วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

3 ลุค 3 สไตล์ด้วยเครื่องสำอางเพียงแค่หลักร้อย!!

3-look-3-style

วันนี้เรามีสิ่งดีๆ มาฝากกันค่ะ ด้วยเทคนิคเมคอัพ 3 ลุค 3 สไตล์ ด้วยเครื่องสำอางหลักร้อย แปลกใหม่ตรงที่เราจะเทสเครื่องสำอางที่หลังมือกันให้สาวๆ ได้เห็นเนื้อผลิตภัณฑ์แบบเต็มๆ ไอเดียแนวคิดนี้ได้มาจากสาวชาวญี่ปุ่น จะเป็นอย่างไรบ้าง คุ้มค่าราคาแค่ไหนไปดูกัน

ลุคสีชมพูพีช ดูสุภาพอ่อนโยน

พีช
weheartit

เป็นลุคที่ดูสุภาพสาวหวาน ใช้บลัชออนจาก cezanne และยังเป็นได้ทั้งอายแชโดว์ให้กับในลุคนี้ด้วย กรีดตาบางๆ ด้วยสีน้ำตาลทำให้ไม่ดูคมเข้มจนเกินไปใช้ลิปบาล์มก็จะช่วยให้ลุคนี้ finish แล้ว
ชมพู
Cezanne Natural Cheek  ปัดแก้มโทนสีชมพูสุดน่ารัก ราคา 120 กว่าบาท
Canmake Gel liner เจลไลน์เนอร์สีน้ำตาลอมแดง ราคา 185 บาท
Revlon Just Bitten Kissable Balm Stain ลิปบาล์มเปลี่ยนสี ราคา 400 บาท

ลุคสีม่วงสุดเซ็กซี่ออกงานกลางคืน

ม่วง
40.media.tumblr,weheartit

ใครว่าออกงานกลางคืนแต่งยาก ในลุคนี้แต่งง่ายมากกกก เพียงแค่ลงอายแชโดว์สีน้ำตาลจาก addiction เป็นเบส และลงทับด้วยอายแชโดว์วิ้งวับสีม่วงโทนพาสเทลจาก INTEGRATE และสุดท้ายงานแก้มงานปากใช้ canmake cream cheek
ม่วง
Addiction eyeshadow อายแชโดว์โทนสีน้ำตาล ราคา 600 บาท
INTEGRATE eyeshadow อายแชโดว์สีม่วงประกายชิมเมอร์สุดวิ้ง ราคา 400 บาท
Canmake cream cheek ครีมบลัชสีสุดน่ารัก ราคา 300 บาท

ลุคน้ำตาลทองสุดหรู

น้ำตาล
img-g-web.memebox,dramafever

ลุคนี้มีความเรียบหรูอลังเว่อร์วังมากกกก และใช้เครื่องสำอางแค่หลักร้อยเท่านั้น ใช้อายแชโดว์จาก KATE คัดเบ้าและตกแต่งตา KATE ขึ้นชื่อว่าอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลมาก สาวๆ ต้องไปลองกันดู หลังจากนั้นคอนทัวร์และไฮไลท์ด้วย KATE ส่วนงานปากสุดแซ่บใช้ลิปสติกจาก RIMMEL
น้ำตาล
KATE TRAP IMPACT EYES อายแชโดว์สีน้ำตาลสุดฮิตจาก KATE ราคา 500 บาท
KATE contour and  hilight ราคา 500 บาท
RIMMEL lipstick ราคา 400 บาท

และยังมีลุคอื่นๆ ที่สาวๆ สามารถนำเทคนิคไปแต่งตามกันได้ ไอเดียนี้จะช่วยให้สาวๆ แต่งหน้ากันง่ายขึ้นมาก ลองเอาเทคนิคดีๆ ไปใช้ดูกันนะคะ




Cr.http://www.akerufeed.com/cosmetic/3-make-up-100-bath

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

กลูต้าไธโอนหลบไป! เทรนด์ใหม่ 12 วิธีทําให้ผิวขาวแบบธรรมชาติ แค่ทำตามนี้!


