วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

5 ท่าบริหาร เบิร์นแคลอรี แค่ 10 นาที ก็หุ่นเฟิร์มได้


อยากออกกำลังกาย แต่ไม่มีเวลา ประโยคยอดฮิตของ working woman ทั้งหลาย เชื่อว่าสาวๆหลายคนอยากออกกำลังกายให้หุ่นเฟิร์มกันทั้งนั้น 
แต่ปัญหาคือ สถานที่และเวลาช่างไม่เหมาะเอาซะเลย การเข้ายิมครั้งละนานๆกับเทรนเนอร์เพื่อเบิร์นไขมันในแต่ละวันนั้นดูจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับสาวๆที่ยุ่งกับงานทั้งวัน บอกลาปัญหานี้ไปได้เลย 

เพราะวันนี้เราได้นำการออกกำลังกายเพื่อเบิร์นแคลอรีมาฝากสาวๆ ที่สำคัญ ทำได้ที่บ้าน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ แถมใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ก็สามารถออกกำลังได้เกือบทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว 


1. Jumping Jacks ท่ากระโดดตบง่ายๆที่เคยทำมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ใครจะรู้ว่ามันก็ช่วยเบิร์นไขมันได้ดีเหมือนกันนะ ให้สาวๆกระโดดตบเป็นเวลา 30 วินาที จุดสำคัญคือพยายามหายใจให้สม่ำเสมอ และใช้ปลายเท้าในการรับน้ำหนักตัวแทนที่จะใช้ส้นเท้า ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดนะจ๊ะสาวๆ 


2. High knees ท่านี้ เป็นการวิ่งอยู่กับที่ เพียงแต่ต้องยกเข่าขึ้นมาให้อยู่ในระดับสะโพกในจังหวะที่ยกขาขึ้น ย่ำสลับกันซ้ายขวาโดยรักษาระดับความสูงของเข่าไว้ให้คงที่ ทำให้ครบ 30 วินาที 


3. Squat Jumps ท่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างการทำสควทและการกระโดด เริ่มจากยืนแยกปลายเท้าห่างกันเท่ากับช่วงสะโพก หลังตรง จากนั้นค่อยๆย่อตัวลงไปทำการสควอทตามปกติ 

และเมื่อถึงจังหวะที่เราจะยืดตัวขึ้นจากการทำสควอท แทนที่จะกลับไปยืนนิ่งๆเหมือนท่าเริ่ม ให้สาวๆยืดตัวขึ้นพร้อมกระโดดให้ปลายเท้าลอยจากพื้นเล็กน้อยแทน กระโดดเบาๆจากนั้นย่อตัวสลับกลับมาทำสควอทใหม่อีกรอบ ทำสลับกันไปจนครบ 30 วินาที 


4. Alternating Lunges เริ่มจากยืนตัวตรงเท้าชิด จากนั้นให้ก้าวขาซ้ายออกไปวางด้านหลัง (ให้แนวขาที่ก้าวออกไปอยู่ในแนวตรง ไม่เฉียงนะคะ) พร้อมงอเข่าด้านขวาและลำตัวลง จนต้นขาด้านขวาขนานกับพื้น (ลักษณะของขาขวาในstepนี้จะมีลักษณะคล้ายตัว L คว่ำ) 

ส่วนขาซ้ายให้ใช้ปลายเท้ารับน้ำหนักตัวไว้ งอเข่าซ้ายจนเกือบแตะพื้น (ลักษณะของขาซ้ายในstepนี้จะคล้ายกับตัว L หงาย ตรงข้ามกับขาขวานั่นเองค่ะ) ค้างไว้ประมาณหนึ่งวินาทีสั้นๆ ก่อนจะดึงขาซ้ายกลับไปยังท่าเริ่มต้น จากนั้น ทำในลักษณะเดิมเพียงแต่สลับเป็นก้าวขาขวาไปด้านหลังแทนขาซ้าย ทำสลับกันซ้ายขวาไปเรื่อยๆจนครบ 30 วินาที 

สำหรับท่านี้มือทั้งสองข้างสามารถปล่อยลงขนาบข้างลำตัวสบายๆหรือจะประสานกันยกไว้ในระดับอกเพื่อช่วยในการทรงตัวก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ 


