๆ ก็ให้เป็นมือกลางวันแทน ส่วนยี่ห้อที่กินก็คือ Vistra อีกเช่นกันค่ะ เพราะว่าถูก หาซื้อง่ายอีก อันนี้ปริมาณ 1000 มก. บรรจุ 75 เม็ด ทานได้ 2 เดือน ครึ่งเลยค่ะ ให้รับประทานวันละเม็ด ราคาประมาน 350 บาทค่ะ

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.15.36-PM

ตัวที่ 4 Folic Acid (โฟลิค แอซิด) หากใครประจำเดือนมาน้อย เลือดลมไม่ดี ไหวเวียนไม่ปกติ เลือดจาง แนะนำค่ะ เจ้าตัวนี้จะช่วยให้เม็ดเลือดแดงเยอะขึ้น และการที่สิวขึ้น หน้าหมองคล้ำ บางครั้งก็เกินจากเลือดไม่ดี จึงต้องการ โฟลิคแอซิดเพิ่มค่ะ ตัวนี้ทานมาได้สักพักก็รู้สึกว่าประจำเดือนมาสม่ำเสมอขึ้น อาการหน้ามืดน้อยลง แล้วผิวก็มีเลือดฝากค่ะ เจ้าตัวนี้ทานวันละเม็ดพร้อมอาหารก็ได้ หรือจะทานก่อนนอนก็ดี ตัวนี้ทานของ Blackmores ค่ะ ขนาด 500 มก. ต่อเม็ด บรรจุ 90 เม็ด ทานได้ 3 เดือนเลย ราคาชวดละ 340 บาท

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.15.15-PM

ตัวที่ 5 Collagen (คอลลาเจน) ตัวนี้หลายๆ คนคงจะรู้สรรพคุณกันอยู่แล้วนะคะว่าช่วยเรื่องผิวโดยตรง การที่อายุมากขึ้น ผิวก็ผลิตคอลลาเจนน้อยลง ฉะนั้นตรงเสริมค่ะ แล้วคอลลาเลนนี่มันช่วยอะไรอีกบ้างน่ะหรอ มันยังช่วยเติมเต็มผิวให้เต่งตึง สมานแผล และช่วยลดริ้วรอยแห่งวันต่างๆ แถมยังมีความสำคัญต่อข้อต่อกระดูกด้วยนะคะ หากข้อต่อของเราขาดคอลลาเจนก็จะทำให้เกิดการเสียดสี แล้วเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกได้ ฉะนั้นกินไว้เถอะ ไม่เสียหลาย และแนะนำให้กินคู่วิตามินซีนะคะ ให้ทานก่อนนอนเป็นดี ตัวนี้ทานของ Vistra อีกแล้ว เพราะเค้าถูกและหาซื้อง่ายดีค่ะ ตอนนี้กินได้กระปุกนึงแล้ว เดี๋ยวจะซื้อทานต่อเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ อ่อ เกือบลืมเลย ตัวนี้ 1300 มก.นะคะ บรรจุ 30 เม็ด ก็เดือนนึงพอดี ทานวันละเม็ดก็พอค่ะ

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.37.52-PM

ตัวที่  6  Calcium (แคลเซียม) สำคัญต่อกระดูกแน่นอนค่ะ ใครดื่มนมน้อย ไม่ชอบทานนม แพ้นม ก็มาทานแคลเซียมแทนนะคะ เพราะว่าเราค่อนข้างจะแพ้นม เลยต้องพึ่งแคลเซียมแทน การที่อายุมากขึ้น มวลกระดูกเราก็น้อยลงตามค่ะ การที่ทานแคลเซียมไว้ไม่เสียหายแน่นอน แต่ก็อย่าเยอะจนเกินไปนะคะ วันละเม็ดก็พอ อันนี้ทานเจ้ายี่ห้อ Caltrate Plus ค่ะ ทานสีม่วงเพราะว่าเราไม่ได้โดนแดดช่วงเช้า (ตื่นสายนั่นเอง) ตัวนี้จะมีวิตามิน ดี เสริมค่ะ เพราะแคลเซียมจะไม่ดูดซึมหากขาดวิตามิน ดี นะคะ ใครรู้ตัวว่าตื่นสาย แนะนำจ้า อันนี้ทานเป็นกระปุกเล็กนะคะ กระปุกใหญ่หมด รู้สึกจะมี 90 หรือ 100 เม็ดนี่แหละค่ะ ขนาด 1500 มก. ทานวันละเม็ดพร้อมอาหารเช้าจะดีที่สุด แต่ถ้าตื่นสายก็นั่นค่ะ มื้อเที่ยงไปโลดด ราคาตกอยู่ที่ 690 บาท ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปเลย

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.15.03-PM

ตัวที่ 7 Rosehip (โรสฮิป) ตอนนี้เค้าบอกว่ามาแรงมากค่ะ เพิ่งเริ่มกินได้ไม่นานนี่เอง เห็นว่ามีวิตามินซีสูงกว่าส้มหลายสิบเท่า แถมสรรพคุณด้านสุขภาพอีกนานับประการ พอเห็นก็ลองสักหน่อยค่ะ ในโรสฮิปไม่ได้มีแค่วิตามินซีนะคะ มี เอ อี อะไรอีกเยอะ แถมเค้าบอกว่าช่วยลดรอยดำรอยแดงดีนักเชียว หรือหากใครกินโรสฮิปแล้วก็ไม่ต้องทานวิตามินซีเพิ่มก็ได้ เพราะในนี้เค้าแทบจะมีครบทุกอย่าง คือถ้าไม่ติดว่าเจ้าพวกหลายๆ ตัวยังกินไม่หมด ก็จะลองกินโพสฮิปตัวเดียวดู อันนี้ได้เจ้ายี่ห้อนี้มาค่ะ Amselขนาด 500 มก. บรรจุ 30 เม็ด ทานวันละเม็ดก่อนนอนค่ะ เดี๋ยวทานได้ครบเดือนจะมารีวิวอีกนะว่าผลลัพธ์เป็นยังไง

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.14.51-PM

ตัวที่ 8 Fiber (ไฟเบอร์) อันนี้นอกจากดีต่อผิว ยังดีต่อลำไส้อีกนะคะ ใครไม่ชอบกินผัก ท้องผูก สิวขึ้นคาง มานี่เลย กินไฟเบอร์ซะ เพราะการที่ท้องผูกนั้นทำให้เราเป็นสิวที่คางแล้ว ยังทำมีส่วนให้สารพิษสะสมในร่างกาย อาจจะลุกลามไปกันใหญ่จนถึงขั้นเป็นมะเร็ง ใครที่ห่างผักต้องทานนะคะดีมากๆ การขับถ่ายดีขึ้นจริงๆ วิธีทานก็คือ ทานหลังอาหารและดื่มน้ำตามมากๆ แต่วิธีของเรานั้นจะทานก่อนอาหารเพื่อเป็นการควบคุมอาหารไปในตัว จะว่าง่ายๆ ลดความอ้วนนั่นเอง จะได้อิ่มๆ แล้วทานได้น้อยลง อันนี้ให้ทานวันละ 2 เม็ดนะคะ ก่อนอาหารเช้าเม็ด เย็นเม็ด แต่ในบนขวดแนะนะวันละ 4 เม็ด แต่สำหรับเราเราว่าเราไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นค่ะ เพราะก็กินผักอยู่แล้วด้วย อันนี้ทานของ ยันฮีค่ะ หาซื้อได้ที่ 7-11 ราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นก็เลยจัดมานี่แหละ ขนาด 247 มก. บรรจุ 100 เม็ด ก็ได้ เดือนเศษๆ ค่ะ ราคา 220 บาทประมานนี้ค่ะ