กลูต้าไธโอนหลบไป! เทรนด์ใหม่ 12 วิธีทําให้ผิวขาวแบบธรรมชาติ แค่ทำตามนี้!

วิธีทําให้ผิวขาว เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ หลายคนอยากรู้ ขอบอกว่าถ้าอยากขาว พลาด วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรานำมาฝากไม่ได้เด็ดขาดจ้า…

1. การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่าย ๆ แต่ได้ผล

การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา

3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้

5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดดทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า

6. ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลา และอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาด ๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด 20 นาทีก่อนออกแดดทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง

7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดยให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผัก-ผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่าย และยังมีแอนติออกซิแดนท์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย

9. วิตามินซีเพื่อผิวสวย วิตามินซีมีสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยสดใส ดังนั้นจึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะจากการทานผัก-ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว หรือหากได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอ ก็อาจจะทานวิตามินแบบเม็ดที่ขายในร้านขายยาก็ได้ วิธีทําให้ผิวขาว นี้จะช่วยในเรื่องผิวและมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่ายไปพร้อม ๆ กัน

10. การอบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส เป็นทั้ง วิธีทําให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีอบไอน้ำผิวหน้านั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งกะทะต้มน้ำจนเดือด จากนั้นน้ำกะทะมาวางบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าให้อยู่เหนือไอน้ำ ความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน และไอน้ำจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน

11. เมคอัพช่วยได้ ใช้ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง 1 ระดับสี และหลังจากแต่งหน้าแล้วให้นำพู่กันแตะแป้งกลิตเตอร์ประกายมุกปัดบริเวณหน้าผากและโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว

12. สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกัน มีดังนี้

– สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก

– โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม

– น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ

– น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ

– กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน

คราวนี้ก็โบกมือลาผิวคล้ำผิวหม่นหมองกันได้ง่าย ๆ แล้วค่ะสาว ๆ รับรองว่าแค่เลือกเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้ ผิวของคุณจะขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจนใครเห็นก็ต้องทักและขอสูตรผิวขาวกันเป็นแถว ๆ อิอิ ว่าแล้วก็อย่าลืมบอกต่อกันด้วยนะจ๊ะสาว ๆ

ที่มา...http://www.kaazip.com/5166

เทรนด์แต่งหน้า”orange wine” สวย น่ารัก และมีเสน่ห์

A55 (1)-side
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีเทรนด์การแต่งหน้าต่างๆ มาแนะนำสาวๆ กันอย่างมากมาย ดูๆ แล้วสาวๆ จะชื่นชอบการแต่งหน้าสไตล์โทนส้มกันมากๆ วันนี้เรา จึงจัดเทรนด์การแต่งหน้าสไตล์โทนส้มมาให้ได้ดูกันอีก แต่คราวนี้จะพิเศษหน่อยตรงที่เป็นแนว สีโทนส้มไวน์ สีส้มตุ่นๆ ผสมสีน้ำตาล ซึ่งพอแต่งหน้าสีโทนนี้ออกมา บอกได้เลยว่าเหมาะกับสาวเอเชียเป็นอย่างมาก จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันดีกว่า
SHHHHH

สีส้มที่อบอุ่นดูเป็นธรรมชาติ

A(55)
สีส้มไวน์ เป็นการรวมตัวของสีส้มและสีน้ำตาล โทนสีที่ออกมาจึงดูธรรมชาติ มีความสดใสเล็กๆ สาวเอเชียเหมาะกับการแต่งตาในสีส้มไวน์ แต่ถ้าสาวๆขี้เกียจผสมสีกันให้ยุ่งยาก ก็ลองเล่นสีน้ำตาลโทนส้มดูเพราะเดี๋ยวนี้สีน้ำตาลมีหลายเฉดสีให้เลือกเยอะมาก และมาดูกันดีกว่าค่ะว่า สีโทนส้มไวน์ สามารถแต่งลุคได้กี่หลากหลายสไตล์กัน

