วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

7 วิธี กระชับรูขุมขนแบบธรรมชาติ ทำแล้วผิวหน้าละเอียดขึ้น ด้วยสูตรนี้!


7 วิธี กระชับรูขุมขนแบบธรรมชาติ ทำแล้วผิวหน้าละเอียดขึ้น ด้วยสูตรนี้!

บนใบหน้าหลายๆคนอาจมีรูขุมขนที่กว้างใช่ไหมละคะ ก็จะหาครีมหรือยามาทาบำรุงให้ผิวนั้นกระชับ ให้รูขุมขนนั้นเล็กลงใช่ไหมคะ

แต่เราก็ไม่รู้ว่าครีมหรือยานั้นมีสารเคมีอะไรผสมอยู่บ้างอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อใบหน้าของเราก็ได้ใช่ไหมล่ะคะ จะบอกว่าวันนี้เรามีสูตรการกระชับรูขุมขนด้วยวิธีธรรมชาติ มาฝากถึง 7 สูตรเลยทีเดียว! อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ถ้าอย่างนั้นไปอ่านกันเลย

สูตรกระชับรูขุมขน

1.มะเขือเทศ

วิธีการทำ

1.ปั่นมะเขือเทศ
2.นำมะเขือเทศที่ปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
3.ล้างออกด้วยน้ำเย็น

ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน ซึ่งในมะเขือเทศนั้นจะสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวนั้นเต่งตึง รักษาสิว และยังช่วยกระชับรูขุมได้อย่างเห็นได้ชัดอีกด้วยล่ะค่ะ

2.การประคบน้ำแข็ง

วิธีการทำ

1.นำน้ำแข็งก้อนมาประคบใบหน้า หรืออาจใช้ผ้าขาวบางห่อน้ำแข็งก่อนประคบก็ได้ค่ะ
2.ถูวนเบาๆและเน้นบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง

แนะนำวิธีนี้ควรทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 นาทีค่ะ แค่เพียงเท่านี้รูขุมขนของคุณก็จะกระชับอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ

3.มะนาว

วิธีการทำ

1.นำนำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ ดินสอพองหรือน้ำผึ้งประมาร 2 ช้อนโต๊ะ
2.พอกให้ทั่วหน้าอ
วิธีนี้นะคะก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไปซึ่งมาจากมะนาวนั่นเองล่ะค่ะ ยังไม่หมดนะคะยังช่วยในการกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่อีกด้วยยังไม่หมดค่ะ! วิธีนี้ยังช่วยในการลบเรือนริ้วรอยด่างดำหรือรอบแผลให้หายไปอีกด้วยล่ะค่ะ แหม่คุ้มจริงเลยนะคะวิธีนี้

4.น้ำผึ้ง

วิธีการทำ

1.นำน้ำผึ้งมาผสมกับโยเกิร์ต
2.นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หรืออาจจะนำน้ำผึ้งมานวดหน้าอย่างเดียวก็ได้ค่ะ

วิธีนี้นะคะจะช่วยลดริ้วรอย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งมีประกาย และที่สำคัญช่วยให้รูขุมขนนั้นกระชับอีกด้วย

5.ใบบัวบก

วิธีการทำ

1.นำใบบัวบกมาปั่น และนำไปผสมกับน้ำเย็น
2.พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที
3.ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ซึ่งใบบัวบกนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างในร่างกายนั่นเอง แค่เพียงเท่านี้ก็สามารถกระชับรูขุมขนได้แล้วล่ะค่ะ

6.น้ำตาลทราย

วิธีการทำ

1.นำน้ำตาลทรายผสมกับน้ำผึ้งและนำมันมะกอก
2.นำไปทาบนใบหน้าแล้วขัดเบาๆ โดยค่อยหมุนนิ้วเป็นวงกลม เน้นบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง
3.ปล่อยทิ้งไว้ประมาร3-4 นาที
4.ล้างออกด้วยน้ำที่เย็นจัด

วิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้กันมากเลยนะคะ ซึ่งน้ำผึ้งนั้นช่วยในการลดความมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนบนใบหน้านั้นเล็กลงด้วยล่ะค่ะ

