วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

ปัดแก้มอย่างไรให้น่ารักสวยใสสไตล์สาวญี่ปุ่น

pink cheek
บลัชออนเป็นไอเท็มชิ้นหนึ่งที่สามารถสร้างสีสันบนใบหน้าของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ปัดมากเกินไปก็กลายเป็นแก้มแดงเหมือนตูดลิง ปัดน้อยเกินไปก็ทำให้ใบหน้าดูจืดชืด ดูไม่มีสีสัน วันนี้เรามีเคล็ดลับการปัดแก้มแบบสาวๆ ญี่ปุ่นมาฝากสาวไทยค่ะ รับรองว่าเคล็ดลับเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยให้สาวๆ ปัดแก้มได้อย่าง Professional มากยิ่งขึ้น
2BVF6GTRG23TRGYTR2H32TY23H23H-5
.
อย่างที่เรารู้กันดีว่าสาวๆ ญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบการปัดแก้มมากๆ โดยพวกเธอจะแต่งหน้าใสๆ เป็นธรรมชาติ แต่จะเน้นไปที่การปัดแก้มใหเป็นสีอมชมพู ช่วยกระชากวัยให้ดูเด็กลง ด้วยการปัดวนเป็นวงกลมหน้าแก้มค่ะ แต่เคล็ดลับของพวกเธอไม่ได้มีเพียงแค่นี้
.

ปัดแก้มแบ๊วๆ สไตล์สาวญี่ปุ่น

0-horz
มากันที่เทรนด์แรกกันเลยค่ะ เทรนด์นี้เป็นเทรนด์ที่สาวๆญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมปัดกัน นั่นก็คือการปัดแก้มวนเป็นวงกลมบริเวณหน้าแก้ม และปัดให้ดูสูงขึ้นไปอยู่บริเวณใต้ตา วิธีนี้ช่วยให้สาวๆดูเด็กลง และดูแบ๊วขึ้นมากๆเลยล่ะค่ะ สีที่เลือกใช้จะเป็นสีชมพูนม หรือสีส้มอ่อนๆปนสีชมพู จะช่วยขับให้ผิวดูใสมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ
.
95c9074671c2e57c8ec6855b7ba0f7d6-horz
เทรนด์ปัดแก้มกลมๆ น่ารักๆ นี้ยังอยู่ในแฟชั่นฮาราจูกุของสาวๆ ญี่ปุ่นอีกด้วย และสามารถเพิ่มความเข้มหรือปรับสีให้อ่อนลงได้ตามความต้องการและโอกาส และสาวๆสามารถมั่นใจได้เลยล่ะค่ะว่าปัดแล้วจะทำให้ใบหน้าดูเด็กจริงๆ
.
BuVVw9rCMAE9jWe-horz
จะทำผมแบบไหนยังไงก็รอด ยิ่งมัดผมแกละสไตล์สาววัยมัธยมด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความแบ๊วเข้าไปอีกค่ะ
.
ปกติสีเขียว
หรือจะปล่อยผมสยายยาว แล้วดัดลอนฟูๆ ตามสไตล์สาวญี่ปุ่น ก็ดูสวยเซ็กซี่ มีเสน่ห์ดึงดูดมากๆ เลยค่ะ
.

ปัดแก้มบริเวณกรอบหน้า

001
วิธีนี้เหมาะกับสาวๆ หน้ากลมหรือสาวๆ ที่มีโหนกแก้มสูง การปัดแก้มบริเวณกรอบหน้าจะช่วยลดขนาดใบหน้าให้ดูแคบลง และใบหน้าดูเรียวยาวมากยิ่งขึ้น หรือสาวๆ อยากจะปัดแก้มแบบไล่สีโดยให้บริเวณกรอบหน้าเป็นสีเข้ม และบริเวณหน้าแก้มเป็นสีอ่อนๆ ก็ได้นะคะ ให้ลุคสวยใส ดูไม่น่าเบื่ออีกด้วย
.