สไตล์สดใส น่ารัก

B(50)
large (9)
weheartit
tumblr_ntray7Pgb11s4s5szo1_1280
koreanfashionblog.tumblr
tumblr_nni7qdUDVK1tub6hqo1_1280
idolsgeneration.tumblr
สีส้มไวน์จะไม่ใช่สีโทนแต่งหน้าที่สดใสซะทีเดียว เพราะมีสีน้ำตาลมาเสริมลุคให้มีความละมุน ดึงความสวยหวานของสาวๆ มากขึ้น และสามารถแต่งในโทน every look ได้เลย เพราะดูไม่ฉูดฉาด มีความน่ารักซ่อนอยู่  สีส้ม-สีน้ำตาล เป็นสีที่เบสิคอยู่แล้ว สาวๆ สามารถ adapt ในการแต่งหน้าได้ทุกแนว
tumblr_o5234dNQ4P1qk6n4oo1_1280
ha-roro.tumblr
large (11)
weheartit

สไตล์สาวมั่น เท่ สุดเซอร์

D(40)
tumblr_mq5mgieScm1rcoad1o1_r1_500
kmagazinelovers.tumblr
large (10)
weheartit
tumblr_n0d1atPDO51r1obk0o1_500
koreanmodel.tumblr
หากสาวๆ คนไหนมีฝีมือในการแต่งหน้าที่เก่งพอสมควรแล้ว สามารถแต่งโทนสีส้มไวน์ที่หนักลงไปอีก เน้นช่วงตาให้เข้ม สีสันที่จัดจ้านของสีส้มปนน้ำตาลของสีส้มไวน์จะเสริมลุคให้ดูเท่ มีสไตล์

สไตล์สาวสุดเซ็กซี่

E(41)
cats(104)
03e61020783c5a982abaa049c363e2ce
haircolorsideas
สีส้มไวน์จะช่วยให้ใบหน้าของสาวๆมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยถ้าสาวๆ อยากได้ลุคนี้ เน้นการกรีดอายไลเนอร์ที่ดูคมและโฉบเฉี่ยวบวกกับขนตาที่วิ้งๆ นิดๆ  ก็จะช่วยให้ลุคนี้แซ่บและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ทริคเล็กๆน้อยๆกับการแต่งตาสีส้มไวน์

C(49)
ขั้นที่ 1 ลงสีน้ำตาลอ่อนเพื่อเป็นเบสให้ทั่วเปลือกตา
ขั้นที่ 2 เลือกสีน้ำตาลอมส้มทาเปลือกตาเน้นตรงกลางเพื่อสร้างมิติ
ขั้นที่ 3 เลือกสีน้ำตาลเข้มแนวโทนเดียวกับสี e  ขีดแนวรอบขอบตาบน กรีดกางออกมาเล็กน้อย
ขั้นที่ 4 ใช้สีเข้มสีดำเก็บปลายขอบตาให้ตาดูคมเข้มและหนายิ่งขึ้น
ขั้นที่ 5 ใช้สีประกายทองขีดขอบตาล่างเพื่อให้ดวงตาดูสดใส
f(15)
“สีส้มไวน์” ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าลองไปแต่งมากๆ ให้ลุคที่สวยน่าค้นหาขนาดนี้สงสัยต้องตามเทรนด์นี้แล้วหล่ะ
cr.http://www.akerufeed.com/cosmetic/orange-wine

เปิดกรุ..โฟมล้างหน้าสุดฮิต...ตัวไหนดี ตัวไหนเด็ด....มาดูกัน!!


เปิดกรุ..โฟมล้างหน้าสุดฮิต...ตัวไหนดี ตัวไหนเด็ด....มาดูกัน!! 