7.แตงกวา

วิธีการทำ

1.นำแตงกวามา 1 ลูกมาบดให้ละเอียด
2.นำมาผสมกับมะนาวประมาณ 2-3 หยด
3.แล้วนำมาทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาณ 158-20 นาที
4.ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

วิธีนี้นะคะทำให้ใครหลายๆคนประทับใจมานักต่อนักแล้วล่ะค่ะ เนื่องจากในแตงกวานั้นทำให้เย็นจึงช่วยในเรื่องของการลดรูขุมขนด้วยนั่นเอง และมะนาวนั้นช่วยในการลกจุดด่างดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าด้วยนั่นเองค่ะ

เป็นยังบ้างคะ 7 สูตรกระชับรูขุมขนที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เป็นสูตรตามธรรมชาติไร้สารเคมีและปลอดภัยแน่นอนค่ะ ในแต่ละสูตรนอกจากจะช่วยลดรูขุมขนแล้วยังมีคุณสมบัติอื่นๆที่ช่วยบำรุงผิวอีกด้วย เรียกว่าคุ้มสุดๆไปเลยนะคะ วิธีการทำก็ทำไม่ยากและหาได้ง่ายด้วยล่ะค่ะ ยังก็ลองเลือกไปทำกันดูนะคะ ได้ผลยังไงอย่าลืมมาแชร์ให้ฟังกันด้วยนะคะ

Cr.http://www.bedtaledidea.com/2016/04/7_26.html

เคล็ดลับผิวขาว สวย เต่งตึง ของสาว 30+ ด้วยน้ำซาวข้าวแช่เย็น


เคล็ดลับผิวขาว สวย เต่งตึง ของสาว 30+ ด้วยน้ำซาวข้าวแช่เย็น

พอ 30+ เมื่อไหร่ ใครๆ ก็กลัวเรื่องริ้วรอยที่จะทำให้เราดูแก่ใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆ แล้วเลข 3 ไม่น่ากลัวเลย หากเราดูแลตัวเองอย่างดี แถมยังดีด้วยซ้ำถ้าเราดูอ่อนกว่าวัย

วันนี้สดสวยขอเอาใจผู้หญิงวัย 30+ ด้วยการนำสูตรสมุนไพรฤทธิ์เย็นทั้งหลายมาบำรุงซึ่งช่วยลดเรื่องริ้วรอย กำจัดสารเคมีตกค้างที่ผิวได้เป็นอย่างดี แต่งหน้ามานาน สะสมมานาน ล้างมันออกเสียหน่อยนะคะ โดยมีนางเอกเป็น…

 “น้ำซาวข้าวแช่เย็น” Washing the rice 

และส่วนผสมจากสมุนไพร ต่อไปนี้ค่ะ 

ผงใบบัวบก 2 ส่วน
ผงใบรางจืด 1 ส่วน
ผงใบตำลึง 1 ส่วน

วิธีทำสวย

ผสมส่วนผสมสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วนำไปใส่กับน้ำซาวข้าวแช่เย็นจึงจะได้ผลดีที่สุดค่ะ

จากนั้นทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อยก่อนแล้วนำส่วนผสมนี้มาพอกหน้า

ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะเห็นได้ว่าผิวยืดหยุ่นขึ้น

ถ้าใครไปเจอความร้อนจากแสงแดดจนผิวแห้งกร้านเคล็ดลับนี้เวิร์คมากค่ะ เพราะฤทธิ์เย็นของสมุนไพรจะช่วยปลอบประโลมผิวได้ โดยเฉพาะใบรางจืดจะช่วยกำจัดสารเคมีที่ตกค้างบนผิวหน้า ส่วนใบตำลึกจะลดความร้อนบนผิวและแก้อาการแพ้ได้ด้วยค่ะ

Cr.http://www.bedtaledidea.com/2016/08/30.html 

7 ข้อน่ารู้ เกี่ยวกับกรุ๊ปเลือด พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด


7 ข้อน่ารู้ เกี่ยวกับกรุ๊ปเลือด พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด

อาจมีคนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ว่ากรุ๊ปเลือดของพวกเขานั้นมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อชีวิตอย่างมาก วันนี้เราจึงจะมานำเสนอ Fact 7 ข้อของหมู่เลือดต่างๆ ที่น่าสนใจ และข้อเท็จจริงเหล่านี้ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของคุณได้มากขื้น!