Screen-Shot-2016-08-02-at-4.16.23-PM

ตัวที่ 9 ยาสตรี หากคุณผู้ชายอ่านอยู่ก็ข้ามข้อนี้ไปได้ค่ะ เจ้านี่บอกอยู่ว่ายาสตรี สรรพคุณของเค้าก็คือ บำรุงโลหิต แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ปรับระดับฮอร์โมนให้สมดุล ลดอาการปวดท้อง ปวดหลังก่อนประจำเดือนมา และที่สำคัญสำหรับเราคือ ลดการเกิดสิวได้ด้วย คิดว่าช่วยจริงๆ เพราะมีช่วงที่ไม่ทานสิวจะขึ้นเยอะกว่าช่วงที่ทานค่ะ อันนี้กินของ เลดิน่า คือลองมาหลายตัวแล้วแต่เลดิน่ากินแล้วไม่อ้วน ไม่สิว บางยี่ห้อแทนที่สิวจะลดกลายเป็นสิวขึ้นเพิ่มอีกค่ะ ปวดหัวเลยทีเดียว เจ้าตัวนี้ขนาด 400 มก. บรรจุ 30 เม็ด ทานวันละเม็ดก่อนนอนนะคะ จะได้ไม่อยากอาหาร ฮาๆๆ ไม่งั้นบางคนอาจจะหิวแน่ๆ ยาสตรีทำให้เจริญอาหารด้วยค่ะ ไม่อยากอ้วนก็ก่อนนอนดีที่สุด อันนี้กล่องละ 90 บาทค่ะ ไม่แพงเลยเนอะ
ทั้งหมดทั้งมวลที่คืออาหารเสริมที่ทานอยู่ในตอนนี้ค่ะ คัดสรรมาแล้วว่าดีและจำเป็นต่อผิวและสุขภาพมากๆ หากใครคิดว่าตัวไหนไม่จำเป็นก็ตัดออกได้ เลือกทานตัวที่สนใจและแก้ปัญหาสุขภาพได้ตรงจุดที่สุดนะคะ สำหรับวันนี้เราลาไปก่อน ครั้งหน้าจะมารีวิวผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงามกันอีกแน่นอน ยังไงฝากติดตามรีวิวหน้าด้วยนะคะ บ๊ายบาย
Cr.http://www.akerufeed.com/beauty/food-supplemented

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ดีมากๆ! วิธีรักษาริ้วรอย จุดด่างดำ ด้วยธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งหมอ


ดีมากๆ! วิธีรักษาริ้วรอย จุดด่างดำ ด้วยธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งหมอ

ริ้วรอยก่อนวัย และปัญหาสุขภาพต่างๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังตามมา เช่น จุดด่างดำ และการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้นผิดปกติเมื่อผิวหนังเกิดการอักเสบ ทว่าไม่ต้องกังวลอีกต่อเพราะปัญหาเหล่านี้สามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีธรรมชาติ 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกตินั้นเกิดจากตับทำงานผิดปกติ ส่วนจุดด่างดำนั้นเกิดจากสิว รอยแผลเป็น และปัจจัยภายนอกอื่นๆ วันนี้เราจึงมานำเสนอวิธีธรรมชาติที่ได้ผลเพื่อลดริ้วรอยและจุดด่างดำอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าและผิวพรรณกันค่ะ 

1. มันฝรั่งดิบ มันฝรั่งดิบมีสารอาหารและโภชนาการอยู่มากมาย รวมไปถึง วิตามินบี ซึ่งวิตามินบีนี้จะช่วยในการกระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ผิว และกรดนิโคตินาไมด์ที่ดำรงอยู่ในวิตามินบีก็จะช่วยลดรอยดำ รอยแดง และทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้มันฝรั่งยังสามารถลดรอยคล้ำรอบดวงตาได้อีกด้วยนะคะ เพียงแค่หั่นมันฝรั่งเป็นวงกลม นำไปขัดและนวดเบาๆ ตรงรอยคล้ำประมาณ 10 นาที วิธีนี้สามารถทำได้ทุกวัน และสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง สามารถนำมันฝรั่งไปแช่น้ำให้ชุ่มชื้นก่อนได้ค่ะ 

2. ขมิ้นชัน ขมิ้นชัน อุดมไปด้วยคุณประโยชน์หลากหลาย ช่วยยับยั้งอาการอักเสบของร่างกาย และเป็นมิตรต่อผิวพรรณ ลองมาส์กหน้าด้วยขมิ้นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งจะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้น มีความกระจ่างใส และลดเรือนจุดด่างดำ 

3. แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีนีการ์ ในปัจจุบัน วัตถุดิบจากธรรมขาติมีหลากหลายให้เลือกสรร รวมถึงแอปเปิ้ลไซเดอร์ วีนีการ์ ที่มีสรรพคุณในการทำความสะอาดผิวโดยนำสำลีก้อนมาชุบแอปเปิ้ลไซเดอร์และขัดเบาๆบริเวณพื้นผิวที่มีริ้วรอยความหมองคล้ำ 2-3 ครั้งต่อวัน ทำติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือนจะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ นอกจากนี้ในกรณีของผิวที่แพ้ง่ายและมีความไวต่ออาการอักเสบ ควรนำแอปเปิ้ลไซเดอร์นี้ไปผสมกับน้ำให้เจือจางก่อนนำมาใช้กับผิวนะคะ 

Cr..http://women.thaiza.com

5 วิธีลดต้นขาใหญ่ๆ ให้กลายเป็นขากระชับ เรียว สวย ไม่มีเซลลูไลท์!!


5 วิธีลดต้นขาใหญ่ๆ ให้กลายเป็นขากระชับ เรียว สวย ไม่มีเซลลูไลท์!!

สาเหตุที่ทำให้ต้นขาใหญ่ขึ้น มีเหตุผลหลักมาจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากๆ ในปริมาณที่เกินกว่าความต้องการของร่างกาย ทำให้เกิดการสะสมไขมันในรูปแบบของ “เซลลูไลท์” ร่างกายเลือกเอาไขมันส่วนนี้ไปปกป้องอวัยวะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ แม้จะออกกำลังกายเป็นประจำ แต่หากยังมีพฤติกรรมการกินอาหารเช่นเดิม ก็ไม่สามารถแก้ไขได้

คราวนี้จะทำอย่างไรให้ต้นขาที่ใหญ่นั้นลดลงบ้าง คุณผู้หญิงทั้งหลายก็ควรจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย

1. ไม่ควรนั่งทำงานติดต่อกันเกิน 8 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มของสาวออฟฟิศ ที่ใช้ชีวิตขลุกอยู่กับโต๊ะทำงานตลอดทั้งวัน เป็นสาเหตุให้ไขมันไม่ได้รับการเผาผลาญ โดยแนะนำให้ควรลุกเดินยืดเส้นยืดสาย อย่างน้อยทุก 2 ชม.

2. เมื่อรับประทานอาหาร ควรเดินให้อาหารย่อยก่อนสักประมาณ 15-20 นาที ก่อนที่จะกลับมานั่งทำงานต่อ เพื่อให้อาหารได้ย่อยและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปที่ขา

3. ดื่มน้ำมากๆ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยเพิ่มเมตาลิซึ่มในร่างกาย ช่วยล้างพิษให้กับร่างกาย และช่วยให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานได้มากขึ้น สาวๆบางคนอาจจะเกรงว่าจะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ ต้องขอบอกว่าเป็นการดีเนื่องจากจะทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนอีกทางหนึ่ง

4. หยุดพฤติกรรมการนั่งไขว่ห้าง เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนของเลือด และเวลานั่งทำงานก็ควรเปลี่ยนอริยาบทในการนั่งให้มากขึ้น และเปลี่ยนวิธีการนั่ง ยืน เดินให้ถูกวิธี เช่นไม่เดินหลังค่อม ไม่ควรยืนนานๆ พฤติกรรมดังกล่าวจะช่วยให้ต้นขารับน้ำหนักของร่างกายอย่างเหมาะสม และยังช่วยเสริมบุคคลิกภาพอีกด้วย

5. ปรับพฤติกรรมเรื่องการออกกำลังกายให้เหมาะสมไม่มากหรือน้อยจนเกินไป บางคนไม่ชอบออกกำลังกายก็ควรหันมาออกกำลังกายบ้าง จะช่วยให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรง และกระชับไม่นิ่มย้อย ขณะเดียวกันบางคนออกกำลังกายจนมากเกินไป จึงทำให้กล้ามเนื้อช่วงขาใหญ่และแข็งจนเกินไป

สุดท้ายตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ควรควบคุมพฤติกรรมการกิน เช่น งดเว้นอาหารรสจัด ของทอด ของหวาน อาหารที่ให้พลังงานแคลอรี่สูง เพราะอาหารเหล่านี้จะแปลงเป็นไขมันไปสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายรวมทั้งส่วนต้นขา โดยเน้นการกินผัก ผลไม้ แต่ก็ควรกินโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วย


ที่มา : thaiquote และ smartsme.tv