ปัดแก้มแล้ว ต้องปัดปลายจมูกด้วย

t01f4f3dadc2abe906f
สาวๆ ญี่ปุ่นเมื่อปัดแก้มแล้ว พวกเธอยังชอบที่จะปัดปลายจมูกให้มีสีชมพูอ่อนๆด้วย ลุคนี้เหมาะกับฤดูหนาวที่จะช่วยดึงความสดใส ราวกับแก้มแดงธรรมชาติแบบสุดๆ หรือสาวๆ สามารถปัดในฤดูร้อนให้ดูแก้มฉ่ำแดดมาด้วยก็ได้ค่ะ
.

ห้ามปัดแก้มสูงกว่ากกหูนะ!!

150406-662-8-TT3S3
กฎในการปัดแก้มของสาวญี่ปุ่นก็คืออย่าให้จุดสูงสุดของสีแก้มอยู่สูงเกินกกหูค่ะ เพราะหากสูงเกินกว่านี้อาจจะทำให้ดูไม่สวยได้ค่ะ และวิธีปัดคือปัดเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำให้ด้านล่างเล็กกว่าด้านบนค่ะ
.

ไม่จำเป็นต้องสีชมพู ก็ดูน่ารักได้

150406-662-2-ngY0T
สาวๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้สีชมพูค่ะ แต่สามารถเลือกใช้บลัชออนให้เหมาะกับสีผิวของตัวเองได้ โดยอาจจะใช้สีส้มพีช สีชมพู หรือสีม่วงอ่อนๆ ก็ช่วยเนรมิตใบหน้าของสาวๆ ให้ดูสวยน่ารักได้ หรืออาจจะไล่สีโดยใช้สีสองสี ก็เพิ่มความแปลกใหม่ได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ
.
2249209103082282013
.
12073188050553774087
การปัดแก้มแบบสาวญี่ปุ่นจะช่วยให้สาวๆ ดูเด็ก และดูสดใสขึ้นมามากๆ เลยล่ะค่ะ สาวไทยอย่างพวกเราอย่ารอช้า ลองปัดแก้มตามสไตล์สาวญี่ปุ่นดูนะคะ
Cr.http://www.akerufeed.com/cosmetic/nude-makeup-pink-cheek

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

12 สูตร น้ำสลัดที่ทานแล้วไม่อ้วน ทำเองก็ได้..ทำขายยิ่งรวย!!


12 สูตร น้ำสลัดที่ทานแล้วไม่อ้วน ทำเองก็ได้..ทำขายยิ่งรวย!!

รวบรวมไว้แล้วที่นี่ 12 สูตรน้ำสลัดที่ทานแล้วไม่อ้วน

สูตรที่1: น้ำสลัดผลไม้
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำส้มไซเดอร์ 1/2 ขวด
2. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
4. ผลไม้ชนิดต่าง ๆ สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ถ้วย

วิธีการทำ
1. สับผลไม้ เช่น องุ่น สับปะรด มะละกอ (เลือกผลไม้ที่ห่ามสักหน่อย) แคนตาลูป แตงไทย สาลี่ สตรอเบอร์รี่ ลูกหม่อน ฯลฯ ใช้หลายอย่างก็ได้ ใช้อย่างเดียวก็ได้ แล้วแต่ชอบกลิ่น
2. เทน้ำตาลกับเกลือผสมในน้ำส้มจนละลายดีแล้ว
3. นำเอาส่วนผสมใส่ในขวดใหญ่และใส่ผลไม้ลงไปปิดฝาให้สนิท
4. เก็บไว้ในที่มืดสัก 2 สัปดาห์
5. จากนั้นกรองเอาผลไม้ออกแล้วบรรจุน้ำสลัดที่ได้ลงในขวดสีชาเพื่อกันแสง
น้ำสลัดจากการดองผลไม้จะให้กลิ่นหอม ของผลไม้ เหมาะสำหรับทำน้ำสลัดของสลัดผลไม้ เป็นน้ำสลัดแคลอรีต่ำเช่นเดียวกัน แต่ถ้าจะนำไปผสมกับน้ำมันมะกอกเป็นน้ำสลัดที่มีน้ำมันอยู่ด้วยก็ได้อีกแบบ

สูตรที่2: น้ำสลัดน้ำใส 1
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำส้มคั้นใหม่ๆ 1/4 ถ้วย
2. หอมใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือป่น 1 ช้อนชา
4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
5. มัสตาร์ด 1/4 ช้อนชา
6. น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย
7. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดลงในขวดแก้ว ปิดฝาแล้วเขย่าให้เข้ากัน
2. หรือถ้าใครมีเครื่องปั่นก็นำลงเครื่องปั่น แล้วปั่นให้ละเอียด
3. นำเข้าตู้เย็น