5. Squat Taps เป็นผสมผสานระหว่างการทำสควอทและการแตะขา เริ่มจากทำท่าสควอทปกติ แต่ในจังหวะที่เรายืดตัวขึ้นนั้น ให้ยกขาขวาเฉียงออกไปด้านขวาแล้วแตะพื้น จากนั้นดึงขาขวากลับมาที่เดิม ก่อนจะทำการย่อตัวลงและสควอทอีกครั้ง 

และเมื่อยืดตัวขึ้น ให้เปลี่ยนเป็นการก้าวขาซ้ายเฉียงออกไปแตะพื้นด้านซ้าย ก่อนจะดึงขาซ้ายกลับมาที่เดิม และให้สลับไปทำสคอทอีกครั้ง ทำสลับกันซ้ายขวาจนครบ 1 นาที 

http://www.bedtaledidea.com/2015/09/5-10.html

แจกฟรี ! สูตรหมักไก่ย่างเงินล้าน รสเด็ด อร่อยถูกใจ สามารถเอาไปสร้างอาชีพได้เลย


แจกฟรี! สูตรหมักไก่ย่างเงินล้าน รสเด็ด อร่อยถูกใจ สามารถเอาไปสร้างอาชีพได้เลย

พูดถึงไก่ย่าง เพื่อน ๆ ต้องเคยลองทานมาแล้วหลายแบบ หลายรสชาติ แต่ไก่ย่างที่พบเห็นและทานกันบ่อยๆ คงหนีไม่พ้น ไก่ย่างพังโคน ไก่ย่างวิเชียรบุรี หรือไก่ย่างต่าง ๆ ที่มีขายตามร้านข้างทาง ด้วยรสชาติที่หอม กรอบ อร่อย ทำให้กลายเป็นเมนูอาหารที่คนนิยมทางเป็นอย่างมาก 

บทความนี้เราก็ได้มาแจกสูตรหมักไก่ย่าง ที่มีรสชาติหอม กรอบอร่อยเช่นกัน ให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปทำทาน และทำขายสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพหลักกันไปเลย


วัตถุดิบและส่วนผสม

- น่องไก่ 4 ชิ้น
- รากผักชี
- พริกไทย
- กระเทียม
- ซีอิ้วขาว
- เหล้าจีน
- น้ำผึ้ง

วิธีการทำไก่ย่าง

1. ล้างน่องไก่ให้สะอาด นำรากผักชี พริกไทย และกระเทียม มาตำให้ละเอียด แล้นำมาผสมกับซีอิ้วขาว เหล้าจีน และน้ำผึงในชาม ( ปริมาณกะเอาให้พอดีในการหมักกับน่องไก่ ) 


2. นำน่องไก่มาคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเครื่องปรุง 


3. นำน่องไก่ไปย่างที่เตา โดยใช้อุณหภูมิประมาณ 200 C ไม่ควรให้ไฟโดนไก่โดยตรง ย่างไปประมาณ 40 นาที จนไก่สุกทั่ว และเนื้อข้างในชุ่ม 




เสร็จแล้วก็พร้อมเสิร์ฟ ทานกับข้าวเหนียวร้อน ๆ และจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว สำหรับใครที่กำลังหาอยู่ว่าจะขายอะไรดี ลองนำสูตรหมักไก่ย่างนี้ไปทำขายดูกันก็ได้นะครับ

CR. http://www.bedtaledidea.com/2017/02/blog-post_24.html

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

9 ประโยชน์มหัศจรรย์ของน้ำมะนาว ทำดื่มเองง่ายๆ ร่างกายไม่เจ็บป่วย


9 ประโยชน์มหัศจรรย์ของน้ำมะนาว ทำดื่มเองง่ายๆ ร่างกายไม่เจ็บป่วย

ประโยชน์ 9  ข้อ ของการดื่มน้ำมะนาว
1. ดื่มน้ำมะนาวช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมะนาวนั้นอุดมไปด้วยไฟเบอร์ เพคติน จะช่วยลดความ อยากอาหาร

2. ช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น น้ำมะนาวจะไปกระตุ้นตับให้หลั่งกรดย่อยอาหาร

3. ช่วยให้ผิวสะอาด วิตามินซีจะช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ช่วยลดสารพิษในเลือดที่จะส่งผลต่อสุขภาพ

4. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เรารู้กันดีว่าในน้ำมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยต่อสู้กับโรคหวัด และมีโพแทสเซียมซึ่งจะไปช่วยกระตุ้นสมอง ระบบประสาท และควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ และยังช่วยลดอาการติดเชื้อ ภูมิแพ้ แผลหายเร็ว

5. ช่วยลดปัญหาทางเดินหายใจ ชงน้ำมะนาวกับน้ำร้อน จิบบ่อยๆ ช่วยลดอาการไอเนื่องจากระคายคอ จะยังช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หายใจหายคอโล่งสะดวกขึ้นมาก

6. ช่วยให้ร่างกายมีสมดุล น้ำมะนาวเป็นน้ำที่มีความเป็นด่างมาก หากต้องการลดภาวะเลือดเป็นกรด ก็เลือกจิบน้ำมะนาว (กรดซิตริกในน้ำมะนาวไม่ได้สร้างความเป็นกรดในร่างกาย)

7. ช่วยขับปัสสาวะทำให้สารพิษบางส่วนออกไปพร้อมกับปัสสาวะ

8. ดื่มน้ำมะนาวแทนกาแฟในยามเช้า จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

9. ลดอาหารปวดฟัน ลดการอักเสบของเหงือก แต่!! กรดซิตริกอาจจะกร่อนเคลือบฟันของคุณ

*****ภาวะเลือดเป็นกรด (acidosis หรือ hypo-Alkalinity)” จะทำให้ร่างกายมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย หิวง่าย เจ็บคอหอยหรือรู้สึกร้อนในช่วงอก บ้างก็มีอาการเวียนหัว รู้สึกอยากอาเจียน หรือปวดหัว นอนไม่หลับ เป็นต้น*****


Cr. แหล่งข้อมูลที่มา http://health.spokedark.tv
Cr. เพจ เอิงเอย นลินษิตา แสนสามารถ

5 สูตรแก้ผมมันเยิ้มม...วิธีง่ายๆ แต่เห็นผลเร็วมาก!!


ปัญหาผมมันเยิ้มม...กำลังสร้างความหนักใจให้คุณมากใช่ไหม? ผมมัน มีสาเหตุมาจากต่อมน้ำมันใต้รูขุมขนบนหนังศีรษะของเราผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จนทำให้หนังศีรษะและเส้นผมมันเยิ้ม จนทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาผมมัน ลีบแบน และจัดทรงยาก 

สำหรับวิธีการแก้ปัญหาผมมันและการป้องกันหนังศีรษะมันนั้น เรามาเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาผมมันเบื้องต้นกันก่อนค่ะ

1. สระผมทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ด้วยแชมพูสำหรับผมมันโดยเฉพาะ และไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดผม หรือหากมีผมแห้งที่ปลายผม ควรใช้ครีมนวดผมที่ปลายผมเท่านั้น 

2. หลีกเลี่ยงการหวีผมหรือแปรงผมบ่อยๆ เพราะการหวีผมหรือแปรงผมจะกระตุ้นหนังศีรษะให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น 

3. พยายามไม่เครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากความเครียดจะส่งผลโดยรวมต่อสุขภาพ และลดปริมาณเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะ 

เมื่อทราบถึงวิธีดูแลผมมันในเบื้องต้นแล้วนั้น เบ็ดเตล็ดไอเดีย ขอแนะนำเคล็ดลับแก้ผมมัน‎ดีๆที่คุณก็สามารถทำได้เองจากที่บ้าน ถ้าพร้อมกันแล้วมาพบกับสูตรแก้ผมมันกันเลยค่ะ 

สูตรแก้ผมมัน 1. น้ำมะนาว + น้ำกลั่น เพียงแค่นำน้ำมะนาวจำนวน 7 ช้อนโต๊ะ ไปผสมกับน้ำกลั่น 1/2 ถ้วย แล้วนำมาโชลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมนวดด้วยปลายนิ้วเบาๆ หมักทิ้งไว้สัก 2 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะช่วยให้ผมค่อยๆหายมัน และยังทำให้เส้นผมนุ่มสลวยดูสะอาดสะอ้านมากขึ้นอีกด้วยค่ะ 