1. ทำความรู้จักหมู่เลือดก็สามารถช่วยชีวิตคุณได้
การสละเวลาเพื่อทำความรู้จักและศึกษากรุ๊ปเลือดของตนเองนั้นนับได้ว่ามีความจำเป็นมากทีเดียว ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุอย่างเช่น รถชน คุณหมอจำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน และถ้าหากคุณไม่รู้แม้แต่ข้อมูลของตัวเอง พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยคุณได้หรอกนะ และถ้าหากผลการให้เลือดปรากฏว่าไม่สำเร็จ คนไข้จะตกอยู่ในอันตรายได้อย่างแน่นอน 

2. กรุ๊ปเลือดต่าง ก็ต้องการโภชนาการต่างกัน 
Peter J. D'Adamo หมอรักษาโรคโดยไม่ใช้ยาได้กล่าวว่า มนุษย์ทุกผู้ทุกคนล้วนมีหมู่เลือดที่ต่างกัน พวกเขาจึงต้องการโภชนาการที่แตกต่างกันด้วย ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคนที่มีกรุ๊ปเลือด O คุณควรบริโภคโปรตีน เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และผักเป็นหลัก มิฉะนั้นร่างกายของคุณอาจประสบปัญหา เช่น อาหารไม่ย่อย และอาการปวดท้อง 

ในกลุ่มคนที่มีกรุ๊ปเลือด A จะมีปัญหาด้านระบบภูมิคุ้มกัน พวกเขาจึงควรรับประทานผลไม้ตระกูลส้ม หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว บล็อคโคลี ผักโขม และกระเทียม นอกจากนี้ มนุษย์กรุ๊ปเลือด A ยังควรหลีกเลี่ยงไขมัน น้ำมันพืช และแอลกอฮอล์อีกด้วย

มาต่อกันที่ กรุ๊ปเลือด AB สำหรับผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ คุณเป็นพวกที่มีกรดในกระเพาะอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรหาหนทางเพื่อกระตุ้นการทำงานของกระเพาะ และการย่อยอาหารให้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่หันมาบริโภคน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ และน้ำผึ้งมานูก้า ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งน้ำผึ้ง ที่สกัดมาจากดอกมานูก้า ประเทศนิวซีแลนด์ ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าคุณจะปลอดภัยจากสารพิษ อีกทั้งยังได้รสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และประโยชน์อีกมากมาย 

3. ตรวจสอบกรุ๊ปเลือดเมื่อคุณรู้สึกเครียดหรือกังวล 
สำหรับผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป O นั้นมีแนวโน้มในการระเบิดอารมณ์โกรธออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่ในกรณีของผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A คุณจะผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล ออกมาจำนวนมาก ระดับความเครียดของคุณก็จะสูงตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อใดที่คุณรู้สึกเครียด หรือกังวลตลอดเวลา คงถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะเช็คกรุ๊ปเลือดของตัวเองว่าเป็นอย่างไร 

4. กรุ๊ปเลือดกับมะเร็ง 
บางคนนั้นมีแนวโน้มในการเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป ว่าแต่ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นได้ยังไงเมื่อเราทุกคนล้วนไม่มีอะไรแตกต่างกันหากมองดูจากภายนอก ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันอย่างแน่นอนก็คือกรุ๊ปเลือด นักวิจัยได้อ้างว่ากรุ๊ปเลือดบางกลุ่มนั้นมีความเกี่ยวพันกับโรคมะเร็งมากกว่ากรุ๊ปเลือดอื่นๆ 