สูตรที่3: น้ำสลัดน้ำใส2
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. มัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำส้มสายชู 6 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. หอมแดงสับละเอียด 1 ช้อนชา
6. น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย
7. พริกไทย 1/2 ช้อนชา
8. น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่ชอบเปรี้ยวมาก จะไม่ใส่ก็ได้)

วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดลงในขวดแก้ว ปิดฝาแล้วเขย่าให้เข้ากัน
2. หรือถ้าใครมีเครื่องปั่นก็นำลงเครื่องปั่น แล้วปั่นให้ละเอียด
3. นำเข้าตู้เย็น

สูตรที่4: น้ำสลัดน้ำใส3
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำมันสลัดหรือน้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
3. เกลือ 2 ช้อนชา
4. น้ำตาล 1 ช้อนชา
5. มัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา
6. หอมใหญ่สับ 1/2 ช้อนชา
7. พริก Paprika 1/2 ช้อนชา
8. ออริกาโน 1/2 ช้อนชา
9. ใบ Thyme ป่น 1/2 ช้อนชา
10. กระเทียมสับ 2 กลีบ

วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดลงในขวดแก้ว ปิดฝาแล้วเขย่าให้เข้ากัน
2. เก็บในตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ

สูตรที่5: น้ำสลัดน้ำใส4
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำมันสลัดหรือน้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin 1 ถ้วย
2. น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย
3. น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
4. เกลือ 2 ช้อนชา
5. มัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา
6. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดลงในขวดแก้ว ปิดฝาแล้วเขย่าให้เข้ากัน
2. เก็บในตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ

สูตรที่6: น้ำสลัดน้ำใส5
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง (หรือใช้ 2 อย่างรวมกันก็ได้)
2. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
3. พริก Paprika 1 ช้อนชา (ถ้าไม่ชอบเผ็ดก็ไม่ต้องใส่)
4. น้ำมันสลัด 1 ถ้วยตวง
5. เกลือ 1 ช้อนชา
6. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมเทลงในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากัน หรือจะเขย่า หรือตีให้เข้ากันก็ได้
2. นำไปแช่เย็นเก็บไว้
3. ก่อนนำมาทานให้เขย่าให้เข้ากันเสียก่อน

สูตรที่7: น้ำสลัดน้ำข้น1
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ไข่แดง 3 ฟอง
2. เกลือป่น 2 ช้อนชา
3. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
4. มัสตาร์ด 1/4 ช้อนชา
5. น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 5 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันพืช 1+1/ 2 ถ้วย

วิธีการทำ
1. นำน้ำส้มสายชู น้ำตาล พริกไทย มัสตาร์ด น้ำมะนาวมาผสมเข้าด้วยกันและทำการพักไว้
2. จากนั้นคนไข่แดงและเกลือให้เข้ากันจนขึ้นฟู ค่อยๆ ใส่น้ำมันทีละน้อย (คนให้เข้ากันก่อนจึงใส่ใหม่) จนเหลือครึ่งหนึ่ง
3. ใส่ส่วนผสมน้ำส้มทีละน้อย ๆให้เข้ากันแล้วจึงใส่น้ำมันที่เหลือ คนให้เข้ากัน ใส่สลับกันจนน้ำมันและน้ำส้มหมด

สูตรที่8: น้ำสลัดน้ำข้น2
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ
3. นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 ฟอง
5. มัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา
6. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
7. เกลือป่น 2 ช้อนชา
8. น้ำมันสลัด 1 ถ้วยตวง (ใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกแทนได้)

วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นน้ำมันพืช ลงปั่นในเครื่องปั่น จากนั้นทิ้งระยะไว้สักพัก จนแน่ใจว่าส่วนผสมคลุกเคล้ากันดีแล้ว
2. ให้เริ่มต้นหยดน้ำมันทีละน้อย ๆ ลงไปเรื่อย ๆ จนเกือบหมด แล้วปั่นทิ้งไว้อีกสักพัก
3. สังเกตดูหากน้ำสลัดข้นพอดีแล้ว ให้หยุดการใส่น้ำมันพืชแค่นั้น แต่ถ้ายังไม่ข้นพอ จึงค่อยเติมน้ำมันส่วนที่เหลือจนหมด