สูตรแก้ผมมัน 2. น้ำมะนาว + ไข่ไก่ เพียงแค่นำเอามะนาว 1 ลูก บีบเอาแต่น้ำ จากนั้นก็ไข่ไก่จำนวน 2 ฟอง มาสผสมให้เข้ากันกับน้ำมะนาวจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อได้แล้วก็นำมาหมักผมให้ทั่วศีรษะแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น จากนั้นก็สระผมให้สะอาดด้วยแชมพูสำหรับผมมันค่ะ 

สูตรแก้ผมมัน 3. น้ำมะนาว + โยเกิร์ต + ผงฟู เพียงแค่นำเอามะนาว 1 ลูก บีบเอาแต่น้ำ จากนั้นก็นำไปผสมกับโยเกิร์ตจำนวน 1 ถ้วย และผงฟู 1 ช้อนชา คนส่วนผสมทั้งหมดให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาชโลมเส้นผมให้ทั่วหนังศีรษะ แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เมื่อครบเวลาแล้วก็ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น จากนั้นก็สระผมให้สะอาดด้วยแชมพูสำหรับผมมันค่ะ 

สูตรแก้ผมมัน 4. ว่านหางจระเข้ + มะนาว เพียงแค่นำเอาเนื้อว่านหางจระเข้ จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ ไปผสมกับน้ำมะนาวจำนวน 1/2 ช้อนโต๊ะ เมื่อได้แล้วก็บดส่วนผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมเหลวๆ จากนั้นก็นำไปทาให้ทั่วเส้นผมและบริเวณหนังศีรษะ นวดเบาๆแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เมื่อครบเวลาแล้วก็ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น จากนั้นก็สระผมให้สะอาดด้วยแชมพูสำหรับผมมันค่ะ 

สูตรแก้ผมมัน 5. น้ำส้มสายชู + น้ำเปล่า เพียงแค่นำเอาน้ำส้มสายชูจำนวน 1 ส่วน ไปผสมกับน้ำเปล่าจำนวน 4 ส่วน แล้วนำมาโชลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมนวดด้วยปลายนิ้วเบาๆ หมักทิ้งไว้สัก 2 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเย็นค่ะ 

Cr.http://www.bedtaledidea.com/2015/05/5_86.html

ไม่รวยตอนนี้ จะไปรวยตอนไหน! แจก 3nสูตรน้ำเต้าหู้เจ้าเก่า ขายดีมากๆ บอกทุกขั้นตอนไม่กั๊ก


ไม่รวยตอนนี้ จะไปรวยตอนไหน! แจก 3nสูตรน้ำเต้าหู้เจ้าเก่า ขายดีมากๆ บอกทุกขั้นตอนไม่กั๊ก

สำหรับใครที่เบื่องานประจำ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือต้องการหารรายได้เสริมฟังทางนี้ให้ดี เพราะเรามีอีกหนึ่งทางเลือกนั่นก็คือการทำน้ำเต้าหู้ขายมาบอก


น้ำเต้าหู้ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีประโยชน์ ทานแล้วอิ่มท้องอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการสร้างรายได้ให้ตัวเอง ก็อย่ามองข้ามทางเลือกนี้เลย และหากใครที่คิดว่าขั้นตอนการทำจะยุ่งยากหรือไม่ เราจึงมีสูตรการทำน้ำเต้าหู้มาฝากด้วย 


1. น้ำเต้าหู้


ผ่านร้านน้ำเต้าหู้ก็ต้องซื้อน้ำเต้าหู้สิคะ แต่เราจะชวนทุกคนมาทำเองด้วยสูตรน้ำเต้าหู้จากคุณ Rin Silpachai จุดเด่นคือ ผสมผสานถั่วลิสงและถั่วอัลมอนด์ลงไปด้วย ทำให้กลบกลิ่นของถั่วเหลืองได้อย่างดีเยี่ยม อยากดื่มรสจืดก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลทรายลงไป ถ้าอยากดื่มรสหวานน้อยก็ใส่น้ำตาลลงไปนิดเดียว ถ้าอยากดื่มแบบเย็นก็จัดกรอกใส่ขวดแช่เย็นได้เลยจ้า ของเขาดีจริง ๆ 