การวิจัยดังกล่าวนี้มีการศึกษามาหลายต่อหลายครั้งซึ่งระบุว่า เลือดกรุ๊ป O มีความเสี่ยง 20 % ในการเผชิญกับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร และยังมีโอกาสในการเกิดแผลในกระเพาะอาหารสูงเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากคุณมีเลือดกรุ๊ป A แล้วล่ะก็ คุณอาจจะต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับระดับไขมันไม่ดีในเลือดที่มีมากเกินไป หรือ Low-Density Lipoprotein โดยเจ้าไขมันแย่ชนิดนี้จะมาจากอาหารจำพวกไขมันอิ่มตัว และอาหารจำพวกไขมันทรานส์ เช่น ขนมอบ ขนมปังที่มีส่วนผสมของมาการีน ครีมเทียม อาหารทอด และขนมกรุบกรอบต่างๆ 

5. กรุ๊ปเลือดส่งผลกระทบต่อไขมันรอบเอว
ความโชคร้ายมาเยือนมนุษย์กรุ๊ป A แล้วล่ะค่ะ เพราะร่างกายของคุณจะมีปฏิกิริยาที่ไม่ดีกับอาหารจำพวก สัตว์ที่มีเปลือก ผลิตภัณฑ์จากนม และเนื้อสัตว์ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดท้องอืด กรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย และมีแนวโน้มทีจะเป็นโรคเบาหวาน นอกจากนี้เจ้าพวกไขมันรอบเอวทั้งหลายก็จะไม่จากคุณไปอย่างง่ายๆ แน่นอน 

6. กรุ๊ปเลือดมีอิทธิพลต่อบุคลิก 
ข้อเท็จจริงข้อนี้เป็นที่รับรู้กันในวงการแพทย์แผนโบราณมาอย่างยาวนานว่ากรุ๊ปเลือดมีอิทธิพลต่อบุคลิก แม้แต่ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกันก็ยังมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันได้ 

ยกตัวอย่างกันง่ายๆ ก็คือมนุษย์กรุ๊ปเลือด O มักจะขี้กังวล แต่สามารถปรับตัวได้ดีและมีระเบียบแบบแผน มนุษย์กรุ๊ปเลือด AB เป็นคนเข้มแข็ง มีเหตุมีผล และเป็นพวกไม่คิดมาก มนุษย์กรุ๊ปเลือด B ชอบเฮฮา สนุกสนาน มนุษยสัมพันธ์ดี และสามารถหยืดหยุ่นได้ในหลายๆ กรณี ส่วนมนุษย์กรุ๊ปเลือด A นั้นชอบเอาเรื่องของคนอื่นมาคิดให้ปวดหัว หรือพูดง่ายๆก็คือ มักจะแคร์และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ

7. การแบ่งกลุ่มเลือดมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ 
โดยปกติแล้ว หมู่เลือดจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคือ A B AB และ O แต่นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น หมู่โลหิตระบบอาร์เอชบวก (Rh Positive) และหมู่โลหิตระบบอาร์เอชลบ (Rh Negative) 

ผู้คนจำนวนมากล้วนมีหมู่โลหิตเป็นระบบอาร์เอชบวก (Rh Positive) หากคู่สามีภรรยามีกลุ่มเลือดที่ตรงกันก็จะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าฝ่ายชายมีหมู่เลือดระบบ Rh Positive และฝ่ายหญิงมีหมู่เลือดระบบ Rh Negative ทารกในครรภ์จะตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นอย่างมาก และในบางกรณีอาจถึงตายได้เลยทีเดียว 

Cr.http://www.bedtaledidea.com/2016/08/7_12.html

สูตรยาช่วยปากอวบอิ่ม ไม่แห้งแตกเป็นขุย!!


สูตรยาช่วยปากอวบอิ่ม ไม่แห้งแตกเป็นขุย!!