สูตรที่9: น้ำสลัดน้ำข้น3
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
5. มัสตาร์ดผง 3/4 ช้อนชา
6. เกลือ 1/2 ช้อนชา
7. พริกป่น 1/2 ช้อนชา
8. น้ำมันสลัด 2 ถ้วยตวง
9. นมข้นหวาน 1/2 ถ้วยตวง

วิธีการทำ
1. ตีไข่แดงจนขึ้นเป็นสีนวล (ใช้เครื่องตี)
2. ใส่น้ำตาล มัสตาร์ด เกลือ และพริกป่น ตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 30 วินาที
3. ค่อยๆ เหยาะน้ำมันลงทีละน้อย จนหมด 1/4 ถ้วย
4. ใส่น้ำส้มสายชู ค่อยๆ เพิ่มน้ำมัน ใส่อย่างช้าๆ ตีด้วยความเร็วสูง
5. เทน้ำมะนาวลงทีละน้อย สลับกับน้ำมันจนหมดส่วนผสม (ขณะที่ตีควรจะปาดส่วนผสมที่ติดอยู่รอบๆ อ่างผสมบ่อยๆ เพื่อจะได้น้ำสลัดที่ดี) หรือนำส่วนผสมทั้งหมดใส่เครื่องปั่น ใช้ความเร็วสูงประมาณ 15 นาที

สูตรที่10: น้ำสลัดญี่ปุ่น งาขาว+งาดำ 1
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ซีอิ้วญี่ปุ่น KIKOMAN 1/2 ถ้วย
2. น้ำส้มแอบเปิ้บไซเดอร์ 1/2 ถ้วย ((ถ้าชอบเปรี้ยวใส่ 3/4 ถ้วย))
3. น้ำตาลทรายแดง หรือบ้านเราน่าจะเรียก น้ำตาลสีรำ 1/2 ถ้วย (กดให้แน่น)
4. น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วย
5. งาขาว+งาดำ 1/2 ถ้วย (งาขาว 1/4 ถ้วย งาดำ 1/4 ถ้วย)
6. มิริน 1/4 ถ้วย
7. กระเทียมสับ 2 ชต
8. พริกไทยดำป่น 1 ชต
9. น้ำมันงา 2 ชต

วิธีการทำ
1. ตวงซีอิ้วขาวญี่ปุ่น น้ำส้ม น้ำต้มสุก เทลงในหม้อ
2. ตวงน้ำตาลทรายแดง โดยกดให้แน่นถ้วยเพราะเวลาที่คว่ำถ้วยน้ำตาล จะออกมาเป็นทรงของถ้วยเลย
3. เทน้ำตาลที่ได้ ลงในหม้อ คนให้น้ำตาลละลาย แล้วยกขึ้นตั้งไฟอ่อน พอเดือด ปิดไฟ ยกลงทันที ทิ้งไว้ให้เย็น (ต้องให้เย็น หรืออุ่นนิดๆ เพราะเวลาที่เทมิรินลงไปจะทำให้กลิ่นมันหายไป)
4. ช่วงที่รอให้ซอสเย็น ก็หันมาเตรียมเครื่องอื่น คั่วงาดำ งาขาวค่ะ และพริกไทยดำบุบให้แตกโดยใช้มือหมุนสากให้บี้ไปกะครก ห้ามบุบให้แตกโดยการตำเด็ดขาด
5. ส่วนพริกไทยก็เหมือน ตำให้แตกก่อนเบา แล้วก็ใช้วิธีบี้เร็วๆ
6. กระเทียมสับ ถ้าชอบให้มีกลิ่นของกระเทียมก็ให้ทำการตำ แต่ถ้าคนไม่ชอบกระเทียมให้ใช้วิธีสับแทน
7. เติมมิริน พริกไทยดำบด งาบด และกระเทียม น้ำมันงา คนให้เข้ากัน ก็เก็บใส่กล่องแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน เช้านำออกมาทานกับผักสลัดได้เลย