สวัสดีค่ะทุกคนนนน พบกับบีบีกันอีกแล้วนะคะ หลังจากกลับจากการไปเที่ยววันหยุดยาวมา ร่างกายเฟรชเต็มที่ เลยขนโฟมล้างหน้าหลายๆ แบรนด์มาเปิดกรุรีวิวแบบจัดหนักจัดเต็มให้ดูกัน

ว่ากันด้วยโฟมล้างหน้านี่นับเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ อีกอย่างหนึ่ง และนับเป็นขั้นตอนแรกในการดูแลผิวเลยด้วย เพราะว่าการทำความสะอาดผิวที่ดี หมดจด ย่อมเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสู่การบำรุงผิวที่ดีในลำดับต่อไปด้วย โดยเฉพาะคนหน้ามันอย่างบีนี่โฟมล้างหน้าคุมมันนี่ขาดไม่ได้จริงๆ


เอาล่ะ หลังจากบีได้ลองใช้โฟมล้างหน้ามาอย่างหลากหลายตัว วันนี้ก็ถึงเวลาที่จะมารีวิวแบบเป็นจริงเป็นจังกับเค้าสักที ขอคัดๆ ตัวฮอตตัวฮิตที่ขายดี และมีคนแนะนำเยอะๆ มารีวิวแล้วกันเนอะ เพราะบีก็แอบซื้อตามรีวิวของคนอื่นๆ มาใช้นั่นแหละ ใช้แล้วก็รู้สึกว่า ที่เค้ารีวิวว่ามันดีนักดีหนา มันดีจริงๆ อย่างที่ว่ากันนั่นแหละ 555

แต่เดี๋ยวก่อนๆๆ วันนี้ขอไม่รีวิวแค่ความรู้สึกส่วนตัวเนอะ เพราะแอบไปเจอคลิปทดลองการอุดตันผิวของโฟมล้างหน้าจากคลิปที่ฝรั่งเค้าทำกัน บีเองก็อยากจะทดลองบ้างงงงง บีทดสอบด้วยวิธีง่ายๆ คือ

1.   บีจะเอาเกลือมาละลายน้ำ โดยที่เกลือเนี่ยจะแทนเหงื่อหรือความมันบนหน้าเรา
2.   จากนั้นก็บีบโฟมล้างหน้าในปริมาณเท่ากัน คนๆๆๆ วนไปค่ะ คนวนไปค่ะ คนจนกว่าโฟมจะละลาย
3.    เอาที่กรองมากรองดูตะกอนที่หลงเหลืออยู่ มาดูกันง่ายๆ เลย ว่ายี่ห้อไหนตะกอนน้อยสุด

บีสรุปง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าเกิดว่าแบรนด์ไหนเหลือตะกอนเยอะเนี่ย ก็คือมันมีโอกาสที่จะไปอุดตันรูขุมขนบนใบหน้าเราได้มากกว่ายี่ห้ออื่นๆ ไปดูผลทดสอบกันเล้ยยยยย

Smooth E White Babyface Foam

เนื้อโฟมออกขาวๆ มีความสีมุกหน่อยๆ มีกลิ่นแบบชัดเจนตามสไตล์ของสมูธอีค่ะ อารมณ์แบบสูดกลิ่นแล้วจำได้เลย ว่านี่แหละสมูธอี กลิ่นจะหอมๆ แต่บีไม่แน่ใจว่ามีส่วนผสมของน้ำหอมรึเปล่า สูตรนี้เป็น 4 in 1 ด้วยนะคะ คือเป็นทั้งคลีนเซอร์  ไวท์เทนนิ่ง โทนเนอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ คือช่วยทั้งการทำความสะอาดและบำรุงผิว ยูนีคอย่างนึงของแบรนด์นี้ คือเค้าไม่มีฟองเนอะ  

ความรู้สึกหลังใช้บีรู้สึกว่าหน้าจะลื่นๆ นะคะ ไม่ตึง ไม่แห้ง แต่ถ้าใครไม่ชินอาจถูๆ หลายรอบ เพราะรู้สึกว่าออกไม่หมด555 แต่จริงๆ ลื่นๆ แบบนี้รักษาผิวได้ดีเนอะ