เรื่องของริมฝีปากนี้สาวๆเขาให้ความสนใจกันมาก ทางทีมงานเขาก็สนใจ อยากให้ฉันช่วยแนะนำว่าจะแก้ริมฝีปากแห้งแตกและบำรุงปากให้อวบอิ่มได้อย่างไร 

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่ารูปปากของคนเรานั้นแตกต่างกัน บางคนปากบาง ปากหนา ปากหุบ ปากยื่น เป็นไปตามกรรมพันธุ์ หมอจีนบางท่านก็สามารถทำนายสุขภาพและดวงชะตาจากรูปปากได้ แต่สำหรับหมอไทยอย่างฉันบอกได้ว่า ถ้าเรามีอาการปากแห้งหรือกระหายน้ำบ่อยๆร่วมด้วย จะส่อเค้าว่าตับทำงานไม่ดี มีความร้อนภายในตัวสูง

นอกจากนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่หรือสูบยาฉุนอย่างหนัก ติดหมากพลูมาก ก็มักมีอาการปากแห้งเรื้อรัง ทางที่ดีควรงดสูบ งดกินสิ่งเหล่านี้เสีย ร่วมกับกินอาหารเป็นยา 

ผักรสขมแก้ปากแห้ง 

ฉันแนะนำให้กินผักรสขม เพราะจะช่วยดับความร้อนภายในร่างกายที่ส่งผลต่ออาการปากแห้ง ได้แก่ สะเดา ยอดเถาวัลย์เปรียง ดอกและลูกขจร บอระเพ็ด รวมผักที่ช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้น เช่น เห็ดหูหนู ลูกเดือย ลูกฟักข้าว คะน้า กวางตุ้ง 

และเช่นเคย ฉันมีสูตรยาทามาฝาก เป็นยาที่ได้จากการเคี่ยวสมุนไพรหลายชนิดกับน้ำมัน นอกจากจะช่วยแก้ปากแห้ง ทำให้ปากชุ่มชื้นแล้ว ยังแก้แผลต่างๆได้ด้วย 

สูตรยาช่วยปากอวบอิ่ม 

ตัวยา ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ไพล ใบพญามือเหล็ก ใบควินิน อย่างละ 1 กำมือ กระเทียม 3 กลีบ เกลือตัวผู้ 3 เม็ด น้ำมันปาล์ม 1 กิโลกรัม เหล้าขาว 1 เป๊ก 

วิธีปรุง นำสมุนไพรแห้งทุกชนิด ยกเว้นเกลือ มาตำให้ละเอียด จากนั้นเทลงในกระทะทองเหลืองที่ใส่น้ำมันปาล์มไว้ เคี่ยวจนสมุนไพรเหลือง ใส่เกลือลงไปคนให้ละลาย ตักขึ้นพักไว้ให้ตัวยาอุ่น กรองเฉพาะน้ำเหลืองสีใส เทเหล้าขาวลงไป คนให้เข้ากัน รอให้ตัวยาเย็น เทใส่ขวดเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน 

วิธีใช้ ใช้สำลีจุ่มตัวยา นำมาทาริมฝีปากแก้อาการปากแห้ง ปากแตก หรือปากเป็นแผลได้ 

Cr.http://www.bedtaledidea.com/2016/05/blog-post_4.html

สูตรบำรุงผิวด้วยมะขามป้อม สวย ใส ไร้สิว [ลองแล้วดีจึงบอกต่อ]


สูตรบำรุงผิวด้วยมะขามป้อม สวย ใส ไร้สิว [ลองแล้วดีจึงบอกต่อ]

มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก จะเอามารับประทานเล่นหรือนำมาเสริมสวยก็ได้ประโยชน์ไม่กัน วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการในการเสริมความงามด้วยมะขามป้อมกัน ว่าต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะมีหน้าตาและผิวพรรณที่สวยสดใส ตามมาดูกันเลยค่ะ 

มะขามป้อมช่วยบำรุงผิวได้อย่างไร

‘มะขามป้อม’ ผลไม้ลูกกลมๆสีเขียวอมเหลือง รสฝาดเปรี้ยวและอมหวานเล็กน้อย น่าจะเป็นที่รู้จักของคนไทยเป็นอย่างดี ผลไม้ชนิดนี้มีดีที่วิตามินซี ซึ่งมีปริมาณสูงมากกว่าวิตามินซีในผลส้มถึง 20 เท่า ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวหน้าแลดูขาวใส ไร้รอยด่างดำได้ดี แถมปริมาณวิตามินซีที่มีอยู่ยังสามารถทนความร้อนและความเย็นได้สูง เพราะมีสารจำพวกแทนนินและสารโพลี่ฟีนอลที่ช่วยป้องกันการเกิดการออกซิไดซ์ของวิตามินซี 