สูตรที่11: น้ำสลัดญี่ปุ่น2
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ซีอิ๊วญี่ป่น 3 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำคั้น 1/4 ถ้วย+2 ช้อนโต๊ะ
4. พริกป่นญีปุ่น 1/2 ช้อนชา
5. น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือป่น 1 ช้อนชา
8. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
9. งาขาวคั่ว 2 ช้อนชา

วิธีการทำ
1. ผสมซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำผึ้ง น้ำส้มคั้น พริกป่นญี่ปุ่น น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว เกลือ และพริกไทย
2. ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อ จากนั้นใส่งาขาว คนพอทั่ว ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม และหวานเล็กน้อย

สูตรที่12: น้ำสลัดญี่ปุ่น3
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำส้มสายชูหมัก 1/4 ถ้วย+1 ช้อนโต๊ะ
2. ซอสคิดโคแมน 3 ช้อนโต๊ะ
3. งาขาวคั่วสุก 1/4 ถ้วย
4. น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
5. น้ำต้มสุก 1/4 ถ้วย
6. พริกไทยป่น
7. เกลือป่น

วิธีการทำ
1. นำงาคั่วสุกมาปั่นพร้อมกับน้ำต้มสุก น้ำตาล ซอสคิดโคแมน น้ำส้มสายชู จนละเอียดดี
2. จากนั้นเทใส่ชามแก้ว ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย จากนั้นนำไปตีด้วยตะกร้อให้เข้ากันดี ชิมรสให้ออกเปรี้ยว มัน เค็ม หวาน น้ำสลัดจะมีลักษณะข้นๆ

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ใครที่กำลังลดความอ้วนอยู่และสนใจที่จะทานสลัดก็ลองนำวิธีการด้านบนไปทำตามได้เลยเพื่อเปลี่ยนรสชาติน้ำสลัดของคุณให้มีหลากหลายมากขึ้น แต่คงความแคลอรี่ต่ำ



ที่มา - http://www.thaijobsgov.com/jobs=56459

ประโยชน์ 7 ข้อ ของหอมแดง สุดยอดยาปฏิชีวนะดีๆจากธรรมชาติ


ประโยชน์ 7 ข้อ ของหอมแดง สุดยอดยาปฏิชีวนะดีๆจากธรรมชาติ

หอมแดง เป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ พยายามทานให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทานได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไม

1. ช่องปาก : การเคี้ยวหอมแดงสดบางๆ 3-8 นาทีทุกวัน จะทำให้เชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากหมดไป

2. ต่อมเอ็นโดครัยน์(ต่อมไร้ท่อ) : หอมแดงจะช่วยเร่งการทำงานของต่อมไทรอยด์และตับอ่อน ยิ่งกว่านั้นยังเพิ่มประสิทธิภาพในการหลั่งสารเคมีในร่างกายที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ

3. ทางเดินหายใจ : ผักชนิดนี้มีประสิทธิภาพช่วยลดอาการไอที่ก่อให้เกิดเสมหะ และยังช่วยรักษาอาการเสียงแหบ ไข้หวัดเจ็บคอ ปอดบวม หลอดลมอักเสบ และโรคหอบหืด

4. ลำไส้ : หอมแดงช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อลำไส้ ป้องกันและบรรเทาอาการอักเสบของลำไส้ อ
5. ทางเดินอาหาร : หอมแดงเพิ่มความอยากอาหาร และ ช่วยควบคุมกระบวนการทำงานของการย่อยอาหารให้ดีขึ้น ช่วยลดปัญหาท้องผูกและท้องอืด

6. ไต : ธรรมชาติวิเศษของไตคือ จะช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย และหอมแดงยังช่วยในการดูแลรักษาไต และลดปัญหาของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและต่อมลูกหมาก

7. กระดูกและข้อต่อ : หอมสีแดงช่วยเร่งในการขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย และ ยังช่วยในการรักษาโรคไขข้ออักเสบ(รูมาตอยด์) และโรคเกาต์

อ้างอิง : healthyfoodhouse.com
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/