ผลทดสอบ >> มีตะกอนนี๊ดนึงงงง ละลายเกือบหมด ถ้าใช้กับผิวนี่คือต้องใช้ได้เลยไม่อุดตัน
Hada Labo

ตัวนี้บีชอบมากกก ตรงที่ใช้แล้วหน้าลื่นๆ ผิวมีความชุ่มชื้นหลังใช้ สำหรับตัวนี้ไม่มีกลิ่นอะไรใดๆ นะคะ ฟองเยอะดีด้วย ใช้แล้วนุ่มขึ้นจริงๆ  สูตรนี้เป็นสูตรอ่อนโยนเนอะ บีชอบอะไรที่เป็นสูตรอ่อนโยนเพราะเหมือนช่วยป้องกันในระดับนึงว่าเราน่าจะไม่แพ้ เพราะผลิตภัณฑ์บางอย่างมันทดลองไม่ได้ง่ายๆ เหมือนพวกลิปสติก อายแชโดว์นี่นา เซฟได้ก็ต้องเซฟเนอะ


ผลทดสอบ >> ตัวนี้เรื่องการไม่อุดตัน น่าจะดีงามพระรามแปดเลย เพราะละลายเกือบหมด แทบไม่เหลือตะกอนไว้เลยค่ะ
Seoul Stone

เนื้อโฟมสีออกน้ำตาลอ่อนๆ ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นอ่อนๆ เดาว่ามาจากพวกแร่ธาตุ หินบลาๆ ที่เค้าใช้เป็นส่วนผสม ใช้แล้วรู้สึกสะอาดค่ะ ผิวไม่แห้งตึง มีส่วนผสมของแร่เจจูจากเกาหลีและเทคโนโลยี Salvona ที่เค้าเคลมว่ามันจะเหมือนมีแคปซูลมาเกาะที่หน้าหลังล้างเสร็จและพอถึงในช่วงที่เราเริ่มหน้ามันระหว่างมัน มันจะทำปฎิกิริยา แล้วแคปซูลจะแตกออกปล่อยสารคุมมันและสารบำรุงผิวออกมา ฟังแล้วแบบ เห่ยย มันทำได้ขนาดนั้นเลยหรอแต่ก็รู้สึกคุมมันได้มากขึ้นจริงๆ นะ รู้สึกจะเป็นสูตรสำหรับคนผิวแพ้ง่ายด้วยค่ะ


ผลทดสอบ >> มีตะกอนนิ๊ดนึงค่ะ นอกนั้นละลายเกลี้ยง ในส่วนของการอุดตัน บีว่าน่าจะโอเลยเลยนะ ไม่มีปัญหา ผ่านค่ะ!!
Neutrogena Deep Clean Hydrating

เนื้อโฟมสีฟ้า~ มีกลิ่นนิดหน่อยค่ะ ไม่แรงมาก ถูๆ แล้วฟองเริ่มฟู บีใช้แล้วรู้สึกว่าหลังล้างเสร็จรู้สึกสะอาดเลย ล้างเครื่องสำอางได้หมดจดจริงๆ ค่ะ แต่มีผิวตึงๆ บ้าง แต่ไม่ได้แห้งผาก แต่ก็ดังเอี๊ยดๆ 555 ใครหน้ามันน่าจะถูกใจน่าดู แต่ผิวผสมแบบบีอาจต้องระวังนิดนึงตรงช่วงแก้มเนอะ บีเลยใช้ส่วนหน้าผาก คาง จมูกมากกว่า คุมมันได้ดีสมคำร่ำลือเลยแหละ


s.jeban.com
ผลทดสอบ >> ตัวนี้ตะกอนพรึ่บพรั่บค่อนข้างเยอะกว่าตัวอื่นๆเลย บีเลยไม่แน่ใจว่าถ้าใช้ไปแล้วจะอุดตันรึป่าว แต่เห็นเพื่อนบีก็ใช้กันเยอะนะคะ
Senka Perfect Whip