ไม่เพียงแต่วิตามินซีเท่านั้นที่เป็นจุดเด่นของมะขามป้อม แต่ในผลไม้ชนิดนี้ยังมีสารที่มีชื่อเรียกว่า ‘เอมบลิคานิน (Emblicanin)’ สารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการลดความหมองคล้ำของผิว ลดการถูกทำลายจากแสงแดดและอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี 

ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านั้น เพราะเมื่อนำเอามะขามป้อมไปสกัดจนเข้มข้น จะได้สารสกัดที่มีฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชัน ต้านเอนไซม์คอลลาจีเนส (collagenase) และฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งมีผลให้ใบหน้าแลดูอ่อนวัย สวยใส และเนียนนุ่มได้ตลอดเวลา และด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ จึงทำให้มะขามป้อมถูกนำมาสกัดเอาสารสำคัญๆออกไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง สบู่ หรือครีมทาผิวต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความงามให้แก่สาวๆที่รักสวยรักงามทุกคน 

สูตรบำรุงผิวหน้าด้วยมะขามป้อม 

แต่สำหรับใครที่อยากบำรุงผิวด้วยมะขามป้อมสดๆที่เก็บมาจากต้น เราก็มีวิธีมาแนะนำเช่นกันค่ะ ตามมาดูสูตรบำรุงผิวหน้ากันได้เลย 

วัตถุดิบ
1. ผลมะขามป้อมที่แก่จัด
2. ผงขมิ้น
3. ไข่ขาวดิบ
4. ดินสอพอง
5. น้ำผึ้ง
6. น้ำสะอาด

วิธีทำครีมมะขามป้อมใช้เอง (สูตรผิวปกติ)
1. ล้างผลมะขามป้อมให้สะอาด
2. เอาแต่เนื้อมาบดให้ละเอียดให้ได้ประมาณ 1 ช้อนชา
3. ผสมกับผงขมิ้น 1/2 ช้อนชา ไข่ขาว 1 ฟอง ดินสอพองบด 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
4. ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
5. เติมน้ำสะอาดต้มสุกลงไปประมาณ 1/2 ถ้วย ผสมให้เข้ากัน

หลังจากได้ครีมมะขามป้อมที่มีเนื้อข้นแล้ว ให้นำครีมตัวนี้ไปพอกหน้าให้ทั่ว ยกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที เมื่อครบเวลาจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเช่นนี้ติดต่อกันเพียง 1-2 ครั้ง คุณก็จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนแล้วว่าผิวหน้าของคุณจะดูกระจ่างใสขึ้น เรียกได้ว่าเห็นผลเร็วทันตาจริงๆค่ะ 

แนะนำเพิ่มเติมอีกนิดค่ะ สูตรที่กล่าวมานี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าปกติ แต่สำหรับคุณผู้หญิงท่านไหนที่มีปัญหาเรื่อง “ผิวมัน” ให้เปลี่ยนการใช้ไข่ขาวไปเป็นการใช้น้ำแครอทปั่นสด 1/4 ถ้วยแทน เพราะน้ำแครอทจะช่วยลดความมันบนใบหน้าของคุณลงไปได้ 

ส่วนคนที่มีปัญหาผิวแห้งมากๆ ให้เปลี่ยนส่วนผสมที่เป็นไข่ขาวเป็น ‘น้ำมันงา’ ในปริมาณ 1/4 ถ้วยแทน เพราะน้ำมันงาจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งจนเกินไปได้ 

ส่วนผสมทั้งหมดถ้าใช้ครั้งเดียวไม่หมด ควรนำใส่ภาชนะและปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อนำมาใช้ในครั้งต่อไปได้ แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพในการทำให้ผิวหน้าขาวใสไม่ควรใช้ครีมนี้นานเกิน 2 ครั้ง ดังนั้น เมื่อใช้ครบ 2 ครั้งแล้วควรตัดใจทิ้งไป แล้วผสมครีมขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในครั้งหน้าแทน 