5 ท่าออกกำลังกายบนเก้าอี้ ที่ลดไขมันหน้าท้องอย่างรวดเร็ว

chair-exercises-FI
คนส่วนใหญ่คิดว่าวิธีเดียวที่จะต่อสู้กับไขมันหน้าท้องก็คือการออกกำลังกายที่ยิมเป็นประจำทุกวัน แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยลดไขมันหน้าท้องอย่างถาวรก็ตาม สอดคล้องกับการรายงานหนึ่งที่พบว่า คนทำงานชาวอเมริกันมีเวลาว่า 4 ชั่วโมงในทุกๆ วัน ซึ่งเวลาพวกนี้มักหมดไปกับการเล่นโซเชียลมีเดีย การกิน และการเดินทาง
เพราะฉะนั้นเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันก็จะมีเวลาว่างประมาณ 36 นาทีต่อวัน ดังนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้ายิม 5 วันต่อสัปดาห์ วันละ 1 ชั่วโมง
ถ้าคุณสามารถเผาผลาญไขมันหน้าท้องภายในออฟฟิศได้ โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากเก้าอี้ของตัวเองล่ะ เริ่มน่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ยล่ะคะ? เราก็เลยอยากจะแนะนำ 5 วิธีการออกกำลังกายอย่างง่ายจากเทรนเนอร์ Denise Austin ให้สาวออฟฟิศทั้งหลายสามารถลดหน้าท้องได้แม้จะนั่งอยู่กับที่ค่ะ

 ออกกำลังกายท่าที่ 1 : Knee Pull-Ins

giphy-7-1
นั่งหลังตรงยกหัวเข่าขึ้นสลับซ้าย-ขวา โดยใช้มือของคุณช่วยดึงหัวเข่าขึ้นมาให้ติดกับหน้าอก แล้วคุณจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องลดลง

ออกกำลังกายท่าที่ 2 : Double Knee Lift

Double Knee Lift
การออกกำลังกายท่านี้ส่งผลต่อหน้าท้องของคุณโดยตรง เพียงแค่วางแขนเอาไว้บนเก้าอี้ แล้วยกหัวเข่าทั้งสองข้างขึ้นให้ติดกับหน้าอกของคุณ โดยที่คุณต้องไม่โน้มตัวเข้าหาหัวเข่า ให้หน้าท้องทำงานได้อย่างเต็มที่โดยยกแค่หัวเข่าขึ้นไปที่หน้าอกของคุณ
ถ้าเก้าอี้ไม่ได้มีที่วางแขน ให้วางมือลงบนที่นั่งของคุณแทนค่ะ

ออกกำลังกายท่าที่ 3 : Oblique Pull Ups

Oblique Pull Ups
ด้วยการออกกำลังกายนี้ก็ใช้วิธีการที่คล้ายๆ กับการออกกำลังกายท่า Double Knee Lift เพียงแต่คุณต้องกำหนดทิศทางไปที่ด้านข้างของหน้าท้อง ยกหัวเข่าแทงขึ้นมาด้านข้างพร้อมกันทั้งสองข้าง ทำซ้ำๆ จนกว่าจะรู้สึกถึงการเผาผลาญ ก็ให้เปลี่ยนข้างการแทงหัวเข่าไปอีกด้านหนึ่ง

ออกกำลังกายท่าที่ 4 : Floor Reaches

Floor Reaches
ท่านี้แสนจะง่ายแต่ทำไปทำมาคุณจะรู้สึกได้ถึงความตึงของหน้าท้องค่ะ เพียงค่วางเท้าให้ราบกับพื้น การแขนทั้งสองข้าง จากนั้นก็ใช้ปลายนิ้วมือก้มแตะเท้า โดยแขนข้างหนึ่งต่อเท้าด้านตรงข้าม ทำซ้ำๆ สลับไปมาค่ะ

ออกกำลังกายท่าที่ 5 : Pull Up

Pull Up
ถ้าคุณมีเก้าอี้มีล้อคุณอาจจะต้องดันเก้าอี้ให้ติดกับผนัง หรือเปลี่ยนเป็นเก้าอี้ที่ไม่มีล้อ เพราะการออกกำลังกายท่านี้จะต้องจับที่วางแขนและยกตัวเองขึ้น และในขณะที่ดึงหัวเข่าขึ้น คุณก็จะรู้สึกเกร็งที่หน้าท้อง ยันตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ให้นานที่สุดแล้วค่อยนั่งลงที่เก้าอี้ตามเดิม
ถ้าคุณมีเวลาสักเล็กน้อยก็ลองขจัดไขมันด้วยท่าออกกำลังกายทั้ง 5 ท่านี้ค่ะ ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีต่อวันเท่านั้น คุณก็สามารถมีหน้าท้องที่สวยได้แล้วค่ะ
ดูคลิปการออกกำลังกายเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้เลยค่ะ
Cr.http://www.akerufeed.com/health/5-chair-exercises