อันนี้เคยรีวิวไปแล้วครั้งนึง เป็นโฟมล้างหน้าประจำตัวบีเลยนะ บีใช้บ่อยมาก ใช้แล้วใช้อีก หมดแล้วซื้อใหม่หลายรอบมากๆ เพราะว่ามันดีงามจริงๆ ตัวนี้มีกลิ่นอ่อนๆ แทบไม่ได้กลิ่นเลยแหละ หลังล้างหน้าจะไม่ลื่น แต่ก็ไม่แห้ง รู้สึกสะอาด ฟองเยอะมากกก จริงๆ ญี่ปุ่นเค้าเน้นโฟมฟองแบบนี้เนอะ เพราะลดการเสียดสีของผิวด้วย บีเคยดูในคลิปของญี่ปุ่น มีการทิ้งฟองแบบนี้ไว้บนหน้า 4-5 นาที เพื่อให้ฟองไปเอาสิ่งสกปรกที่ตกค้างในผิวออกมาด้วย ตัวนี้ใช้แล้วสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มขึ้นจริงๆ แบบเด้งดึ๋งๆ แต่แอบเอี๊ยดไปนิดนึงงง


ผลทดสอบ >> พลิกล็อคและตกใจมากกก พอสมควรเลยค่ะ สำหรับตะกอน เพราะค่อนข้างละลายน้อยมาก แต่โดยส่วนตัวบีใช้ตัวนี้สิวก็ไม่ค่อยขึ้นนะ เลยคิดว่าการทดสอบนี้ แม้บางตัวจะมีตะกอน แต่เมื่อเทียบกับน้ำมันบนผิวและสิ่งอุดตันต่างๆ จริงๆ นั้น ปริมาณอาจไม่เท่ากัน

ดังนั้นตะกอนที่เยอะจึงไม่ได้หมายความว่าจะอุดตันผิวมากๆเสมอไป ส่วนตัวที่ตะกอนน้อยๆ นี่ก็ดีใจได้เลย ว่าไม่อุดตันผิวอย่างแน่นอนเนอะ

เป็นยังไงบ้างคะ ผลลัพธ์เรื่องการอุดตันรูขุมขนออกมาให้เห็นแบบชัดเจนขนาดนี้แล้วววว มีตัวไหนที่เพื่อนๆ เล็งไว้ว่าอยากจะจับจองเป็นเจ้าของแล้วหรือยัง

โฟมที่ไม่อุดตันรูขุมขน ก็ทำให้เรามั่นใจได้เนอะว่าผิวเราจะไม่แพ้ ไม่เป็นสิวผด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้เรามั่นใจในผลิตภัณฑ์ค่ะ ^^


แหล่งข้อมูล...http://www.meawza.com/s/63685

กรดไหลย้อน ท้องอืด หายได้ ด้วยน้ำกะเพรา (สมุนไพรไทย)


กรดไหลย้อน ท้องอืด หายได้ ด้วยน้ำกะเพรา (สมุนไพรไทย)

คำแนะนำ ผู้เขียนขอแนะนำให้ผู้ที่เข้ามาหาความรู้บนเว็บไซต์ ให้ความสำคัญกับอาการและสาเหตุที่เป็นโรค เพื่อปรับวิถีชีวิตหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดโรค

อาการเตือนเบื้องต้นก่อนจะเป็นโรคท้องอืด (สังเกตจากตัวผมเอง)

1. มีอาการเรอหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ และเริ่มเหม็นเปรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ หรือเรอเมื่อยังไม่ได้ทานอาหาร (เรอก่อนทานอาหาร เรอขณะท้องว่าง)
2. ไม่มีการผายลมมาหลายวัน
3. เริ่มรู้สึกปวดท้องเล็กๆน้อยๆ หลังจากกินอาหารเสร็จ เริ่มจุกที่ลิ้นปี่
สูตรนี้ได้มาจาก นพ.เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์ (ซึ่งผมฟังต่อๆกันมาจากเพื่อนๆอีกที)