จะเห็นได้ว่า ไม่ยากเลยกับการนำเอามะขามป้อมผลไม้วิตามินสูงมาใช้ประโยชน์ในการบำรุงผิว บ้านใครที่ปลูกผลไม้ชนิดนี้เอาไว้ อย่าลืมไปเด็ดผลแก่ๆมาทำตามวิธีที่เราบอกคุณดูนะคะ ทั้งง่าย ประหยัด และได้ผลดีจริงๆ 

Cr.http://www.bedtaledidea.com/2016/05/blog-post_11.html

สวยแบ๊วๆ! 7 เทคนิคการแต่งหน้า ให้ดวงตาดูกลมโตอย่างเป็นธรรมชาติ!!


สาวๆคนไหนที่มีตาเล็ก ตี่ ถ้าอยากได้ดวงตากลมโตก็คงต้องกรีดอายไลน์เนอร์เพิ่ม แต่ใครจะรู้คะว่าเมคอัพที่แต่งอยู่ทุกวันนี้อาจจะผิดก็ได้ เลยเอาเคล็ดไม่ลับที่ทำให้ดวงตาของเราดูกลมโตขึ้นมาฝากกันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคแบบง่ายๆ แต่ได้ผลแบบไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมกันเลยย! 

1. ปัดมาสคาร่า

wf7wwd5856f9422609e2a470827464
ถึงจะดูเป็นเรื่องง่ายๆแต่ มาสคาร่านี่แหละค่ะที่ช่วยให้ดวงตาดูโตขึ้นทันใจ โดยเทคนิคก็คือให้ซื้อมาสคาร่ามา 2 ชนิด ทั้งเพิ่มวอลลุ่ม และเพิ่มความยาว ปัดมาสคาร่าเพิ่มความยาวแล้วรอให้แห้งก่อน ตามด้วยแบบเพิ่มวอลลุ่ม รับรองว่า เริ่ดดดด!

2. เขียนอินเนอร์ไลน์ด้วยสีขาว

rb5zrr2p56f9428688029195094121
ใช้อายไลน์เนอร์สีขาวกรีดตั้งแต่หัวตาไปจนถึงหางตาที่ขอบตาล่าง ก็จะช่วยให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นค่ะ พยายามเลี่ยงการใช้อายไลน์เนอร์สีดำเขียนขอบตาล่าง เพราะจะทำให้ตาดูเล็กลงค่ะ

3. ลองอายไลน์เนอร์สีอื่น

dc7qxtbv56f943418e031628307982
ถ้าอยากดวงตากลมโตก็ต้องกล้าค่ะ เก็บอายไลน์เนอร์สีเข้มอย่าง ดำ น้ำตาลไปก่อน หันมาลองอายไลน์เนอร์สีๆอย่าง สีฟ้า ส้ม เทากลิตเตอร์ เขียว นอกจากจะช่วยให้ตาดูโตแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนลุคให้ดูสดใสขึ้นด้วยนะ ♥

4. ใช้คอนซีลเลอร์

sgvbbe8u56f9439237744222512830
ถึงแม้จะไม่ได้เป็นสิวหรือมีริ้วรอยอะไร ก็ควรลงคอนซีลเลอร์ที่ใต้ตาค่ะ อย่างน้อยก็เพื่อปิดตาแพนด้าของเรา ช่วยให้หน้าตาดูสดใส และที่สำคัญ ดวงตาดูโตขึ้น ไม่โหลลึก

5. ลงอายแชโดว์สีน้ำตาลที่เบ้าตา

hopfo0s556f94366ba934794112102
สาวๆหลายคนก็คัดเบ้าด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลกันนานแล้ว และควรใช้อายแชโดว์เนื้อแมตต์แทนแบบชิมเมอร์ด ก็จะได้ดวงตาที่ดูสดใสกลมโตแล้วค่ะ

6. ดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่า

0a7935428b836ca0a807bcda6721ed8fเรื่องง่ายๆที่สาวๆหลายคนเลือกจะละเลยค่ะ ลองเสียเวลาซักนิดมาทำให้เป็นประจำค่ะ โดยเคล็ดลับอยู่ที่ ให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าที่ที่ดัดขนตาก่อน ความร้อนจะช่วยให้ขนตาอยู่ทรงมากขึ้นค่ะ