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

หยุดเรียกฉันว่าป้า!!! เคล็ดลับแต่งหน้าลดอายุให้ดูเด็กลงไป 5 ปี

ใครๆก็อยากมีใบหน้าที่ดูเด็ก อ่อนกว่าวัยกันทั้งนั้นค่ะ หากมีใครเรียกเราว่าป้า หรือมาว่าเราว่าหน้าแก่ เราคงแอบจะโกรธในใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่หากเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ผิวหน้าของเราก็ยิ่งต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา ถึงแม้จะบำรุงมาดีแค่ไหนก็ตาม
.
.
แต่อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้สาวๆดูมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ลงได้ นั่นก็คือการใช้เมคอัพเป็นตัวช่วยค่ะ
.
แต่สาวๆรู้ไหมคะว่าการแต่งหน้าก็เมือนเป็นดาบสองคม ที่หากสาวๆแต่งหน้าผิดวิธี ก็สามารถทำให้สาวๆดูแก่ขึ้นได้ แทนที่จะดูเด็กลง วันนี้เรา มีเคล็ดลับในการแต่งหน้าลดอายุมาฝากสาวๆกันค่ะ
.

Trick แต่งหน้ายังไงให้ดูเด็ก

ในการแต่งหน้าให้ดูเด็กลงนั้น สาวๆไม่ควรใช้สีสันบนเปลือกตาเยอะจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ดูแก่ได้ สาวๆสามารถเลือกใช้สีชมพูอ่อนๆ ปัดวนเป็นวงกลมบริเวณหน้าแก้ม เขียนคิ้วให้ตรงมากขึ้น ไม่ทารองพื้นหนาเตอะจนเกินไป และทาปากให้ได้ลุคใสๆ หากสาวๆฟาดปากสีแดง หรือสีเข้มๆ จะทำให้ดูแก่ขึ้นทันที พูดง่ายๆคือการแต่งหน้าให้อ่อนที่สุดนั่นเองค่ะ
.
และที่สำคัญ ทรงผมก็มีส่วนทำให้หน้าแก่หรือหน้าเด็กได้เหมือนกันค่ะ หากสาวๆอยากดูเด็ก แนะนำให้ตัดผมหน้าม้า ลดอายุ หรือตัดผมสั้นบ็อบ หรือความยาวประบ่า การดัดผมลอนใหญ่ๆ นั้นอาจทำให้สาวๆดูแก่ได้ และสีผมควรจะเลือกที่เป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ดีกว่สีเข้มๆอย่างสีดำ หรือสีน้ำตาลนะคะ
.
คิ้วคือกุญแจสำคัญของใบหน้าที่ดูเด็ก อ่อนวัยค่ะ หากสาวๆเขียนคิ้วให้เรียวเล็กและโก่ง แน่นอนจะทำให้สาวๆดูแก่ขึ้น แต่หากอยากหน้าเด็ก สาวๆต้องเขียนคิ้วให้หนาและตรงเสียหน่อย เกาะเทรนด์สาวๆเกาหลีเค้าเข้าไว้ค่ะ เพราะพวกเธอนั้นสามารถแต่งหน้าให้ดูเด็ก ดูอ่อนกว่าวัยได้มากเลยทีเดียว
.
มาดูสรุปกันง่ายๆกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าแบบไหนที่เราเรียกว่าพัง แบบไหนที่เรียกว่ารอด
.

แต่งแบบนี้หน้าแก่แน่ๆ

สีจัดจ้านจนเกินไป ทุกส่วนบนใบหน้าคมชัด ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย สีปากสีแดง และลงรองพื้นหนาเตอะ ทำให้ใบหน้ายิ่งดูหนา ดูไม่เป็นธรรมชาติมากๆ สาวๆคนไหนอยากแต่งหน้าลดอายุ ห้ามแต่งหน้าแบบนี้นะคะ
.
คิ้วไม่เป็นธรรมชาติ ฟาดอายแชโดว์เยอะ กรีดอายไลเนอร์หนาจนเกินไป ปากสีเข้มยิ่งเน้นให้ใบหน้าดูป้า และแก่สุดๆ
.