 ส่วนผสม น้ำเต้าหู้

           ถั่วเหลือง 16 ออนซ์ (ประมาณ 453 กรัม)
           ถั่วลิสง 1 ถ้วย
           อัลมอนด์ 1 ถ้วย
           น้ำเปล่า
           น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาว (สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ)

          หมายเหตุ : อัตราส่วนผสมระหว่างถั่วกับน้ำคือ 1:3

 วิธีทำน้ำเต้าหู้

           1. ล้างถั่วเหลือง ถั่วลิสง และอัลมอนด์ให้สะอาด จากนั้นแช่น้ำให้ท่วมทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงหรือข้ามคืน (ถั่วที่ได้จะพองขึ้นเป็น 3 เท่า)

           2. ใส่ถั่วทั้งหมดที่แช่น้ำแล้ว 3 ถ้วยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำเปล่า 6 ถ้วย (อัตราส่วน 1:3) แล้วปั่นให้เข้ากันประมาณ 1-2 นาทีจนส่วนผสมเนียนละเอียด 

           3. นำส่วนผสมที่ปั่นละเอียดแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบาง บีบเอาเฉพาะน้ำ ใส่หม้อ เตรียมไว้

           4. นำน้ำเต้าหู้ขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือดและมีฟอง (หมั่นคนผสมเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้)

           5. ตักน้ำเต้าหู้ที่ได้ใส่แก้ว เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปตามชอบ คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
           

2. น้ำเต้าหู้ชาเขียว


ถ้าหากดื่มน้ำเต้าหู้สุดคลาสสิกมาจนเบื่อ ขอแนะนำน้ำเต้าหู้ชาเขียว จุดเด่นคือ ใส่ผงชาเขียวลงไป ทำให้เครื่องดื่มมีสีเขียวและหอมกลิ่นชาเขียวอ่อน ๆ ด้วย เป็นอีกสูตรที่มีคนนิยมสั่งจากร้านน้ำเต้าหู้ด้วยนะคะ ลองทำดื่มตอนอุ่น ๆ คู่กับขนมปังโฮลวีทก็เข้ากันดีไม่เบาเลยล่ะ

 ส่วนผสม น้ำเต้าหู้ชาเขียว

           น้ำเต้าหู้สูตรพื้นฐาน 1 ถ้วย
           ผงชาเขียวมัทฉะ 1 ช้อนชา
           น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ
           น้ำตาลทรายแดง  (สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ)

 วิธีทำน้ำเต้าหู้ชาเขียว

           1. นำนมถั่วเหลืองไปอุ่นแค่พอร้อน (ไม่ต้องเดือด) ตักใส่แก้ว เตรียมไว้

           2. ใส่ผงชาเขียวมัทฉะลงไปในน้ำร้อนแล้วคนผสมจนละลายเข้ากัน

           3. ใส่ส่วนผสมชาเขียวที่ละลายแล้วลงไปในแก้วนมถั่วเหลือง เติมน้ำตาลทรายแดงในปริมาณที่ชอบคนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
           
           

3. น้ำเต้าหู้ใบเตย


สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเต้าหู้ เพราะไม่ปลื้มกลิ่นหืน ๆ ของถั่วเหลือง วิธีแก้ก็คือ มาเปลี่ยนเป็นน้ำเต้าหู้ใบเตยดูสิคะ กลิ่นใบเตยหอมละมุน ๆ จะทำให้คุณดื่มง่ายขึ้นนะ

 ส่วนผสม น้ำเต้าหู้ใบเตย

           ถั่วเหลืองซีก 500 กรัม
           น้ำเปล่า
           เกลือป่น เล็กน้อย
           ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก 10-15 ใบ
           น้ำตาลทราย (สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ)

 วิธีทำน้ำเต้าหู้ใบเตย

           1.  ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือ 1 คืน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้

           2. ใส่ถั่วเหลืองลงในเครื่องปั่น ตามด้วยใบเตย และน้ำเปล่ากะพอให้ท่วมส่วนผสม ปั่นให้เข้ากันจนละเอียด จากนั้นนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง คั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้

           3. เทน้ำเต้าหู้ใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย หมั่นคนสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้ 

           4. พอน้ำเต้าหู้เดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน ต้มต่อไปอีกประมาณ 10 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปปริมาณตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
           
ข้อมูลจาก foodhealtheverything