7. จัดคิ้วให้เป็นทรง

wpy6y0sg56f945595c241787256571การเลือกทรงคิ้วให้เข้ากับหน้าตาจะทำให้ทุกอย่างได้สมดุลค่ะ และเวลาจะกันคิ้วให้ได้รูป ก็พยายามอิงจากทรงคิ้วธรรมชาติของเราไว้ก่อน

ว่าแล้วก็ลองไปดู Tutorial กันจ้าา

ตาโตแบ๊วสวยได้ง่ายๆแค่ใช้เมคอัพช่วยนิดหน่อยแค่นั้นเอง แค่นี้สาวๆก็มีความมั่นใจขึ้นแล้วค่ะ 😀
Cr.http://www.girlsallaround.com/how-to-make-eyes-look-bigger/

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หวานฉ่ำชื่นใจ!! 12 ‘เมนูแตงโม’ ที่ต้องทำให้คนพิเศษทาน!!


สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้เราจะชวนสาวๆมาเข้าครัวทำกับข้าวกันอีกครั้ง ในวันนี้วัตถุดิบหลักของเรานั้นก็คือ ‘แตงโม’ นั่นเองจร้าาาาาา มาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถสร้างสรรค์เมนูเจ๋งๆอะไรได้บ้างจาก ‘แตงโม’ 
สาวๆอาจมองว่าแตงโมเป็นผลไม้ คงทำได้แค่เมนูหวานๆเย็นๆทั้งหลาย แต่จริงๆแล้วนอกจากเมนูหวานเย็นแล้ว เมนูคาวหวานมันเค็มอื่นๆ แตงโมเขาก็ไม่น้อยหน้านะจะบอกให้ ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีเมนูอะไรบ้าง

1. ซุปแตงโม

สูตรเด็ดอยู่นี่ > nospoonnecessary
chilled-watermelon-rose-soup-with-goat-cheese-pistachios-1431 (Copy)

2. แตงโมมะพร้าวมิลค์เชค

สูตรเด็ดอยู่นี่ >bakersroyale

creamy_watermelon_coconut_milkshake (Copy)


3. แตงโมแช่แข็งดิ้ปช็อคโกแล็ต

สูตรเด็ดอยู่นี่ > fromcalculustocupcakesfrozen-watermelon-2 (Copy)

4. พิซซ่าผลไม้

สูตรเด็ดอยู่นี่ > bakersroyale

fruit-pizza-bakers-royale1-630x945 (Copy)


5. หวานเย็นแตงโม Vodka

สูตรเด็ดอยู่นี่ > thelittleepicurean
kiwi-coconut-vodka-pops-1 (Copy)

6. น้ำแตงโมเพื่อสุขภาพ

สูตรเด็ดอยู่นี่ >soupaddict

vitamin-water-1-0813 (Copy)


7. พิซซ่าผลไม้ 2

สูตรเด็ดอยู่นี่ > fitnessfooddiva

watermelon_pizza_allofit (Copy)


8. สองแตงหวานเย็น

สูตรเด็ดอยู่นี่ > thecomfortofcooking

watermeloncucumberpopsicles-1_thumb (Copy)


9. แตงโม Cocktail bar

สูตรเด็ดอยู่นี่ > ahealthylifeforme

watermelon-feta-blackberry-skewers-ahealthylifeforme-4 (Copy)


10. น้ำแตงโมมะนาว

สูตรเด็ดอยู่นี่ >cookingclassy

watermelon-lemonade-srgb (Copy)


11. สลัดแตงโมซัลซ่า

สูตรเด็ดอยู่นี่ > gimmesomeovenwatermelon-salsa-2 (Copy)

12. สเต๊กแตงโม

สูตรเด็ดอยู่นี่ > potluck.ohmyveggies

wat-steakcrop (Copy)

รับรองว่าหวานฉ่ำถูกปากแน่นอน ลองเอาไปทำกันดูนะ ><

Cr.http://www.girlsallaround.com/watermelon-best-menu/