วิธีทำน้ำกะเพรา

1. นำกะเพรา 1 กำ (ทั้งลำต้นและใบ) ประมาณ 1 ขีด มาล้างให้สะอาดด้วยน้ำจุลินทรีย์ EM (แช่ 1 ช.ม.)หรือน้ำยาล้างผักเพื่อล้างยาฆ่าแมลงออก (ปัจจุบันนี้ พ.ศ. 2553 ผมปลูกต้นกะเพราขาวและต้นกะเพราแดงไว้ที่หน้าบ้านด้วยครับ)
2. ใส่น้ำ 2 – 3 ลิตรลงในหม้อ นำกะเพราใส่ลงไปทั้งหมด ทั้งลำต้นและใบ
3. ปิดฝาหม้อ ใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ต้มประมาณ 15 – 20 นาที พอน้ำเดือดปุ๊บให้ปิดแก๊สทันที ข้อมูลเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผม หากใช้ไฟอ่อนเกินไป ฤทธิ์ยาในกะเพราจะไม่ออกมา ควรกะปริมาณไฟที่ต้ม ให้น้ำเดือดภายใน 15 – 20 นาที
4. ดื่มหลังอาหาร 1 แก้ว 250 ml (อ่านตรง ปล. ต่อ)
5. ถ้าน้ำกะเพราเย็นลง หรือ ดื่มไม่หมด ไม่ต้องอุ่นหรือต้มซ้ำ ให้แช่เย็นไว้ดื่ม เพื่อไว้ดื่มได้หลายๆวัน ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับคนธาตุเย็น อย่างเช่นตัวผมเอง ผมจะไม่ดื่มน้ำกะเพราเย็น แต่จะตั้งน้ำกะเพราทิ้งไว้ให้หายเย็นก่อน แล้วค่อยดื่ม เพราะหลังรับประทานอาหาร ถ้าผมดื่มน้ำเย็นหรือทานของเย็นๆ ผมจะท้องอืดอาหารไม่ย่อยครับ

ปล.

1. ถ้าใช้กะเพราแดงจะได้ผลดีกว่า
2. จำไว้ว่า กะเพราเป็นสมุนไพรธาตุร้อน ถ้าดื่มน้ำกะเพราไปแล้วเกิดอาการร้อนใน ให้ลดปริมาณน้ำกะเพราลง
3. อาการหนักประมาณ 6 – 8 แก้ว และหลังจากวันแรกที่ดื่ม ถ้าอาการทุเลาให้ลดปริมาณน้ำกะเพราลง ดื่มเฉพาะหลังอาหาร มื้อละ 1 – 2 แก้ว แต่ไม่ควรเกิน 4 แก้วต่อวัน
4. ยาสมุนไพรไทย ใช้เวลารักษานานถึงจะหาย ต้องกินเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องทานยาเคมีสังเคราะห์เข้าช่วยเลย
ประโยชน์ของกะเพรา

กะเพราช่วยขับลม เป็น Buffer ปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยเร่งการย่อยอาหาร ได้ผลดีเยี่ยมกับคนที่เป็นโรคในลำไส้เล็ก เช่น จุกเสียดในลำไส้เล็ก (โรคนี้เวลาเป็นเหมือนถูกแทงด้วยหลาว นั่งอยู่ดีๆก็เจ็บเหมือนถูกแทง หรือถูกต่อย)

น้ำกะเพราเหมาะสำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อนที่มีอาการท้องอืดร่วมด้วยเป็นประจำ

การดูแลตนเองสำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืด จุก เสียด แน่นเฟ้อ และกรดไหลย้อน (ข้อมูลนี้ได้มาจากประสบการณ์ของผู้ป่วย)

1. รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ไม่ทานลูกอมรสต่างๆ เช่น รสเปรี้ยว ที่ผสมสารสังเคราะห์
2. ไม่รับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดและเปรี้ยว แม้เพียงเล็กน้อย (ข้อนี้สำคัญ)
3. ไม่รับประทานอาหารมัน เช่น กล้วยแขก มันทอด ปอเปี๊ยะทอด และของหมักดอง เช่น ผลไม้ดองต่างๆ (ข้อนี้สำคัญ)
4. ไม่ควรรับประทานอาหารรสหวาน ที่มีน้ำตาลปริมาณมาก เช่น ขนมหวาน, น้ำหวาน, น้ำอัดลม (ข้อนี้สำคัญ)
5. งดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ ชาและกาแฟก็ควรงด (ข้อนี้สำคัญ)
6. ไม่รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นจำนวนมาก ควรทานเนื้อปลา หรือถั่ว (ข้อนี้สำคัญ)
7. ควรรับประทานผัก เน้นเป็นผักต้ม (ผักสดควรรับประทานแต่น้อย) เพื่อให้มีการขับถ่าย ไล่ลมออกจุลินทรีย์ได้ทำงาน (ข้อนี้สำคัญ)
8. ไม่ควรรับประทานผลไม้ประเภทย่อยยาก เช่น ฝรั่ง, มะม่วง
9. ควรทานผลไม้ประเภทย่อยง่าย และมีกากใยสูง และไม่มีน้ำตาล ผลไม้ที่แนะนำ เช่น ส้ม ชมพู่ แตงไทย แคนตาลูป และห้ามทานฝรั่ง แตงโม แก้วมังกร มะเขือเทศโดยเด็ดขาด
10. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ประมาณ 100-200 ครั้งต่อ 1 คำ หรือ 3 นาทีต่อ 1 คำ (ข้อนี้ช่วยได้มาก)
11. ไม่รับประทานอาหารจนเต็มกระเพาะอาหาร (ข้อนี้สำคัญเช่นกัน)
12. ใช้เวลารับประทานอาหารในแต่ละมื้อประมาณ ครึ่ง – หนึ่งชั่วโมง
13. หลังรับประทานอาหารเสร็จ ให้ดื่มน้ำเปล่าแต่น้อย หลังจากนั้นอีกประมาณ ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงให้ดื่มน้ำกะเพรา เพราะน้ำกะเพราจะช่วยขับลม และช่วยเร่งการย่อยอาหาร (ข้อนี้สำคัญ)
14. แกว่งแขนหลังรับประทานอาหารเสร็จในแต่ละมื้อ ช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้มีการเคลื่อนไหว(ข้อนี้สำคัญมากๆเช่นกัน)
15. ตอนเย็นให้รับประทานอาหารย่อยง่ายๆเท่านั้น เช่น โจ๊ก, ข้าวต้ม (ข้อนี้สำคัญมากๆเช่นกัน)
16. ทานอาหารเสริมประเภทเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ ไม่ควรทานนมเปรี้ยวหรือโยเกริต์ เนื่องจากนมทำให้บางท่านท้องอืดได้
17. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งทุกเช้า หรือวิ่งในช่วงเย็น อย่างน้อย 2.0 – 3.0 กิโลเมตร หรือเดินในช่วงเย็น เพื่อให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว (ข้อนี้สำคัญ)
18. อดทนในเรื่องไม่ทานอาหารจุกจิก ไม่เป็นเวลา ไม่เป็นมื้อ สหายธรรมของผมที่เป็นคนสูงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ทุกคนรักษาโรคนี้ด้วยการทานอาหารเป็นมื้อทั้งหมดทุกคนครับ (ข้อนี้สำคัญเช่นกัน)
19. ท่องไว้ในใจเสมอว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” มีเงินทำไม ถ้าไม่ได้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์

ถ้าเป็นโรค ใช้เวลาและเงินดูแล – ซื้อสุขภาพจะดีกว่า เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ก็เพียงพอแล้วครับ
ป.ล. เกือบ 2 ปีแล้วครับ ที่ผมไม่ได้เป็นโรคท้องอืด กรดไหลย้อนเลยครับ เพราะผมเคร่งครัดในการรับประทานอาหาร ปรับปรุงพฤติกรรมใหม่ทั้งหมดอย่างเคร่งครัด

ที่มา...http://www.naarn.com/7897/