แต่งแบบนี้สิ แอ็บใสได้แบ๊วสุดๆ

ไม่เน้นสีสันที่จัดจ้านจนเกินไปป เน้นลุคใสๆ ธรรมชาติ ไม่ฟาดอายแชโดว์หนักๆ ไม่ปัดแก้มสีแจ๊ดจนเกินไป ปากต้องสีอ่อนๆ ดูเป็นธรรมชาติ ลงรองพื้นเนื้อบางเบา ไม่ให้ใบหน้าดูหนา หรือรองพื้นดูตกร่อง
.
คิ้วหนาตรง แต่ดูเป็นธรรมชาติ เรียงเส้นสวย ดวงตากลมโต ยิ่งไม่ทาอายแชโดว์เลยยิ่งดีค่ะ ขนตางอนเด้ง แต่ไม่ดูโป๊ะ ปากสีชมพูดูเป็นธรรมชาติ
.

มาดูเคล็ดลับแต่งหน้าแอ๊บเด็กให้สดใสวัยว้าวุ่นกันดีกว่า

คิ้วตรงธรรมชาติ

คิ้วที่ดูโก่ง ทำให้ใบหน้าดูคมก็จริงๆ แต่มันทำให้สาวๆดูแก่ขึ้นทันที ลองเปลี่ยนจากการเขียนคิ้วเส้นเล็กๆ โก่งๆ มาเป็นเขียนคิ้วให้ดูหนาขึ้นสักหน่อย แต่ตรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าของสาวๆ ดูละมุน และดูเด็กขึ้นได้ค่ะ สังเกตจากสาวๆเกาหลีแล้ว สาวๆที่นั่นเค้าดูเด็กลงได้ด้วยรูปคิ้วแบบนี้เลยล่ะค่ะ
.

ขนตางอนยาวดูเป็นธรรมชาติ

หากต้องการลุคเด็กสาวใสๆ ให้หลีกเลี่ยงการปัดมาสคาร่าหนักๆค่ะ แต่ให้เลือกมาสคาร่าแบบใส ที่ช่วยให้ขนตางอนเด้งอยู่ตลอดวัน ก่อนปัดขนตาด้วยมาสคาร่าแบบใส แนะนำให้ดัดขนตาให้งอนเด้งสุดๆก่อนนะคะ จากนั้นให้ใช้อินเนอร์ลายเนอร์เขียนบริเวณขอบตาตามแนวขนตา เพื่อให้ขนตาดูหนา แะดวงตาดูชัดยิ่งขึ้น รับรองค่ะว่าวิธีนี้จะทำให้ดวงตาดูกลมแบ๊วสดใสแน่นอน
.

ริมฝีปากสีชมพูอ่อนบาง

ขอให้สาวๆหลีกเลี่ยงลิปสติกเนื้อแมตต์อย่างเด็ดขาดค่ะ หากต้องการความอ่อนเยาว์ แนะนำให้ให้ลิปบาล์มเจือสีชมพูอ่อน หรือลิปทินท์ หรือลิปกลอส แต้มไปตามบริเวณริมฝีปาก เพื่อให้ได้ริมฝีปากสีอ่อนใส ดูเป็นธรรมชาติ รับรองว่าใครเห็นก็เป็นต้องเหลียวหลังค่ะ
.

วีดีโอแต่งหน้าตามสไตล์สาววัยมัธยม


.
เป็นอย่างไรบ้างคะกับวิธีแต่งหน้าลดอายุจากป้าหน้าแก่ๆ มาเป็นเด็กสาววัยมัธยม แต่สาวๆอย่ามัวแต่ใช้เครื่องสำอางจนลืมดูแลผิวด้วยการทาครีมบำรุง เพื่อให้ผิวหน้าสวยใสอ่อนเยาว์อยู่คู่กับเราไปนานๆนะคะ
Cr.http://www.akerufeed.com/cosmetic/how-to-be-baby-face